SME D Bank เปิดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อยอด AI นกกระซิบ ช่วย SMEs เข้าถึงทุนโดยไม่ต้องใ…

SME D Bank เปิดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อยอด AI นกกระซิบ ช่วย SMEs เข้าถึงทุนโดยไม่ต้องใ…

โครงการนกกระซิบ

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เดินหน้าขยายผลโครงการ "นกกระซิบ" ของกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นระบบ AI Chatbot ในแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและร้านค้าชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" โดยนำข้อมูลทางการเงินในระบบดังกล่าวมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาสินเชื่อของธนาคาร

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank เปิดเผยว่า ธนาคารพร้อมขับเคลื่อนขยายผลโครงการนกกระซิบ ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย โดยข้อมูลในระบบครอบคลุมการสรุปยอดขาย รายได้ และการบริหารสต๊อก ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นขอกู้จาก SME D Bank ได้

ผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่รองรับ

สำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่รองรับนั้น แบ่งเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ สินเชื่อ "ปลุกพลัง SME" สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็กที่ต้องการลงทุน ขยาย หรือปรับปรุงกิจการ รวมถึงหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่องในธุรกิจ เช่น ร้านโชห่วย ร้านขายปลีก ร้านขายยา และแฟรนไชส์รายย่อย โดยมีวงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน และไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เนื่องจากมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันเต็มจำนวน

ส่วนสินเชื่อ "Beyond ติดปีก SME" สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วไปที่ต้องการเงินทุนไปเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ หรือปรับเปลี่ยนทรัพย์สินและเครื่องจักร เพื่อเพิ่มศักยภาพธุรกิจ เช่น เกษตรแปรรูป อาหารเพื่อสุขภาพ โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร และธุรกิจบริการดิจิทัลหรืออิเล็กทรอนิกส์ วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี และปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน

ช่องทางสมัครและสอบถาม

ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank และเว็บไซต์ www.smebank.co.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1357

การต่อยอดระบบ AI นกกระซิบมาใช้เป็นเครื่องมือประกอบการพิจารณาสินเชื่อครั้งนี้ สะท้อนทิศทางของสถาบันการเงินในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาแก้ปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุนของธุรกิจรายเล็กที่มักขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของเอสเอ็มอีไทยมาอย่างยาวนาน หากโครงการนี้ขยายผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจเป็นต้นแบบให้หน่วยงานอื่นนำข้อมูลดิจิทัลจากแพลตฟอร์มภาครัฐมาใช้ประเมินเครดิตของผู้ประกอบการรายย่อยต่อไปในอนาคต

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap