
- เศรษฐกิจ
- กองบรรณาธิการ
ผลสำรวจของ LY Corporation พบว่า 76.7% ของคนไทยกังวลเรื่องน้ำท่วมมากที่สุด รองลงมาคือแผ่นดินไหว 70.2% และภัยแล้ง 54.3% ขณะที่ 75% ตระหนักถึงความจำเป็นในการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ แต่ยังไม่ได้เริ่มเตรียมตัวหรือรู้สึกว่าสิ่งที่เตรียมไว้ยังไม่เพียงพอ โดย LINE ประเทศไทย พัฒนา LINE ALERT เพื่อให้ข้อมูลแจ้งเตือนภัยที่รวดเร็วและน่าเชื่อถือ เพื่อให้ผู้คนมีเวลารับมือและออกจากพื้นที่เสี่ยงได้ทัน
Key facts
คนไทยกังวลน้ำท่วม แต่ยังเตรียมตัวไม่พอ
- ผลสำรวจ LY Corporation พบว่า 76.7% ของคนไทยกังวลเรื่องน้ำท่วมมากที่สุด รองลงมาคือแผ่นดินไหว 70.2% และภัยแล้ง 54.3%
- 75% ของคนไทยตระหนักถึงความจำเป็นในการเตรียมพร้อม แต่ 30.5% ยังไม่ได้เริ่มเตรียมตัว และ 44.5% เตรียมตัวแล้วแต่รู้สึกว่าไม่เพียงพอ
- LINE ALERT มีผู้ติดตามประมาณ 260,000 คน รองรับการแจ้งเตือน 6 ประเภท ได้แก่ น้ำท่วม ไฟไหม้ พายุ แผ่นดินไหว ฝุ่น PM2.5 และดินถล่ม
- ณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด LINE ประเทศไทย ระบุว่า LINE ALERT เริ่มพัฒนาเองหลังเหตุน้ำท่วมนครศรีธรรมราชและโรงงานเคมีระเบิดในสมุทรปราการเมื่อปี 2564
จากผลสำรวจของ LY Corporation พบว่า 75% ของคนไทยตระหนักถึงความจำเป็นในการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ แต่ยังไม่ได้เริ่มเตรียมตัวหรือรู้สึกว่าสิ่งที่เตรียมไว้ยังไม่เพียงพอ โดยแบ่งเป็น 30.5% ที่วางแผนจะเตรียมพร้อมแต่ยังไม่ได้เริ่ม และ 44.5% ที่เตรียมตัวแล้วแต่ยังรู้สึกว่าไม่เพียงพอ
เมื่อถามถึงภัยพิบัติที่สร้างความกังวลมากที่สุดในไทย คำตอบอันดับหนึ่งคือน้ำท่วม (76.7%) ตามด้วยแผ่นดินไหว (70.2%) และภัยแล้งหรือการขาดแคลนน้ำ (54.3%) ตัวเลขนี้สะท้อนว่าคนไทยให้ความสำคัญกับภัยน้ำท่วมมากเป็นพิเศษ ข่าวภัยพิบัติกระตุ้นให้เริ่มเตรียมตัว
ในกลุ่มคนไทยที่เริ่มเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติแล้ว 68.9% ระบุว่าการเห็นข่าวเกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นให้เริ่มเตรียมตัว ขณะที่ 74.4% ระบุว่าการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยพิบัติเป็นกิจกรรมที่ทำเป็นประจำมากที่สุด ตามด้วยการสำรองน้ำ อาหาร และของใช้จำเป็นสำหรับกรณีฉุกเฉินที่ 69.7%
ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าข่าวภัยพิบัติมีบทบาททั้งในการกระตุ้นให้คนเริ่มเตรียมตัว และเป็นส่วนหนึ่งของการติดตามสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อเกิดเหตุจริง ข้อมูลต้องไปถึงผู้คนได้ทันเวลาและช่วยให้พวกเขาตัดสินใจได้ LINE ALERT เกิดขึ้นได้อย่างไร
ณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด LINE ประเทศไทย มองว่าสิ่งสำคัญในสถานการณ์ภัยพิบัติคือการทำให้ผู้คนรู้ว่าเหตุเกิดขึ้นที่ไหน และคนใกล้ตัวได้รับผลกระทบหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อมีเครื่องมือที่ช่วยส่งต่อข้อมูลไปถึงคนจำนวนมากได้
LINE ประเทศไทย จึงพัฒนา LINE ALERT ขึ้นมาหลังพบปัญหาจากเหตุภัยพิบัติหลายครั้ง เช่น น้ำท่วมในจังหวัดนครศรีธรรมราช และเหตุโรงงานเคมีระเบิดในจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อปี 2564 ณิชารัศมิ์ เล่าว่าในตอนนั้นการติดตามข่าวสารและประเมินสถานการณ์ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องการรู้ว่าคนใกล้ตัวได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ยิ่งเมื่อเหตุการณ์มีความเสี่ยงครอบคลุมพื้นที่โดยรอบในระยะ 1-5 กิโลเมตร คนที่มีครอบครัวหรือเพื่อนร่วมงานอยู่ในบริเวณนั้นก็ย่อมอยากรู้ว่าพวกเขาปลอดภัยหรือไม่ แต่ในสถานการณ์จริง ไม่ใช่ทุกคนที่จะรับโทรศัพท์ได้ตลอดเวลา ข้อมูลต้องเร็วและเชื่อถือได้
ปัจจุบัน LINE ALERT มีผู้ติดตามประมาณ 260,000 คน โดยรวบรวมข้อมูลแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรองรับการแจ้งเตือนภัย 6 ประเภท ได้แก่ น้ำท่วม ไฟไหม้ พายุ แผ่นดินไหว ฝุ่น PM2.5 และดินถล่ม พร้อมแสดงระดับความเสี่ยงด้วยสีเพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจสถานการณ์ได้ง่ายขึ้น ผู้ใช้ยังสามารถตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงผ่านแผนที่ ดูหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินและกดโทรออกได้ทันที ค้นหาโรงพยาบาลใกล้เคียงพร้อมเส้นทางนำทาง รวมถึงเลือกพื้นที่ที่ต้องการติดตามได้สูงสุด 5 พื้นที่
ณิชารัศมิ์ อธิบายว่าการติดตามหลายพื้นที่ช่วยให้ผู้ใช้ไม่พลาดสถานการณ์ในบริเวณที่คนในครอบครัวอาศัยอยู่ แม้ตัวเองจะอยู่คนละพื้นที่หรือกำลังเดินทางก็ตาม อีกประเด็นสำคัญคือความเร็วของข้อมูล เพราะในสถานการณ์ภัยพิบัติ เวลามีความสำคัญ ยิ่งผู้คนได้รับข้อมูลเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสเตรียมตัวหรือหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงได้เร็วขึ้น
จากเสียงสะท้อนของผู้ใช้งาน LINE ALERT การแจ้งเตือนล่วงหน้าช่วยให้บางคนมีเวลาเตรียมตัวหรือออกจากพื้นที่ก่อนภัยจะมาถึง โดยเรื่องที่มีการแจ้งเตือนบ่อย ได้แก่ ฝุ่น PM2.5 ตามมาด้วยสภาพอากาศ และคลื่นลมแรง อย่างไรก็ตาม การมีช่องทางแจ้งเตือนเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะข้อมูลที่ส่งออกไปต้องถูกต้องและรวดเร็วพอให้ผู้ใช้นำไปใช้ได้จริง
ณิชารัศมิ์ ระบุว่า LINE ให้ความสำคัญกับการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกำลังมองหาความร่วมมือจากภาคเอกชนเพิ่มเติม เพื่อให้ข้อมูลที่นำมาแจ้งเตือนมีความน่าเชื่อถือและทันต่อสถานการณ์ “การแจ้งเตือนภัยไม่ใช่แค่การส่งข้อความให้เร็วที่สุด แต่ต้องทำให้ข้อมูลที่ส่งออกไปน่าเชื่อถือ และช่วยผู้คนตัดสินใจได้จริงด้วย” LINE SAFETY CHECK กับบทบาทในภัยพิบัติ
นอกจากการแจ้งเตือนภัยพิบัติแล้ว อีกเรื่องที่สำคัญคือการทำให้คนใกล้ตัวรู้ว่าแต่ละคนปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของ LINE SAFETY CHECK เมื่อเกิดภัยพิบัติ ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้แจ้งสถานะของตัวเองว่าปลอดภัยหรือได้รับผลกระทบ เพื่อให้เพื่อนและครอบครัวรับรู้สถานการณ์ได้ โดยไม่ต้องส่งข้อความถามทีละคน
ณิชารัศมิ์ อธิบายว่าการสื่อสารสถานะความปลอดภัยสำคัญเพราะในบางสถานการณ์ คนที่เราห่วงใยอาจรับสายไม่ได้ตลอดเวลา แต่หากพวกเขาแจ้งสถานะไว้ คนใกล้ตัวก็จะรู้ว่าอีกฝ่ายปลอดภัยหรือไม่ และพอประเมินได้ว่าควรช่วยเหลืออย่างไรต่อ ความท้าทายคือทำให้คนรู้จักและใช้เป็นก่อนเกิดเหตุ
การมีเครื่องมือพร้อมใช้งานไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสามารถใช้ได้อย่างคล่องแคล่วเมื่อเกิดเหตุจริง โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้คนอาจกำลังตื่นตระหนกหรือมีเวลาตัดสินใจจำกัด ณิชารัศมิ์ มองว่าความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การมีเครื่องมือสำหรับรับมือภัยพิบัติเท่านั้น แต่อยู่ที่การทำให้ผู้คนรู้จักและเข้าใจวิธีใช้เครื่องมือเหล่านี้ก่อนเกิดเหตุ เพราะเมื่อสถานการณ์ฉุกเฉินมาถึง ผู้คนอาจมีเวลาไม่มากพอที่จะเรียนรู้วิธีใช้งานตั้งแต่ต้น
การเตรียมพร้อมไม่ได้หมายถึงการวางแผนอพยพเพียงอย่างเดียว จากการลงพื้นที่พบว่า เมื่อเกิดน้ำท่วม ผู้สูงอายุบางคนไม่ยอมออกจากบ้าน แม้คนในครอบครัวจะพยายามชวนให้ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยก็ตาม เรื่องนี้ทำให้เห็นว่าการรับมือภัยพิบัติไม่ได้มีแค่การบอกให้ทุกคนรีบอพยพ เพราะคนแต่ละวัยมีข้อจำกัดและเหตุผลในการตัดสินใจต่างกัน หากผู้สูงอายุไม่ยอมออกจากบ้าน การเตรียมพร้อมก็ต้องครอบคลุมถึงการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยระหว่างน้ำท่วมด้วย เช่น การสำรองอาหาร น้ำดื่ม และยาประจำตัว รวมถึงการเตรียมรับมือหากห้องน้ำหรือระบบสาธารณูปโภคใช้การไม่ได้ตามปกติ
นี่จึงเป็นที่มาของโครงการ LIFELINE พร้อมก่อนวิกฤต ซึ่ง LINE ประเทศไทย จัดขึ้นเพื่อให้ผู้คนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติก่อนเกิดเหตุจริง โดยไม่ได้เน้นเพียงการทำให้คนรู้จัก LINE ALERT และ LINE SAFETY CHECK เท่านั้น แต่ยังมุ่งสร้างความเข้าใจในการใช้งานจริงด้วย
สำหรับแนวโน้มต่อไป LINE ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน เพื่อให้ LINE ALERT เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนไทยรับมือภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซึ่งเป็นภัยที่คนไทยกังวลมากที่สุด
— The 2026 Moutai Night in Seoul brought together political, business and cultural guests on October 25, using Qi Purple, Miao craft and baijiu culture as a bridg
— American golfer John Catlin closed with a 64 to win the 2026 Link Hong Kong Open at Fanling by five strokes, as Premier Partner Moutai brought Jiang-aroma baiji
— การบินไทยยืนยันงบซื้อไวน์และแชมเปญปีละ 100 กว่าล้านบาท ไม่ใช่ 860 ล้านบาทตามที่มีข่าว พร้อมระบุคำสั่งซื้อล่าสุด 700,000 ขวด มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ใช้ 1 ปี