
- เศรษฐกิจ
- กองบรรณาธิการ
Microsoft ประเทศไทย ระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องเปลี่ยนวิธีวัดความสำเร็จของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จากเดิมที่ดูแค่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ มาสู่การวัดมูลค่าที่นักท่องเที่ยวแต่ละคนสร้างให้กับเศรษฐกิจไทย โดยมองว่า AI จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยยกระดับมูลค่าเพิ่มในภาคการท่องเที่ยวและภาคเกษตรกรรมของประเทศ
หัวใจคือมูลค่าต่อคน
ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ Microsoft ประเทศไทยและตลาดใหม่ กล่าวว่า ไทยควรเปลี่ยนคำถามจาก “มีนักท่องเที่ยวกี่คน” เป็น “นักท่องเที่ยวแต่ละคนสร้างมูลค่าให้ประเทศได้มากแค่ไหน” ซึ่งแนวคิดนี้ไม่ได้หมายความว่าไทยไม่ต้องการนักท่องเที่ยวเพิ่ม แต่การเติบโตในระยะต่อไปต้องมองมากกว่าจำนวนคนที่เดินทางเข้าประเทศ
ธนวัฒน์ มองว่า ไทยควรหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เช่น ทำให้นักท่องเที่ยวอยู่ในประเทศไทยนานขึ้น และใช้บริการที่สร้างรายได้มากขึ้น โดยเฉพาะบริการด้านสุขภาพและเวลเนส ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ไทยมีอยู่แล้ว
ปัจจุบันประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวมากกว่า 30 ล้านคนจากประมาณ 40-50 ประเทศ หาก AI ช่วยให้ไทยสื่อสารกับนักท่องเที่ยวด้วยภาษาของพวกเขาได้ดีขึ้น ก็อาจช่วยสร้างความมั่นใจตั้งแต่ก่อนเดินทาง ไปจนถึงระหว่างที่อยู่ในประเทศไทย
ธนวัฒน์ ยกตัวอย่างว่า หากไทยใช้ AI ช่วยสื่อสารกับนักท่องเที่ยวในภาษาของแต่ละคนได้ดีขึ้น ก็ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องความสะดวก แต่ยังอาจสร้างความมั่นใจ และทำให้นักท่องเที่ยวอยากใช้เวลาอยู่ในไทยนานขึ้น จากเดิมที่อาจเดินทางเข้ามาแล้วอยู่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนเดินทางกลับ
ดังนั้น AI ในกรณีนี้ไม่ได้มีไว้แค่ช่วยให้ธุรกิจท่องเที่ยวทำงานง่ายขึ้น แต่ยังอาจช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรม ตั้งแต่การสื่อสารกับนักท่องเที่ยว ไปจนถึงการทำให้คนที่เข้ามาในประเทศอยู่นานขึ้นและใช้บริการต่าง ๆ มากขึ้น
ระวังช่องว่างการเข้าถึง AI
หากต้องการให้ AI สร้างผลต่อเศรษฐกิจไทยจริง ๆ ธนวัฒน์ มองว่า สิ่งที่สำคัญกว่าไม่ใช่ว่าไทยจะเลือกใช้ AI รุ่นไหน แต่อยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรให้คนจำนวนมากเข้าถึง AI และนำ AI ที่เหมาะสมไปใช้กับโจทย์ของตัวเองได้
สิ่งที่ต้องระวังคือ “ช่องว่างด้าน AI” ระหว่างคนที่เข้าถึงและใช้ประโยชน์จาก AI ได้ กับคนที่ยังไม่มีโอกาสใช้เทคโนโลยีนี้ หากช่องว่างนี้ขยายตัวมากขึ้น ประโยชน์จาก AI ก็อาจตกอยู่กับคนบางกลุ่ม ขณะที่คนและธุรกิจอีกจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงโอกาสจากเทคโนโลยีนี้
ธนวัฒน์ จึงมองว่า ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษาต้องช่วยกันทำให้คนเข้าถึง AI ได้มากขึ้น เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่การถกเถียงว่า AI รุ่นไหนเก่งกว่า แต่คือการเลือก AI ให้เหมาะกับงานและนำไปใช้ให้เกิดผลจริง
AI กับ SME และเกษตรกรรม
นอกจากภาคท่องเที่ยวแล้ว AI ยังสามารถช่วยภาคเกษตรกรรมของไทยสร้างมูลค่าได้ โดยธนวัฒน์ ระบุว่า ปัจจุบันไทยมี SME ราว 3.2 ล้านราย คิดเป็นประมาณ 35% ของ GDP ทำให้การนำ AI ไปใช้ในธุรกิจกลุ่มนี้เป็นอีกเรื่องสำคัญ หากต้องการให้ AI ช่วยยกระดับเศรษฐกิจในวงกว้าง
ธนวัฒน์ ยกตัวอย่างว่า ไทยมีข้อมูลอยู่แล้วจำนวนมาก ตั้งแต่พื้นที่แต่ละแห่งเหมาะกับการปลูกอะไร สภาพอากาศแบบไหนเหมาะกับผลผลิตชนิดใด ไปจนถึงตลาดกำลังต้องการสินค้าอะไร แต่ข้อมูลเหล่านี้จะมีประโยชน์มากขึ้น ถ้าเอามาเชื่อมกัน แล้วทำให้เกษตรกรนำไปใช้ตัดสินใจได้จริง
ถ้าทำได้ AI ก็ไม่ได้แค่ช่วยเกษตรกรทำงานเร็วขึ้น แต่ยังช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจจากข้อมูลที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการสร้างมูลค่าจากผลผลิตของไทย ทั้งการท่องเที่ยวและการเกษตรสะท้อนเรื่องเดียวกันว่า ไทยมีทรัพยากรและข้อมูลอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือจะใช้เทคโนโลยีเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ให้กลายเป็นมูลค่าได้อย่างไร
พาร์ทเนอร์กระจาย AI ทั่วประเทศ
ราล์ฟ ฮอปเตอร์ รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายรายได้ กลุ่มธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และลูกค้าองค์กร ของ Microsoft มองว่า จุดแข็งของไทยคือการมีเครือข่ายพาร์ทเนอร์ที่มีทั้งบริษัทระดับโลก และบริษัทที่อยู่กับตลาดไทยมานาน
พาร์ทเนอร์ระดับโลกมีทั้งความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการช่วยธุรกิจขยายไปต่างประเทศ ขณะที่พาร์ทเนอร์ในไทยเข้าใจบริบทของธุรกิจในประเทศ และสามารถทำงานกับธุรกิจในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กรุงเทพ
เครือข่ายนี้ไม่ได้มีบทบาทแค่เรื่องการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่ยังช่วยให้ธุรกิจเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะกับโจทย์ของตัวเอง ทำให้การใช้ AI มีโอกาสกระจายออกไปมากกว่าบริษัทขนาดใหญ่ในกรุงเทพ
สุดท้ายแล้ว คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า AI เก่งแค่ไหน แต่คือไทยจะนำ AI ที่มีอยู่ไปสร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจได้มากแค่ไหน ขณะเดียวกันสิ่งที่ต้องระวังคืออย่าให้การเติบโตของ AI กลายเป็นการสร้างช่องว่างใหม่ระหว่างคนที่เข้าถึงเทคโนโลยีกับคนที่เข้าไม่ถึง เพราะถ้า AI จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจไทยได้จริง คนและธุรกิจในทุกพื้นที่ก็ต้องมีโอกาสเข้าถึงและนำ AI ไปใช้
ทั้งนี้ Microsoft เปิดเผยสถิติว่าอัตราผู้ใช้ AI ในไทยเติบโตพุ่งเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงเกาหลีใต้ ข้อมูลดังกล่าวเปิดเผยในงาน Microsoft AI Tour Bangkok 2026
— The 2026 Moutai Night in Seoul brought together political, business and cultural guests on October 25, using Qi Purple, Miao craft and baijiu culture as a bridg
— American golfer John Catlin closed with a 64 to win the 2026 Link Hong Kong Open at Fanling by five strokes, as Premier Partner Moutai brought Jiang-aroma baiji