เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ 3.75-4% Dot Plot ชี้ขึ้นอีกครั้งก่อนสิ้นปี

เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ 3.75-4% Dot Plot ชี้ขึ้นอีกครั้งก่อนสิ้นปี

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) มีมติเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่กรอบ 3.75-4.00% ในการประชุมเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 ตามเวลา EDT ซึ่งตรงกับวันที่ 17 กันยายน เวลา 01.00 น. ตามเวลาประเทศไทย นับเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบสามปีนับตั้งแต่ปี 2023 และเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

เหตุผลหลักสกัดเงินเฟ้อ

แถลงการณ์หลังการประชุมระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง คณะกรรมการย้ำความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพด้านราคาและการจ้างงานเต็มศักยภาพ พร้อมกับดูแลสภาพคล่องสำรองในระบบธนาคารให้อยู่ในระดับที่เพียงพอ

ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐยังขยายตัวในอัตราที่มั่นคง แม้จะมีความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่การใช้จ่ายภายในประเทศยังแข็งแกร่ง ผลิตภาพเติบโตดี และการลงทุนในสินทรัพย์ทุนคึกคัก ด้านตลาดแรงงาน การจ้างงานเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการขยายตัวของกำลังแรงงาน และอัตราการว่างงานแทบไม่เปลี่ยนแปลง

สัญญาณ Dot Plot

Dot Plot ซึ่งเป็นการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่เฟด ส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับขึ้นอีกครั้งในปีนี้ที่ 0.25% โดยผู้เข้าร่วมประชุม 16 จาก 18 คนคาดว่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก ในจำนวนนี้ 4 คนมองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะขึ้นอีก 2 ครั้ง ส่วนอีก 2 คนคาดว่าคณะกรรมการจะยุติการปรับขึ้นหลังจากขึ้นไปแล้ว 1 ครั้ง ทั้งนี้ เควิน วอร์ช ประธานเฟด เลือกที่จะไม่ส่งดอตพลอต นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง

ประธานเฟดแถลง

เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ กล่าวในการแถลงข่าวว่า “เราได้ลดความผ่อนคลายลงไปอีกขั้นหนึ่ง” พร้อมระบุว่า “ตัวเลขเงินเฟ้อของช่วงฤดูร้อนนี้ไม่ได้บ่งบอกว่าแนวโน้มเบื้องต้น (หรือแนวโน้มพื้นฐาน) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด” ซึ่งบลูมเบิร์กระบุว่าเป็นการกล่าวซ้ำในทำนองเดียวกับที่เขาเคยพูดไว้ที่แจ็กสันโฮล

วอร์ชยังชี้ให้เห็นว่าภาวะราคาสินค้าและบริการไม่ได้สูงขึ้นแค่บางหมวดหมู่ แต่กระจายวงกว้างไปยังหมวดอื่นๆ ด้วย สะท้อนว่าเงินเฟ้อฝังรากลึก โดยมีหมวดหมู่สินค้าจำนวนมากเกินไปที่ปรับตัวสูงขึ้นในอัตราตั้งแต่ 3% ขึ้นไป เมื่อคำนวณแบบปรับเป็นอัตราต่อปีทั้งในกรอบระยะเวลา 6 เดือนและ 12 เดือน

สำหรับผู้อ่านในประเทศไทย การปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอาจส่งผลต่อค่าเงินบาทและต้นทุนการนำเข้า รวมถึงทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ต้องจับตาว่าจะดำเนินนโยบายสอดคล้องหรือแตกต่างเพียงใด ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อภายในประเทศและเสถียรภาพค่าเงินในระยะต่อไป

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap