เวียตเจ็ทไทยแลนด์เทฝูงบินแอร์บัส เปลี่ยนสู่โบอิ้ง 737-8 ตั้งเป้า 50 ลำปี 2571

เวียตเจ็ทไทยแลนด์เทฝูงบินแอร์บัส เปลี่ยนสู่โบอิ้ง 737-8 ตั้งเป้า 50 ลำปี 2571

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ประกาศแผนพลิกโฉมธุรกิจครั้งใหญ่ด้วยการเปลี่ยนฝูงบินจากตระกูลแอร์บัส A320-A321 ไปสู่โบอิ้ง 737-8 ทั้งหมด ภายใต้กลยุทธ์ Fleet Transition and Expansion Phase ตั้งเป้ามีเครื่องบิน 50 ลำภายในปี 2571 พร้อมรุกเส้นทางบินตรงจากภูมิภาคสู่ต่างประเทศ เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนและสลัดภาพสายการบินภายในประเทศ

นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดเผยว่าองค์กรกำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่นี้ หลังจากผ่านช่วง Charter Flight, Domestic Airline และ Regional Expansion มาแล้ว โดยหัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนฝูงบินจากแอร์บัสรุ่นเก่า A320 และ A321 Neo ไปสู่โบอิ้ง 737-8 ทั้งหมด เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนและประสิทธิภาพ

แผนขยายฝูงบิน

ปัจจุบันเวียตเจ็ทไทยแลนด์มีเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 ประจำการแล้ว 15-17 ลำ และคาดว่าภายในสิ้นปี 2569 จะเพิ่มเป็น 25 ลำ คิดเป็นฝูงบินรวม 29 ลำ จากนั้นจะขยายเป็น 39 ลำในปี 2570 และบรรลุเป้าหมาย 50 ลำภายในปี 2571

เมื่อโครงสร้างฝูงบินมีความพร้อม กลยุทธ์การตลาดจะถูกแบ่งสัดส่วนใหม่อย่างชัดเจน โดยตลาดภายในประเทศยังคงรักษารากฐานเดิมและเน้นเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางหลักและเมืองรอง เช่น อุดรธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น เชียงราย และหาดใหญ่ พร้อมเปิดเส้นทางใหม่คือนครศรีธรรมราช เพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่หนาแน่น

ลุยตลาดอินเตอร์

การเติบโตรอบใหม่จะขับเคลื่อนด้วยตลาดระหว่างประเทศเป็นหลัก โดยคาดว่าภายในปี 2571 จำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศจะเติบโตจากประมาณ 2 ล้านคนไปแตะระดับ 8 ล้านคน ขณะที่ตลาดภายในประเทศจะขยายตัวจาก 5 ล้านคนเป็นประมาณ 7-8 ล้านคน

การรุกตลาดต่างประเทศจะครอบคลุมทั้งมาเลเซีย (กัวลาลัมเปอร์) อินโดนีเซีย (จาการ์ตา) ออสเตรเลีย (เพิร์ธ) รวมถึงตลาดศักยภาพสูงอย่างจีน ไต้หวัน อินเดีย และญี่ปุ่น ซึ่งสอดรับกับความต้องการเดินทางระยะสั้นของนักท่องเที่ยวยุคใหม่

นายวรเนติกล่าวว่า เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังดำเนินกลยุทธ์ Sky Fun เปลี่ยนโมเดลการเชื่อมโยงโครงข่ายการบิน จากเดิมที่ต้องเดินทางผ่านกรุงเทพฯ มาเป็นการเปิดเส้นทางบินตรงจากสนามบินภูมิภาคสู่จุดหมายปลายทางต่างประเทศ โดยเริ่มที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งผู้โดยสารสามารถบินตรงสู่นาริตะ ไทเป โอซากา หรือดานังได้ทันทีโดยไม่ต้องแวะต่อเครื่องที่กรุงเทพฯ พร้อมเตรียมขยายโมเดลดังกล่าวไปยังขอนแก่นและสุราษฎร์ธานี

“ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจ ภาคการท่องเที่ยวของไทยยังคงทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเวียตเจ็ทไทยแลนด์ที่มีความพร้อมด้านฝูงบิน มุ่งเน้นการบริหารจัดการโครงสร้างราคาและค่าธรรมเนียมให้สอดคล้องกับต้นทุน พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาอัตราการเติบโตระดับราว 50% ต่อปีในช่วง 2 ปีข้างหน้า” นายวรเนติกล่าว

ผลงานครึ่งปีแรก

สำหรับผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปี 2569 เวียตเจ็ทไทยแลนด์เติบโตเหนือช่วงก่อนโควิด-19 โดยมียอดขนส่งผู้โดยสารรวมกว่า 3.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 130% รองรับปริมาณที่นั่ง 4 ล้านที่นั่ง รักษา Load Factor ที่ 85% สร้างรายได้จากการขายแตะ 10,000 ล้านบาท และขยายเครือข่ายเส้นทางบินรวมเป็น 36 เส้นทาง เพิ่มขึ้นจาก 29 เส้นทางในปี 2568

เพื่อรองรับต้นทุนและเพิ่มมูลค่าต่อหัว บริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์ยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการควบคู่กัน อาทิ พัฒนาระบบความบันเทิงโดยเตรียมเปิดตัว In-Flight Entertainment ในไตรมาส 4 นี้ รองรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์ส่วนตัว พร้อมระบบ Power in Seat รวมถึงใช้เป็นพื้นที่สื่อสารร่วมกับ ททท. และพันธมิตรโปรโมตการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ยังขยายฐานสมาชิกสะสมแต้มจาก 750,000 คนสู่เป้าหมาย 1 ล้านคนภายในสิ้นปี พร้อมพัฒนาสิทธิประโยชน์ร่วมกับพันธมิตรค้าปลีกเพื่อกระตุ้นการใช้บริการซ้ำ และลงทุนศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) รองรับฝูงบิน 50 ลำ โดยลงนาม MOU กับ EECO ลงทุนศูนย์ MRO ที่สนามบินอู่ตะเภา เฟสแรกมูลค่าราว 50 ล้านเหรียญสหรัฐ และ Full Phase ราว 100 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าจะเปิดบริการกลางปี 2572

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap