DIEHARD แซนวิชพาสทรามีแก้มวัวหลักพัน เนื้อวันละ 100 โลยังไม่พอ ขยายกำลังผลิตรับดีมานด์

DIEHARD แซนวิชพาสทรามีแก้มวัวหลักพัน เนื้อวันละ 100 โลยังไม่พอ ขยายกำลังผลิตรับดีมานด์

เชฟแบม-ธนโชติ ธรรมพีร เจ้าของแบรนด์ DIEHARD แซนวิชพาสทรามีแก้มวัวเจ้าของสูตรดัง เปิดเผยว่า ร้านสามารถขายแซนวิชราคาสูงสุด 1,070 บาทได้หมดทุกวันก่อนเวลาปิดร้าน และใช้เนื้อวัวถึง 100 กิโลกรัมในวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า

Key facts

จุดเริ่มต้นจากความหลงใหลพาสทรามี

เชฟแบมเล่าว่า สูตรของ DIEHARD ไม่ใช่สูตรใหม่ แต่พัฒนามาจากพาสทรามีที่เคยทำในร้าน Rare BKK มาก่อน แรงบันดาลใจมาจากความนิยมแซนวิชพาสทรามีในสหรัฐอเมริกาที่กำลังบูม และตัวเชฟเองติดตามโซเชียลมีเดียของคนอเมริกาทั้งคนทำและคนกินจนอยากลิ้มลอง

ปัญหาคือในประเทศไทยยังไม่มีใครทำแซนวิชพาสทรามีแบบสดใหม่วันต่อวัน ซึ่งจำเป็นต่อเนื้อสัมผัสฉ่ำนุ่ม ต่างจากการสโมกแล้วแช่ตู้เย็นที่เนื้อจะสูญเสียความฉ่ำเมื่อนำมาอุ่นซ้ำ เชฟแบมจึงตัดสินใจทำ DIEHARD ที่สโมกเนื้อ 24 ชั่วโมงด้วยพนักงาน 3 กะ เพื่อให้ได้เนื้อสดใหม่ส่งมอบวันละ 2 รอบ เนื้อแก้มวัวหายาก ต้นทุนสูง

DIEHARD เลือกใช้เนื้อแก้มวัวหรือ Beef Cheek เพราะต้องการพาสทรามีที่นุ่ม ฉ่ำ และละลายในปาก โดยไม่ต้องเคี้ยวมาก ซึ่งเชฟแบมมองว่าถูกปากคนไทยมากกว่าเนื้อบริสเก็ตหรือนาเวล ร้านจึงกลายเป็นเจ้าของ Beef Cheek Pastrami รายแรกในประเทศไทย

เชฟแบมยอมรับว่าเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราคาอย่างหนัก โดยเฉพาะเมนูราคา 1,070 บาท แต่ชี้แจงว่าเนื้อแก้มวัวเป็นส่วนที่หายาก เพราะวัวแต่ละตัวมีแก้มเพียงสองข้าง หากสั่งเป็นสเต็กในปริมาณ 300 กรัม จะมีราคาสูงกว่า 3,500 บาท ขณะที่ DIEHARD ให้เนื้อแก้มวัว 320 กรัมในราคาหลักพัน และยังมีเมนูเริ่มต้นที่ 420 บาทให้เลือก แบรนด์สไตล์อเมริกัน ตั้งเป้ารายได้ 18 ล้าน

ชื่อ DIEHARD มาจากความชื่นชอบภาพยนตร์เรื่องเดียวกันของเชฟแบม ผสมกับความหมายว่า "ตายยาก" และ "มุมานะ" พร้อมสโลแกน "A Good Day to DIEHARD for a Sandwich" เพื่อสร้างความแตกต่างให้แบรนด์

หลังเปิดร้านช่วงเดือนสิงหาคม DIEHARD ตั้งเป้ารายได้ 18 ล้านบาทใน 5 เดือนแรก โดยลงทุนเปิดร้านราว 6 ล้านบาท ไม่รวมค่าวัตถุดิบเนื้อวัวที่ใช้มากกว่าแสนบาทต่อวัน ขยายกำลังผลิตและสาขาใหม่

ปัจจุบัน DIEHARD กำลังเตรียมขยายกำลังการผลิตโดยหาสถานที่ใหม่และติดตั้งเตาอบเพิ่ม เพื่อรองรับการผลิต 200-300 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งเชฟแบมเชื่อว่าจะเพียงพอต่อความต้องการ

แผนต่อไปคือการเปิดสาขาในกรุงเทพฯ อีก 1 แห่ง ในพื้นที่ 100-200 ตารางเมตรย่านอโศก ภายใต้คอนเซ็ปต์ American Canteen Daily พร้อมมีคัตเตอร์คัตเนื้อในร้าน 10-20 คน และอีก 1 สาขาในต่างจังหวัดที่เล็งเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยา ภูเก็ต หรือเชียงใหม่ โดยตั้งเป้าเปิดให้ได้ไม่เกินเดือนสิงหาคมปีหน้า

เชฟแบมยืนยันว่าไม่กังวลว่ากระแสจะหมด เพราะ DIEHARD ตั้งใจทำสิ่งที่แตกต่างและเป็นงานคราฟท์ที่ยากจะเลียนแบบได้ จึงมั่นใจว่าธุรกิจจะเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะผู้นำตลาดพาสทรามีของไทย

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap