
- เศรษฐกิจ
- กองบรรณาธิการ
ธนาคารโลก (World Bank) เปิดเผยว่า ประเทศไทยอาจต้องเลื่อนเป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูงออกไปถึงปี 2056 หากเศรษฐกิจยังคงเติบโตในอัตราต่ำเพียง 2.2% ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงอย่างชัดเจนหลังการระบาดของโควิด-19 ขณะที่เป้าหมายเดิมคือภายในปี 2037
ตามเกณฑ์ของธนาคารโลกในปี 2025 ประเทศรายได้สูงต้องมีรายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI per capita) ราว 14,375 ดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 478,000 บาทต่อปี แต่ในปีที่แล้วคนไทยมีรายได้ต่อหัวเฉลี่ยเพียง 256,000 บาทเท่านั้น
เศรษฐกิจชะลอตัวฉุดเป้าหมาย
นางแคทเธอรีน แอนน์ สเตเปิลตัน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำธนาคารโลกประเทศไทย ระบุว่า การพัฒนาหลายด้านของไทยถือเป็นสัญญาณของประเทศที่กำลังจะผันตัวเป็นประเทศรายได้สูง แต่หลังการระบาดของโควิด-19 เศรษฐกิจไทยก็ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด และอาจปรับตัวไม่ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สเตเปิลตันกล่าวว่า เป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูงของไทยอาจต้องขยับออกไปเป็นปี 2056 แทน หรือหากยังต้องการบรรลุเป้าหมายเดิม ก็ต้องทำให้ GDP ต่อหัวเฉลี่ยเติบโต 5.4% ต่อปี ไม่ใช่ 2.2% ต่อปีเหมือนในปัจจุบัน
ก่อนหน้านี้ สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (AMRO) วิเคราะห์ในช่วงต้นปี 2026 ว่า สภาพเศรษฐกิจไทยตลอด 20 ปีที่ผ่านมาอยู่ใน "ช่วงขาลงที่น่ากังวล" ส่งผลให้การพัฒนาเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2037 ตามเป้าอาจเป็นไปได้ยาก
พัฒนาการ 35 ปีที่ผ่านมา
ธนาคารโลกมองว่าประเทศไทยในปัจจุบันเปลี่ยนไปมากเมื่อเทียบกับปี 1991 ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา ไทยสร้างงานสร้างอาชีพเพิ่มถึง 10.7 ล้านราย พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษาไปด้วย
กรุงเทพมหานครเองก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากที่มีประชากรเพียง 5 ล้านคนในปี 1991 ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 18 ล้านคนแล้ว ขณะที่สัดส่วนเกษตรกรลดลงจาก 56% เหลือ 29% เนื่องจากผู้คนจำนวนมากย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำงานในเมือง
อย่างไรก็ตาม แม้ด้านต่างๆ เช่น การศึกษาหรือความสามารถของประชากรจะดีขึ้นจริง แต่ยังไม่เท่าทันในหลายแง่ เช่น การขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้าน STEM และผลสอบ PISA ที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
ห้าอุตสาหกรรมขับเคลื่อนอนาคต
ธนาคารโลกเชื่อว่า ไทยยังมีโอกาสเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2037 หากพัฒนาระบบนิเวศที่นำไปสู่การขับเคลื่อน 5 อุตสาหกรรม ได้แก่ การผลิตขั้นสูง ซึ่งไทยมีข้อได้เปรียบด้านพื้นฐานการผลิตอยู่แล้ว หากลงไปเล่นในอุตสาหกรรม AI เซมิคอนดักเตอร์ และรถอีวีมากขึ้น ก็จะยกระดับภาคการผลิตให้กลับมาเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกครั้ง
ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและยั่งยืน แม้ไทยและการท่องเที่ยวเป็นของคู่กัน แต่อุตสาหกรรมนี้ไม่สร้างรายได้ให้ประชาชนมากนัก โดยเฉพาะธุรกิจที่พักและอาหารที่สร้างรายได้เฉลี่ยเพียง 12,455 บาทต่อเดือน อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังกระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ ทำให้เมืองต้องเผชิญปัญหาจราจรติดขัดหนักที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ขณะที่จังหวัดยอดฮิตอย่างกระบี่ ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานีได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ธนาคารโลกแนะนำให้ไทยโฟกัสนักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้น ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดอื่น และพัฒนาจุดแข็งอย่างการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
สำหรับบริการดิจิทัล ปัจจุบันไทยมีสตาร์ทอัพเพียง 719 ราย ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับสิงคโปร์ที่มีถึง 7,547 ราย แต่ธนาคารโลกมองในแง่บวกว่า แม้จำนวนน้อย ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่แข็งแกร่ง เพียงแต่ยังขาดโอกาสและการสนับสนุน หากผลักดันให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เปิดรับการแข่งขันมากขึ้น ก็จะช่วยพัฒนาทักษะแรงงานในประเทศ
ส่วนเกษตรกรรมและอาหาร ไทยเป็นประเทศที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารมากที่สุดเป็นอันดับ 8 ของโลก แต่กลับไม่สร้างรายได้ให้ประชาชนมากนัก และมีข้อจำกัดด้านต้นทุนและการนำเทคโนโลยีมาใช้สูง ธนาคารโลกเห็นว่าการทำงานในภาคเกษตรควรมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสภาพคล่องของเกษตรกรต้องไม่แปรผันตามสภาพภูมิอากาศ ให้ความสำคัญกับการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และนำระบบดิจิทัลมาใช้
สุดท้ายคือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งธนาคารโลกเชื่อว่ามีศักยภาพเติบโตสูงมาก ผ่านการเปลี่ยนสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม ความสามารถประชาชน คอนเทนต์ และต้นทุนที่จับต้องไม่ได้ ให้เป็นโอกาสในการส่งออกและสร้างงาน ไทยควรเป็นศูนย์กลางความสร้างสรรค์ประจำภูมิภาคที่ผลงานอย่างภาพยนตร์ ซีรีส์ เกม และอนิเมชันได้รับการสนับสนุน พร้อมให้ความสำคัญกับทรัพย์สินทางปัญญาและคุ้มครองสิทธิเจ้าของผลงาน
มุมมองต่อคนรุ่นต่อไป
สเตเปิลตันกล่าวในตอนท้ายว่า อยากให้คนไทยลองนึกภาพว่า หากวันนี้มีเด็กไทยคนหนึ่งลืมตาดูโลกขึ้นมา จะดีกว่าหรือไม่หากพวกเขาได้เติบโตในบ้านเมืองที่เป็นประเทศรายได้สูงอย่างแท้จริง หากเราต้องการให้คนรุ่นหลังมีชีวิตที่ดีขึ้นและเห็นประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืน การลุกขึ้นมาทำสิ่งที่เป็นชิ้นเป็นอันอาจสร้างผลกระทบดีๆ มากกว่าที่คิด
ทั้งนี้ คำแนะนำของธนาคารโลกยังมีอีกหลายแง่ ทั้งด้านการศึกษา การพัฒนาเมือง และการพัฒนาทักษะ ซึ่งจะนำเสนอต่อไปในอนาคต
— The 2026 Moutai Night in Seoul brought together political, business and cultural guests on October 25, using Qi Purple, Miao craft and baijiu culture as a bridg
— American golfer John Catlin closed with a 64 to win the 2026 Link Hong Kong Open at Fanling by five strokes, as Premier Partner Moutai brought Jiang-aroma baiji
— ผลสำรวจ LY Corporation เผย 76.7% ของคนไทยกังวลน้ำท่วมมากที่สุด ขณะที่ 75% ยังเตรียมพร้อมไม่พอ LINE ประเทศไทย พัฒนา LINE ALERT แจ้งเตือนภัย rápidoและน่าเชื่อถือ