ไทย-ติมอร์ฯ เร่งสรุป MOU ค้าข้าว เปิดทางเกษตรแปรรูปขยายตลาด หลังติมอร์ฯเข้าเป็นสมาชิกอาเ…

ไทย-ติมอร์ฯ เร่งสรุป MOU ค้าข้าว เปิดทางเกษตรแปรรูปขยายตลาด หลังติมอร์ฯเข้าเป็นสมาชิกอาเ…

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับนายไก ราลา ชานานา กุสเมา นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 9-10 ตุลาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล ถือเป็นการเยือนไทยครั้งแรกในรอบ 13 ปี และเกิดขึ้นหลังติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อเดือนตุลาคม 2568

เดินหน้าขยายการค้าและการลงทุน

การหารือข้อราชการเต็มคณะครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายมุ่งกระชับความสัมพันธ์และต่อยอดความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน โดยประเด็นสำคัญครอบคลุมการส่งเสริมการค้าและการลงทุน การขยายตลาดสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปของไทย ตลอดจนการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร

ในด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ไทยและติมอร์-เลสเตเห็นพ้องที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดยฝ่ายไทยแสดงความพร้อมที่จะเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงทางอาหารของติมอร์-เลสเต และพร้อมอำนวยความสะดวกในการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปของไทย

เร่งสรุป MOU ด้านข้าว

ประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือการเร่งสรุปบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ด้านการค้าข้าว ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าเกษตรไทย และสร้างประโยชน์โดยตรงแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทย

ความร่วมมือดังกล่าวยังถือเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับติมอร์-เลสเตภายใต้กรอบอาเซียน โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างสองประเทศให้เพิ่มขึ้นในระยะต่อไป

โอกาสของเกษตรกรและผู้ประกอบการ

การที่ติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ทำให้ตลาดแห่งนี้มีศักยภาพมากขึ้นสำหรับสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปของไทย ทั้งข้าว น้ำตาล มันสำปะหลัง และผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น ๆ ที่ไทยมีจุดแข็งด้านคุณภาพและมาตรฐานการผลิต

การอำนวยความสะดวกด้านการส่งออกที่ฝ่ายไทยพร้อมสนับสนุน จะช่วยลดขั้นตอนและต้นทุนให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปที่ต้องการขยายตลาดไปยังติมอร์-เลสเต ซึ่งเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีความต้องการนำเข้าอาหารสูง

สำหรับเกษตรกรไทย การมี MOU ด้านการค้าข้าวที่ชัดเจนจะช่วยสร้างความแน่นอนของคำสั่งซื้อและราคาในระยะยาว ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดส่งออกหลัก และเปิดทางให้ข้าวไทยมีช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้นในภูมิภาคอาเซียน

แนวโน้มต่อไปคือการเจรจารายละเอียดของ MOU ด้านการค้าข้าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ตลอดจนการผลักดันความร่วมมือด้านอื่น ๆ ภายใต้กรอบอาเซียน ซึ่งจะเป็นการวางรากฐานความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับติมอร์-เลสเตให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในระยะยาว

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap