ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ วัย 90 ปี กลับมากู้สวนสยาม หลังน้ำท่วมเสียหาย 500 ล้าน

ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ วัย 90 ปี กลับมากู้สวนสยาม หลังน้ำท่วมเสียหาย 500 ล้าน

เจ้าพ่อสวนน้ำ “ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ” วัย 90 ปี กลับมาอยู่ในความสนใจของสาธารณชนอีกครั้ง หลังอัดคลิปความยาวกว่า 4 นาที สะท้อนภาพ “สวนสยาม” ทะเลกรุงเทพ กำลังจมอยู่ใต้น้ำจากวิกฤตน้ำท่วมปี 2569 โดยคาดว่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ทั้งอุปกรณ์เครื่องเล่นและรายได้ที่ต้องปิดบริการยาว 6 เดือน

น้ำท่วมไม่ทันตั้งตัว

“ไชยวัฒน์” ระบุว่าสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้มาแบบไม่ทันตั้งตัว “เราไม่ทราบข่าวล่วงหน้ามาก่อน พอจะรู้คร่าว ๆ ว่าพายุจะเข้า แต่ไม่คิดว่าจะเข้าหนักถึงขนาดนี้ เราต้องปิดสวนสยามไว้อย่างน้อย 6 เดือน เพื่อให้ประชาชนกลับเข้ามาเที่ยว กลับมามีความสุขและปลอดภัยเหมือนเดิม”

คำกล่าวที่ออกมาจากใจเจ้าพ่อสวนน้ำสะท้อนความผูกพันที่มีต่อพื้นที่แห่งนี้ว่า “ผมเป็นเจ้าของสวนสยาม เป็นเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร และเป็นเมืองท่องเที่ยวมีความเสียหายยิ่งใหญ่เท่าไหร่ เราก็ยิ่งเสียเท่านั้น” พร้อมย้ำว่า “ผมไม่มาดูก็ไม่สบายใจ กลางคืนก็นอนไม่หลับ”

ห่วงพนักงานมากกว่าทรัพย์สิน

สิ่งที่เจ้าพ่อสวนน้ำกังวลมากกว่าทรัพย์สินที่จมน้ำ คือพนักงานอีกหลายสิบชีวิต ซึ่งเขาระบุว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่น่าสงสารมาก มีทั้งผู้ที่มาจากต่างจังหวัด มาทำงานแบบรายวันและรายเดือน เงินเดือนก็น้อย พนักงานมาร้องไห้กับเขามากมาย ทำให้เขาต้องร้องไห้ไปด้วย

“สวนสยามหยุด 6 เดือน เขาจะเอาอะไรกิน ตัวเองผมไม่ห่วง ผม 90 ปีแล้ว แต่ผมห่วงคนที่อยู่ข้างผมมากกว่า อย่างไรก็ดีผมต้องขอบคุณพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศที่ให้กำลังใจผมผ่านเฟซบุ๊ก ให้ผมฟื้นคืนโดยเร็ว เรายังไม่รู้จะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐและธนาคารเท่าไหร่ พอที่จะฟื้นฟูสวนสยามให้รื้อฟื้นขึ้นมาได้หรือไม่”

“ไชยวัฒน์” กล่าวว่า ถึงแม้จะทำสวนสยามขาดทุนทุกปี แต่ก็มีความสุขทุกปี และภูมิใจมาก “รวยกับจนก็ไม่ไหวเท่ากัน ความเสียหายก็ไม่ต่างกัน ผมมีมากก็ต้องเสียมาก เรามาตั้งต้นกันใหม่”

รอความช่วยเหลือรัฐและธนาคาร

เจ้าพ่อสวนน้ำกล่าวถึงความหวังในการฟื้นฟูว่า “กทม. ประกาศว่าเป็นพื้นที่ภัยพิบัติขึ้นมาแล้ว กทม. ก็จะช่วย ยังดีใจที่รัฐบาลประกาศว่าต้องช่วยให้ทุกคนอยู่รอด ธนาคารจะช่วยซ่อมและบำรุงรักษาให้ เท่าไหร่ก็บอกมา ถ้าจะช่วย ๆ จริง สวนสยามอยู่ได้ตลอดไป ถ้าพูดแต่ปากว่าช่วย ๆ แล้วไม่ช่วย สวนสยามก็ต้องขอลาตลอดกาล”

