เอกนิติ ต้อนรับจอร์เจียวา IMF ประชุมใหญ่ปี 2569 คาดเงินสะพัด 1-2 พันล้าน

เอกนิติ ต้อนรับจอร์เจียวา IMF ประชุมใหญ่ปี 2569 คาดเงินสะพัด 1-2 พันล้าน

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงการคลัง ให้การต้อนรับนางคริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF–World Bank Annual Meetings 2026) ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ห้องรับรองพิเศษ AOT ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569

เตรียมพร้อมมาตรฐานสากล

ดร.เอกนิติ ระบุว่า การจัดงานครั้งนี้รัฐบาลไทยไม่ได้เตรียมความพร้อมเพียงด้านสถานที่และโครงสร้างพื้นฐานให้ได้มาตรฐานสากลระดับสูงสุดเท่านั้น แต่ยังผสานความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเข้ากับอัตลักษณ์และวัฒนธรรมไทย ทั้งมิตรภาพ ความอบอุ่น และความพิถีพิถันแบบ Thai Hospitality ในทุกมิติของการต้อนรับ เพื่อสร้างความประทับใจและตอกย้ำศักยภาพของประเทศบนเวทีโลก

การเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับโลกครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนความเชื่อมั่นของประชาคมระหว่างประเทศที่มีต่อประเทศไทย ทั้งในแง่ความสามารถในการจัดการประชุมขนาดใหญ่และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

เงินสะพัด 1,050–2,250 ล้านบาท

ดร.เอกนิติ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จะสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยทันทีประมาณ 1,050–2,250 ล้านบาท โดยประเมินจากผู้เข้าร่วมงานกว่า 15,000 คน ซึ่งมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 7–10 วัน และมีอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ย 10,000–15,000 บาทต่อคนต่อวัน ผ่านการใช้จ่ายในภาคการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และสินค้าชุมชนอย่างทั่วถึง

เม็ดเงินจำนวนนี้จะกระจายไปยังผู้ประกอบการในพื้นที่จัดงานและจังหวัดโดยรอบ โดยเฉพาะธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก

เปิดประตูสู่อุตสาหกรรมอนาคต

นอกเหนือจากผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระยะสั้น การประชุมครั้งนี้ยังเป็นการเปิดประตูสู่อนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการแสดงศักยภาพการเป็นศูนย์กลางการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รัฐบาลจะใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด และสิทธิประโยชน์การลงทุน เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญ อาทิ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

การดึงดูด FDI ในอุตสาหกรรมเป้าหมายเหล่านี้สอดคล้องกับทิศทางที่หลายประเทศในภูมิภาคกำลังแข่งขันกันเพื่อชิงความได้เปรียบด้านห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีสมัยใหม่

สำหรับผู้อ่านในประเทศไทย การเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 นอกจากจะสร้างรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายโดยตรงแล้ว ยังอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อตลาดทุนและภาคการผลิตของไทยในระยะถัดไป

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะเดินหน้าประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การเตรียมความพร้อมเป็นไปตามกำหนดการที่วางไว้ ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้นในเดือนตุลาคม 2569

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap