
- เศรษฐกิจ
- กองบรรณาธิการ
เหตุการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและถนนกลายเป็นคลอง หลายองค์กรต้องหยุดงานกะทันหัน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างผู้นำที่ดีและผู้นำที่ล้มเหลวในภาวะวิกฤต และชี้ให้เห็นทักษะผู้นำยุคใหม่ 4 ประการที่สำคัญ ได้แก่ การตัดสินใจแม้ข้อมูลไม่ครบ (Judgment) การเห็นอกเห็นใจ (Empathy) การอยู่ตรงหน้าในเวลาที่ทีมต้องการ (Be There) และการสื่อสารในภาวะวิกฤต (Crisis Communication)
Key facts
ทำไมน้ำท่วมถึงเป็นบททดสอบผู้นำ?
- เหตุการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้บ้านเรือนเสียหาย ถนนกลายเป็นคลอง และหลายองค์กรต้องหยุดงานกะทันหัน
- ผู้นำที่ดีต้องมีทักษะ 4 ด้าน ได้แก่ Judgment (การตัดสินใจ), Empathy (ความเห็นอกเห็นใจ), Be There (การอยู่กับทีม) และ Crisis Communication (การสื่อสารในวิกฤต)
- ในภาวะวิกฤต การที่ผู้นำไม่ออกมาบริหารสถานการณ์ อาจทำให้ทีมตัดสินใจเองอย่างไร้ทิศทางและเกิดความสับสน
- การสื่อสารในวิกฤตต้องเร็ว ชัดเจน และจริงใจ เพราะความล่าช้าและความคลุมเครือคือความเสี่ยง
น้ำท่วมเป็นสถานการณ์ที่ข้อมูลเปลี่ยนแปลงทุกชั่วโมง ผู้นำต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วแต่ไม่ขาดสติ เช่น การวางแผนปล่อยน้ำหรือกักน้ำให้เหมาะสมกับเวลา ต้องรู้ว่าควรเร่งหรือชะลอเพื่อให้ทีมปลอดภัยที่สุด
นอกจากนี้ ในวันที่น้ำท่วม คนไม่ได้ต้องการแค่คำสั่ง แต่ต้องการความรู้สึกว่าไม่ได้สู้คนเดียว ผู้นำที่มี empathy จะรับรู้ถึงความเครียดและความกังวลของทีม และสื่อสารในแบบที่สร้างความมั่นใจมากกว่ากดดัน
การอยู่ตรงหน้าทีมก็สำคัญ แม้ผู้นำอาจไม่ได้แก้ปัญหาน้ำท่วมได้เอง แต่การอยู่กับทีม สื่อสารต่อเนื่อง และให้ความชัดเจน จะทำให้ทีมรู้สึกปลอดภัย
มีตัวอย่างองค์กรที่ผู้นำไม่ออกมาบริหารสถานการณ์ในช่วงน้ำท่วม ปล่อยให้ทีมตัดสินใจเองอย่างไร้ทิศทาง ส่งผลให้เกิดความสับสนและความเครียดโดยไม่จำเป็น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในวิกฤต การอยู่ตรงหน้าของผู้นำสำคัญกว่าคำสั่งหรือแผนงานใด ๆ การสื่อสารในวิกฤตต้องทำอย่างไร?
การสื่อสารในภาวะวิกฤตเป็นบทเรียนที่ชัดเจนที่สุดจากน้ำท่วมครั้งนี้ ผู้นำที่สื่อสารดีจะทำสามอย่างเสมอ คือ เร็ว เพราะความล่าช้าคือความเสี่ยง ชัดเจน เพราะความคลุมเครือทำให้ทีมตัดสินใจผิด และจริงใจ เพราะในวิกฤตคนต้องการความมั่นใจไม่ใช่คำพูดสวยหรู
ดร.พิชญ์พจี สายเชื้อ ผู้เขียนคอลัมน์ SD Talk ระบุว่า "ในวิกฤตความคลุมเครือคือความเสี่ยง และความเงียบคือความเสียหาย" และเสริมว่า "สิ่งที่พาทีมผ่านวิกฤตไปได้ไม่ใช่ข้อมูลที่มากกว่า แต่คือผู้นำที่ใช้ข้อมูลอย่างมีสติและสื่อสารอย่างมีพลัง" ผู้นำยุคใหม่ต้องมีอะไรบ้าง?
บทเรียนจากน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ใช่แค่การจัดการน้ำ แต่คือการจัดการความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของผู้นำที่องค์กรต้องการมากที่สุดในยุคนี้ เพราะโลกธุรกิจวันนี้ไม่ได้ทดสอบผู้นำด้วย KPI แต่ทดสอบด้วยความสามารถในการพาทีมผ่านสถานการณ์ที่ไม่มีคู่มือ
ข้อมูลอย่างเดียวไม่พอสำหรับผู้นำ เพราะข้อมูลช่วยให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่การวางแผนและการสื่อสารในภาวะวิกฤตต่างหากที่ทำให้ทีมเดินต่อได้อย่างมั่นใจ ผู้นำที่ใช้ข้อมูลได้ดีจะไม่หยุดแค่การรายงานสถานการณ์ แต่จะแปลข้อมูลให้เป็นการตัดสินใจที่ชัดเจนและสื่อสารให้ทีมเข้าใจตรงกันอย่างรวดเร็ว
สำหรับผู้อ่านชาวไทย โดยเฉพาะองค์กรในกรุงเทพมหานครที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมแทบทุกปี การเตรียมพร้อมผู้นำให้มีทักษะทั้งสี่ด้านจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อลดผลกระทบต่อธุรกิจและสังคมโดยรวม
ทั้งนี้ ยังไม่มีกำหนดการที่แน่ชัดว่าองค์กรต่าง ๆ จะนำบทเรียนนี้ไปปรับใช้เมื่อใด แต่คาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการทบทวนแผนรับมือน้ำท่วมครั้งต่อไปในปีหน้า
— สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เปิดรับสมัครผู้อำนวยการคนใหม่ ระหว่างวันที่ 12-30 ตุลาคม 2569 ผู้สมัครต้องมีวุฒิปริญญาโทด้านการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์สุขภาพ และปร
— ทรูเปิดกลยุทธ์ขาย iPhone 18 รับมือยุค Smart Customer เน้นความคุ้มค่าเชิงระบบ ทั้งเทรดอิน สิทธิประโยชน์ Loyalty และแพ็กเกจบริการ พร้อมชูคุณภาพสัญญาณ True 5GX แทน
— นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เผยเกณฑ์ Early Retire ข้าราชการเหลือสรุปค่าตอบแทน หวังเกิน 12 เท่า เริ่มอายุ 50 ปี คาดใช้ปีงบ 70 ด้านธนาคารที่ดินโอน 48 คนช่วยทำ One Map