ก่อนหน้านี้ “ไชยวัฒน์” ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง หลังเสนอไอเดียให้รัฐบาลลงทุนโปรเจ็กต์เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ มูลค่าร่วม 1 แสนล้านบาท โดยเนรมิตที่ดิน 500 ไร่ ทั้งในส่วนของสวนสยามเดิม 250 ไร่ และที่ดินในเครือผืนใหญ่ที่อยู่ติดกันอีก 250 ไร่ พัฒนาโครงการที่มีทั้งสวนน้ำสวนสนุกกลางแจ้ง พื้นที่พาณิชยกรรม โรงแรม ศูนย์อาหาร ศูนย์รวมความบันเทิง และกาสิโนถูกกฎหมาย

โครงการดังกล่าวแบ่งเป็น 3 เฟส เฟสแรกเนื้อที่ 200 ไร่ ประกอบด้วยสวนสนุกสวนน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ พื้นที่พาณิชยกรรม ศูนย์รวมความบันเทิง กาสิโนเกม ไนต์ไลฟ์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ศูนย์อาหารและบาร์ ศูนย์รวมสินค้าโอท็อป ตลาดนัด 24 ชั่วโมง และห้องประชุมสัมมนา เฟสที่ 2 เนื้อที่ 110 ไร่ พัฒนาเป็นโครงการรีสอร์ต 4 ภาค สนับสนุนซอฟต์เพาเวอร์ อาคารบริการเกี่ยวกับสุขภาพและสันทนาการ คลับเฮาส์ขนาดใหญ่ และเฟสที่ 3 เนื้อที่ 85 ไร่ มีโรงแรมและกาสิโนขนาดใหญ่ โดยเฟสแรกจะปรับอาคารด้านหน้า (บางกอกเวิลด์) แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ได้ลงทุนไปร่วม 3,000 ล้านบาท ทำเป็นโรงแรมและมีกาสิโนอยู่ด้านล่าง

ครั้งนั้น “เจ้าพ่อสวนน้ำ” มั่นใจด้วยทำเลและขนาดพื้นที่ 500 ไร่ของสวนสยาม มีศักยภาพและเหมาะสมที่จะพัฒนาเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เพราะการเดินทางสะดวก ใกล้สนามบิน ทางด่วน รถไฟฟ้า

“ตัดสินใจจะลงทุนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เพราะเป็นการสร้างบ่อเป็นที่รับน้ำ ยังต่อยอดธุรกิจดั้งเดิมของสวนสยาม ซึ่งต้องยอมรับว่าธุรกิจสวนน้ำสวนสนุกก็ร่วงโรยไปตามยุคสมัย ไม่ได้โดดเด่นเหมือนในอดีต แต่การที่ยังเปิดบริการมาถึงปีที่ 46 เพราะรัก แม้ว่าบริษัทจะประสบปัญหาขาดทุนมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา” คำตอบของเจ้าพ่อสวนน้ำเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา

ที่ดินทำเลทองมูลค่าหมื่นล้าน

ที่ดิน “สวนสยาม” เนื้อที่ 250 ไร่ ถือว่าอยู่ในทำเลทองแห่งหนึ่งของโซนตะวันออก การเดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู ปัจจุบันสภาพพื้นที่เปลี่ยนไปมาก รายล้อมด้วยโครงการบ้านหรู หากประเมินมูลค่าที่ดิน 250 ไร่ ว่ากันว่าราคาน่าจะอยู่ที่ 90,000-100,000 บาทต่อตารางวา คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 10,000 ล้านบาท

“วุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ” ทายาทเจ้าพ่อสวนสยาม ระบุว่า สวนสยามถือว่าเป็นทรัพย์สินขนาดใหญ่ของครอบครัว ซึ่งความมั่งคั่งอยู่ที่ที่ดิน “ท่วมครั้งนี้ ทำให้เรามีความท้อใจบ้าง แต่คงต้องสู้ต่อไป ซึ่งคุณพ่อ (ไชยวัฒน์) เป็นนักสู้อยู่แล้ว”

หลังจากปิดสวนสยาม 6 เดือน สิ่งที่ต้องจับตาคือสวนสยามจะกลับมาเหมือนเดิม หรือจะเหลือเพียงตำนาน อย่างที่เจ้าพ่อสวนน้ำหงายไพ่ไว้ หากไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐและธนาคาร กับการพลิกวิกฤตในครั้งนี้ที่ต้องอัดเงินอีกไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap