แกร็บเผยยอดสั่ง 'ไทยช่วยไทยพลัส' ทะลุ 20 ล้านออร์เดอร์ ดันยอดขายร้านค้าโต 2 เท่า

แกร็บเผยยอดสั่ง 'ไทยช่วยไทยพลัส' ทะลุ 20 ล้านออร์เดอร์ ดันยอดขายร้านค้าโต 2 เท่า

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” รอบล่าสุดบนแพลตฟอร์มดีลิเวอรี่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดสั่งอาหารผ่าน GrabFood จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการมากกว่า 20 ล้านออร์เดอร์ และมีจำนวนผู้ใช้สิทธิเพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับรอบก่อนหน้า

ร้านค้าโต 2 เท่า

ข้อมูลของแคมเปญ “GrabFood X ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ระบุว่า ยอดรวมการสั่งอาหารดีลิเวอรี่จากร้านที่เข้าร่วมโครงการทะลุ 20 ล้านออร์เดอร์ เติบโตขึ้นกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับโครงการรอบก่อนหน้า ขณะที่ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นกว่า 40% และร้านเหล่านี้มียอดขายเฉลี่ยเติบโตสูงขึ้นมากกว่า 2 เท่าเช่นกัน

“แกร็บยังคงเดินหน้าสนับสนุนโครงการรอบเพิ่มเติม (1 ตุลาคม–30 พฤศจิกายน 2569) อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งเรายังคงเห็นสัญญาณตอบรับที่ดีอย่างชัดเจน” นางสาวจันต์สุดากล่าว

กรุงเทพฯ แชมป์ใช้สิทธิ

สำหรับพื้นที่ที่มีการใช้สิทธิมากที่สุด 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี ขอนแก่น เชียงใหม่ และโคราช ซึ่งสอดคล้องกับหัวเมืองใหญ่ที่มีผู้ใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มดีลิเวอรี่หนาแน่น ขณะที่ 5 จังหวัดที่มีอัตราการเติบโตของการใช้สิทธิสูงสุด ได้แก่ มหาสารคาม หัวหิน หาดใหญ่ (สงขลา) พะเยา และนครปฐม โดยมหาสารคามมียอดใช้สิทธิพุ่งขึ้นถึง 2.5 เท่า

ส่วนประเภทอาหารที่มีการสั่งซื้อโดยใช้สิทธิมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ อาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ฟาสต์ฟู้ด และเครื่องดื่มชา-กาแฟ สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังเน้นเมนูราคาย่อมเยาและเข้าถึงง่ายในชีวิตประจำวัน

เดินหน้า AI ช่วยร้านค้า

นางสาวจันต์สุดากล่าวต่อว่า แกร็บยังเดินหน้าส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ผ่านฟีเจอร์ “ผู้ช่วย AI อัจฉริยะ” (GrabMerchant AI Assistant) ซึ่งเปิดให้ใช้ตั้งแต่ปี 2568 โดยผู้ประกอบการที่ให้บริการผ่าน GrabFood สามารถใช้ได้ฟรีผ่านแอปพลิเคชั่นของร้านค้า (GrabMerchant App) ไม่มีค่าใช้จ่าย

ฟีเจอร์ดังกล่าวช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจากธุรกรรมบนแพลตฟอร์ม ทั้งยอดขาย เมนูยอดนิยม ช่วงเวลาที่มีคำสั่งซื้อสูง และพฤติกรรมการสั่งอาหาร เพื่อนำไปต่อยอดด้านการบริหารจัดการเมนู การวางแผนธุรกิจและการตลาด ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น

ปัจจุบันมีร้านอาหารกว่า 275,000 ร้านทั่วประเทศได้ทดลองใช้ GrabMerchant AI โดยเกือบ 55% หรือกว่า 150,000 ร้าน มีการใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกเดือน เพื่อจัดการหน้าร้านให้มีประสิทธิภาพ พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลการขายและวางแผนธุรกิจ

นอกจากนี้ แกร็บยังพบว่ากว่า 80% ของร้านที่เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” มีการใช้ฟีเจอร์ดังกล่าว โดยร้านที่ใช้งานอย่างสม่ำเสมอสามารถสร้างยอดขายเติบโตถึง 20% เมื่อเทียบกับร้านที่ไม่ได้ใช้

“แกร็บจะเดินหน้าส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ควบคู่ไปกับการอัปสกิลที่เป็นประโยชน์ผ่านโครงการ GrabAcademy อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับโครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) สำหรับร้านค้าของกระทรวงการคลัง” นางสาวจันต์สุดากล่าว

แนวโน้มดังกล่าวชี้ว่าการผสานมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐเข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัลและเครื่องมือ AI กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการพยุงกำลังซื้อร้านอาหารรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่ยังเผชิญต้นทุนและกำลังซื้อที่เปราะบาง ซึ่งการขยายโครงการรอบใหม่ระหว่างเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2569 จะเป็นตัวชี้วัดว่าการฟื้นตัวของยอดขายร้านค้ารายเล็กจะต่อเนื่องเพียงใด

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap