Tetra Recart ปฏิวัติบรรจุภัณฑ์ทูน่า เปิดทางเลือกกล่องกระดาษแทนกระป๋อง 100 ปี

Tetra Recart ปฏิวัติบรรจุภัณฑ์ทูน่า เปิดทางเลือกกล่องกระดาษแทนกระป๋อง 100 ปี

อุตสาหกรรมทูน่าพร้อมรับประทานทั่วโลก ซึ่งมีปริมาณจำหน่ายถึง 1.1 หมื่นล้านหน่วยต่อปี และเติบโตเฉลี่ย 2.2% ต่อปี กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์อย่าง Tetra Recart® กล่องกระดาษที่สามารถนึ่งฆ่าเชื้อแบบ Retort ได้ เปิดทางให้ทูน่าไม่จำเป็นต้องอยู่ในกระป๋องอีกต่อไป โดยประเทศไทยในฐานะผู้ส่งออกทูน่ารายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีส่วนแบ่งตลาดโลกถึง 29% และผลิตทูน่าส่งออกปีละ 630,000 เมตริกตัน จึงเป็นตลาดที่จับตาความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างใกล้ชิด

ทำไมทูน่าต้องเป็นกระป๋อง

‘พัทศักดิ์ เจริญศรี’ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายว่า ‘ทูน่าที่บรรจุในกระป๋อง’ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี กลายเป็นรูปแบบบรรจุภัณฑ์มาตรฐานของอุตสาหกรรมทั้งในด้านระบบการผลิต การจัดจำหน่าย และความคุ้นเคยของผู้บริโภค แต่เมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ก้าวหน้าขึ้นมาก Tetra Pak จึงนำเสนอตัวเลือกใหม่อย่าง Tetra Recart® ที่ใช้วัสดุหลักจากกระดาษ และสามารถนำเข้าระบบนึ่งฆ่าเชื้อแบบ Retort ให้กับผู้ผลิตในตลาดทูน่าเป็นรายแรกของโลกได้แล้ว

“Tetra Recart จะพาตลาดทูน่าไปสู่ยุคสมัยใหม่ ชุบชีวิตตลาดทูน่าให้มีหน้าตาที่แตกต่างจากเดิม เหมือนกับการข้ามผ่านจากยุคสมัยของขวดแก้วมาเป็นกล่องยูเอชที” พัทศักดิ์กล่าว

เพนพอยต์ที่ผู้บริโภคเจอ

การสำรวจของ Tetra Pak ในตลาดสเปน ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ตลาดผู้บริโภคทูน่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ร่วมกับสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ เม็กซิโก และอิตาลี พบปัญหาอันดับ 1 ที่ผู้บริโภคเจอบ่อยคือ ไม่สามารถเททูน่าออกจากกระป๋องให้หมดจดได้ ต้องหาอุปกรณ์มาตักหรือขูด ตามด้วยปัญหากินไม่หมดแล้วไม่รู้จะเก็บอย่างไร หลายคนจำใจเททูน่าใส่กล่องทัปเปอร์แวร์หรือถุงซิปล็อกเพื่อเก็บเข้าตู้เย็น

ปัญหาการเปิดก็เป็นอีกเพนพอยต์สำคัญ ทั้งห่วงที่ใช้เปิดมักหลุดก่อนเปิดสำเร็จ ทำให้ต้องหามีดหรือที่เปิดแทน เปิดแล้วหกเลอะเทอะ หรือถูกฝาบาด ขณะที่การแยกเนื้อทูน่าออกจากน้ำก็ทำได้ค่อนข้างยาก และรูปทรงกลมยังกินพื้นที่จัดเก็บเพราะไม่เข้ามุมตู้ โดยเฉพาะในบ้านหรือที่เก็บของขนาดเล็ก

ข้อได้เปรียบของผู้ผลิต

นอกจากแก้เพนพอยต์ผู้บริโภคแล้ว Tetra Recart ยังออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ผลิต ทั้งการลดต้นทุนการผลิต เพราะกล่องกระดาษพับแบนได้ ประหยัดพื้นที่ขนส่งมากกว่ากระป๋องถึง 9 เท่า และเมื่อบรรจุสินค้าแล้ว รูปทรงสี่เหลี่ยมจัดวางบนพาเลตไม้ได้พอดี ช่วยบรรจุสินค้าได้มากขึ้น 20% ต่อพาเลต ลดต้นทุนค่าขนส่งต่อหน่วย

บนชั้นวางในห้างค้าปลีก รูปทรงกล่องกระดาษช่วยเพิ่มปริมาณสินค้าบนชั้นวางได้ 25-40% ในพื้นที่เท่าเดิม และลดเวลาจัดวางลง 45% พร้อมเพิ่มพื้นที่สื่อสารให้แบรนด์ ทำให้ชั้นวางทำหน้าที่เป็นบิลบอร์ดได้ ขณะที่ช่องทางออนไลน์ก็ได้ประโยชน์จากน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ที่ลดลง ทำให้ Tetra Recart ได้รับการรับรอง Compact by design จาก Amazon

มุมSustainabilityที่วัดได้

ด้านความยั่งยืน กล่อง Tetra Recart ปล่อยก๊าซคาร์บอนน้อยกว่ากระป๋องถึง 85% และน้อยกว่าขวดแก้ว 83% ในการขนส่งบรรจุภัณฑ์ 1 ล้านชิ้น Tetra Recart ปล่อยก๊าซคาร์บอนน้อยกว่าถึง 21,000 ตัน วัสดุทำจากกระดาษจากป่าปลูกทดแทนที่ได้รับการรับรอง FSC สูงถึง 71% สามารถรีไซเคิลได้ และทำให้ต้นทุนผันผวนน้อยกว่าเหล็กหรือโลหะที่ราคาแกว่งตามราคาแร่และน้ำมันโลก

สำหรับประเทศไทย แม้ทูน่าในตลาดจะคุ้นเคยกับขนาด 170-180 มิลลิลิตร และไซส์น้ำพริก 70-80 มิลลิลิตร แต่ในเมื่อผู้ผลิตไทยส่งออกกว่า 90% ของปริมาณการผลิตทั้งหมด และบริโภคในประเทศเพียงราว 10% การเปลี่ยนผ่านสู่บรรจุภัณฑ์ใหม่จึงอาจเริ่มจากตลาดส่งออกก่อน แล้วค่อยขยายสู่ชั้นวางในประเทศในอนาคต

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap