SC เปิดตัวมาตรฐานบ้านสีเขียว SC Green Mark ตั้งเป้า 5 ปี ลดคาร์บอนแสนตัน

SC เปิดตัวมาตรฐานบ้านสีเขียว SC Green Mark ตั้งเป้า 5 ปี ลดคาร์บอนแสนตัน

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดตัวมาตรฐานอาคารสีเขียว "SC Green Mark" พร้อมตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 100,000 ตันคาร์บอน ครอบคลุม 4,000 อาคารภายในปี 2573 โดยจับมือกับสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) ใช้เวลา 2 ปีในการพัฒนาเกณฑ์ให้เหมาะกับภูมิอากาศและบริบทของไทย

เป้าหมาย ESG สามด้าน

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SC เปิดเผยว่าบริษัทดำเนินธุรกิจบนแนวทาง ESG โดยวางเป้าหมาย 3 ด้านที่ทำควบคู่กัน ได้แก่ การมีมาตรฐาน ESG ระดับสากลจากการประเมิน FTSE Russell ซึ่งคาดหวังคะแนน 4.0 ขึ้นไปจากเต็ม 5 การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกขั้นตอนธุรกิจรวม 100,000 ตันคาร์บอนระหว่างปี 2568-2573 และการพัฒนามาตรฐานอาคารของบริษัทเอง

"การได้รับการประเมินจาก FTSE นอกจากจะได้สิทธิประโยชน์เรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้นจากสถาบันการเงินแล้ว ต้องเน้นย้ำว่า ESG ในยุคนี้ไม่ควรถูกมองแค่เรื่องผลประโยชน์ แต่มันกำลังจะกลายเป็นเรื่องปกติ ในอนาคตเราจะไม่คุยกันว่าใครทำแล้วบ้าง แต่จะคุยกันว่าใครไม่ทำ อันนี้ไม่ปกติ" นายณัฐพงศ์กล่าว

เกณฑ์ 3 ดี ประเมินสองขั้นตอน

มาตรฐาน SC Green Mark ครอบคลุมการประเมิน 3 หมวด ได้แก่ ดีต่อคน ดีต่อโลก และดีด้วยนวัตกรรม โดยประเมินทั้งในส่วนการออกแบบและส่วนการก่อสร้าง

หมวดดีต่อคนให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและ Well-being ของผู้อยู่อาศัย ผ่านการเลือกใช้วัสดุที่มีสารอินทรีย์ระเหยต่ำ (Low VOC) การจัดการแสงธรรมชาติและออกแบบแสงสว่างภายในห้อง การใช้พื้น Soft Floor ที่ลดแรงกระแทก สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ รวมถึงการดูแลคุณภาพอากาศและการระบายอากาศภายในบ้าน

หมวดดีต่อโลกลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การก่อสร้างจนถึงการอยู่อาศัยจริง ด้วยการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น คอนกรีตและเหล็กที่ลด Carbon Footprint การติดตั้ง Solar Rooftop และการใช้ฉนวนกันความร้อนเพื่อลดการใช้พลังงานของอาคาร

ส่วนหมวดดีด้วยนวัตกรรมนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ อาทิ RueJai Home Panel ระบบควบคุมบ้านอัจฉริยะที่ช่วยดูแลคุณภาพอากาศภายในอาคาร เช่น PM2.5 และ CO₂ และ RueJai App ฟีเจอร์ Home Health ที่ช่วยเช็กสุขภาพบ้านพร้อมแจ้งเตือนงานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน

ต้นทุนเพิ่มไม่ถึง 1%

นายณัฐพงศ์ระบุว่า SC ร่วมกับสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาคารเขียวของประเทศ ใช้เวลา 2 ปีพัฒนาเกณฑ์การประเมินสำหรับที่พักอาศัยแนวราบและคอนโด ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศและบริบทของประเทศไทย เพื่อให้ภาคธุรกิจนำไปปฏิบัติและขยายผลได้จริง

ทั้งนี้ การเข้าร่วมการประเมิน FTSE ของทุกบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเปลี่ยนจากการเก็บคะแนน SET ESG มาเป็นคะแนน FTSE ไม่ได้ส่งผลต่อราคาบ้านอย่างมีนัยสำคัญ โดยต้นทุนเพิ่มขึ้นน้อยมากไม่ถึง 1% ต่อหลัง หรือบางดีไซน์ก็ไม่มีต้นทุนเพิ่มขึ้นเลย เนื่องจาก SC ใช้วัสดุหลักอย่างเหล็กรีไซเคิล 100% หรือสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำอยู่แล้วเป็นปกติ

สำหรับการดำเนินงาน SC เริ่มนำ SC Green Mark มาใช้กับโครงการแรก คือ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีนี้ โดยตั้งเป้าหมายทั้งหมด 4,000 อาคารภายในปี 2573 ซึ่งการนับโครงการแนวราบจะนับเป็นหลัง และคอนโดนับเป็นอาคารเดียว ไม่นับเป็นจำนวนยูนิต

นอกเหนือจากการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ และการก่อสร้างแล้ว SC ยังใช้หลัก Customer Centric คำนึงถึงการเข้าอยู่อาศัยจริงไปอีกหลายสิบปี จึงจัดทำคู่มือการอยู่อาศัย เช่น การเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน การบำรุงรักษาบ้านเพื่อยืดอายุวัสดุอุปกรณ์ และการจัดการขยะครัวเรือน เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงคุณค่าของผลิตภัณฑ์และร่วมภูมิใจในการมีส่วนช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม

การผลักดันมาตรฐานอาคารสีเขียวในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยครั้งนี้ สอดคล้องกับทิศทางที่ผู้ประกอบการรายอื่นเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเกณฑ์ ESG มากขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันจากนักลงทุนสถาบันและสถาบันการเงินที่ให้น้ำหนักกับความยั่งยืนในการพิจารณาสินเชื่อและการลงทุน ซึ่งอาจทำให้มาตรฐานอาคารสีเขียวกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานของตลาดที่อยู่อาศัยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap