โตโยต้าหยุดผลิต 4 โรงงาน เหตุน้ำท่วมฉุดห่วงโซ่ชิ้นส่วน ส.อ.ท.ห่วงซัพพลายเออร์บ้านโพธิ์-บ…

โตโยต้าหยุดผลิต 4 โรงงาน เหตุน้ำท่วมฉุดห่วงโซ่ชิ้นส่วน ส.อ.ท.ห่วงซัพพลายเออร์บ้านโพธิ์-บ…

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มส่งผลชัดเจนต่อภาคการผลิตไทย หลังบริษัทโตโยต้าประกาศหยุดการผลิตชั่วคราว 4 แห่ง เนื่องจากแรงงานบางส่วนไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ และผู้ผลิตชิ้นส่วนบางรายไม่สามารถขนส่งชิ้นส่วนเข้าโรงงานได้ทัน ส่งผลให้กระบวนการผลิตได้รับผลกระทบโดยตรง

ห่วงซัพพลายเออร์มากกว่าโรงประกอบ

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า แม้โตโยต้าจะหยุดผลิตชั่วคราว 4 แห่ง แต่เป้าหมายการผลิตรถยนต์ในปี 2569 ยังไม่มีการปรับลดลง เนื่องจากยังต้องเดินหน้าผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้า และปัจจุบันปริมาณการผลิตอยู่ในระดับที่ลดลงมากแล้ว จึงไม่สามารถลดลงได้มากกว่านี้อีก

โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ระบุว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเออร์ เพราะหากโรงงานชิ้นส่วนไม่สามารถผลิตสินค้าได้ จะกระทบต่อโรงงานประกอบรถยนต์เป็นทอด ๆ ขณะนี้กำลังให้สมาชิกเร่งรวบรวมข้อมูลผลกระทบ และคาดว่าอาจมีโรงงานอีก 5-6 แห่งในพื้นที่บ้านโพธิ์และบางพลีที่ต้องหยุดการผลิตชั่วคราวเช่นกัน

“สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือ กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเออร์ เพราะหากโรงงานชิ้นส่วนไม่สามารถผลิตสินค้าได้ จะกระทบต่อโรงงานประกอบรถยนต์เป็นทอด ๆ” นายสุรพงษ์กล่าว

ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมร่วง

ผลกระทบจากน้ำท่วมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะโรงงานที่ถูกน้ำท่วม แต่เริ่มขยายไปยังห่วงโซ่อุปทานและผู้ผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวเนื่อง สอดคล้องกับผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท. เดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 89.70 ลดลงจาก 90.0 ในเดือนกรกฎาคม โดยหนึ่งในปัจจัยกดดันคือสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อพื้นที่เศรษฐกิจ การคมนาคมขนส่ง และการจัดหาวัตถุดิบทางการเกษตร

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า นอกจากปัญหาสภาพอากาศแล้ว ภาคอุตสาหกรรมยังเผชิญต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบปิโตรเคมีในระดับสูง ขณะที่ตลาดรถยนต์ยังถูกกดดันจากกำลังซื้อและการเข้าถึงสินเชื่อ โดยยอดขายรถยนต์ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ลดลง 17.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการผลิตในเดือนสิงหาคมยังมีแรงหนุนจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี โดยการส่งออกขยายตัว 18.2% จากแรงส่งของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และการลงทุนด้าน AI ส่งผลให้การผลิตคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น 50.2% แผงวงจรพิมพ์ (PCB) เพิ่มขึ้น 15.2% และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) เพิ่มขึ้น 19.63%

MPI ยังโต แต่เริ่มเห็นสัญญาณหยุดผลิต

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 103.43 ขยายตัว 4.44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 58.28% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าภาพรวมการผลิตของไทยในเดือนสิงหาคมยังสามารถขยายตัวได้ แม้ภาคอุตสาหกรรมจะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนและปัญหาการขนส่ง

อุตสาหกรรมอุปกรณ์สื่อสารขยายตัว 24.41% จากอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแบบออปติคอล ตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center ทั่วโลก ขณะที่ชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัว 14.55% จากการผลิต PCBA ตามการขยายตัวของตลาดโลก

แต่ในอีกด้านหนึ่ง สศอ.เริ่มพบสัญญาณของการหยุดผลิตชั่วคราวในบางอุตสาหกรรมแล้ว โดยผลิตภัณฑ์พลาสติกและยางสังเคราะห์ขั้นต้นหดตัว 13.37% ส่วนหนึ่งจากผู้ผลิตบางรายหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุง และประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐานหดตัว 7.64% จากผู้ผลิตบางรายหยุดผลิตชั่วคราว ประกอบกับคำสั่งซื้อลดลง

จับตาตัวเลขผลิตเดือนหน้า

ส.อ.ท.มองว่าสถานการณ์น้ำท่วมกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ที่ต้องติดตาม เพราะอาจกระทบทั้งการเดินทางของแรงงาน การขนส่งสินค้า การจัดหาวัตถุดิบ และความต่อเนื่องของการผลิต ขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมยังต้องรับมือกับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน ความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีสหรัฐ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความผันผวนของสภาพอากาศ ซึ่งล้วนมีผลต่อทั้งต้นทุนและห่วงโซ่อุปทาน

สิ่งที่ต้องจับตาคือผลกระทบจากน้ำท่วมซึ่งจะเริ่มสะท้อนเข้ามาในตัวเลขการผลิตของเดือนกันยายนและตุลาคม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีห่วงโซ่การผลิตเชื่อมโยงกันจำนวนมาก ซึ่งอาจฉุดทั้งการผลิต การส่งออก และรายได้ของแรงงานในพื้นที่อุตสาหกรรมหลักของประเทศ

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap