เชฟตาม ยืนยันไฟน์ไดนิงไม่ตาย บ้านเทพา รายได้โตต่อเนื่องทะลุ 82.9 ล้านบาท

เชฟตาม ยืนยันไฟน์ไดนิงไม่ตาย บ้านเทพา รายได้โตต่อเนื่องทะลุ 82.9 ล้านบาท

เชฟชุดารี เทพาคำ เจ้าของและหัวหน้าเชฟร้านบ้านเทพา (BAAN TEPA) ร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิงมิชลิน 2 ดาว ในกรุงเทพฯ ระบุบนเวที The Secret Sauce Summit 2026 ว่าไฟน์ไดนิงยังเติบโต โดยบริษัท ตามมากิน จำกัด มีรายได้ 82.9 ล้านบาทในปี 2025 เพิ่มขึ้นจาก 15.4 ล้านบาทในปี 2021

Key facts

ไฟน์ไดนิงยังโตจริงหรือ?

กระแสตั้งคำถามต่ออนาคตของไฟน์ไดนิงเกิดขึ้นหลังบรูโน แวร์จุส (Bruno Verjus) อดีตนักวิจารณ์อาหารที่ผันตัวมาเป็นเชฟและเป็นที่ยอมรับในวงการอาหาร ประกาศจะปิดร้านอาหารมิชลิน 2 ดาวในปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่เปิดมานานกว่า 20 ปี พร้อมระบุว่า “Fine dining is dead” เพราะมองว่าเป็นรูปแบบที่เอ็กซ์คลูซีฟ แพง และไกลเกินเอื้อมสำหรับคนทั่วไป

แวร์จุสให้เหตุผลว่าเขาไม่สบายใจที่ต้องกีดกันคนจากการมาทานอาหาร และเห็นว่าแนวคิดเดิมของไฟน์ไดนิงซึ่งเคยเป็นการชักชวนผู้คนมาค้นพบอาหารดี ๆ กับบริการชั้นเลิศ กำลังเหมาะกับยุคสมัยก่อนมากกว่า เขาระบุว่า “ผมอยากทำอาหารดี ๆ ให้คนกิน ไม่ใช่ทำให้แค่คนไม่กี่คน”

แต่เชฟชุดารี เทพาคำ มองต่างออกไป โดยชี้ว่าตลาดไฟน์ไดนิงกำลังเติบโต และเปลี่ยนแปลงไปตามวิธีคิดและพฤติกรรมการทานของผู้บริโภค แม้ Comfort Food จะยังอยู่กับผู้บริโภคตลอด แต่ลูกค้าก็มองหาสิ่งที่พิเศษขึ้น ส่งผลให้รูปแบบไฟน์ไดนิงไม่ต้องนั่งทานแบบเกร็ง ๆ อย่างสมัยก่อนอีกต่อไป ปรับร้านตามลูกค้า

เชฟชุดารีย้ำว่าหัวใจของการทำร้านอาหารคือการสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค ตลอด 6 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งบ้านเทพา ร้านได้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า และมีรายได้เติบโตทุกปีตามตัวเลขที่เปิดเผย

จุดเริ่มต้นของบ้านเทพาเกิดจากความตั้งใจรักษาความคลาสสิกของบ้านคุณย่า ซึ่งแบ่งพื้นที่เป็นห้องครัว สวน และตัวบ้าน ความหลงใหลในวัตถุดิบผสานกับความรู้ด้านโภชนาการและวิทยาศาสตร์อาหารจาก University of Nottingham ประเทศอังกฤษ และประสบการณ์ฝึกงานครัวที่สหรัฐฯ ก่อนทำงานเป็นเชฟที่ร้าน Blue Hill at Stone Barns ในนิวยอร์กซิตี้ ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องวัตถุดิบส่งตรงจากฟาร์ม

“พอเราสร้างความเข้าใจให้กับทีมงานของเราเอง และสามารถสื่อเรื่องราวเหล่านี้ไปหาผู้บริโภคได้ มันทำให้ทั้งกระบวนการมีความพิเศษมากขึ้น” เชฟชุดารีกล่าวถึงการลงพื้นที่ศึกษาวัตถุดิบด้วยตัวเอง เช่น การค้นพบข้าวฮางที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นข้าวอ่อนที่เก็บเกี่ยวก่อนช่วงน้ำท่วมและช่วยลดความเสี่ยงที่ชาวนาจะไม่มีข้าวทานในฤดูกาลนั้น วัตถุดิบคือโจทย์ที่ท้าทาย

เชฟชุดารีระบุว่าความท้าทายของบ้านเทพาอยู่ที่ตัววัตถุดิบเอง เพราะวัตถุดิบทางการเกษตรของไทยมีความยืดหยุ่นสูงตามฤดูกาลและสภาพอากาศ ร้านจึงตั้งชื่อเมนูแบบกว้าง ๆ โดยวัตถุดิบในจานอาจเปลี่ยนทุก 2-3 วัน ขึ้นอยู่กับว่าชาวไร่ชาวนาสามารถส่งอะไรเข้ามาได้ แต่ยังคงคอนเซปต์ของจานไว้ใกล้เคียงเดิม

นอกจากนี้ การทำไฟน์ไดนิงยังต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และความพิถีพิถัน เพราะลูกค้าคาดหวังประสบการณ์แปลกใหม่ ตัวอย่างเช่นเมนูข้าวต้มกุ้งฉบับไฟน์ไดนิงที่ใช้ข้าวหอมปทุมจากแปลงนาที่จังหวัดนครปฐมซึ่งมีจมูกข้าวผสมอยู่ ส่วนกุ้งมาจากแม่น้ำตาปีในภาคใต้ และผ่านการทดลองถึง 18 วิธีเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ต้องการ ไม่เร่งขยายสาขา

สำหรับอนาคต เชฟชุดารียังไม่มีแผนเปิดร้านใหม่หรือขยายสาขาของบ้านเทพา เพราะต้องการโฟกัสกับสิ่งที่มีอยู่ให้ดีก่อน และมองว่าการตามกระแสไม่สำคัญเท่าการรู้จักตัวเอง เนื่องจากหากปรับโมเดลไปมาอาจทำให้ตัวตนของร้านหายไป

“เป้าหมายหลักของตามคือ การพัฒนาบ้านเทพาให้เติมเต็มเป้าหมายที่ตามตั้งใน 5 ปี” เชฟชุดารีกล่าว และเสริมว่าผู้ประกอบการต้องมีเวลาคุยกับตัวเองและเข้าใจจุดแข็งจุดอ่อนของตนเอง

บทเรียนจากบ้านเทพาสอดคล้องกับภาพรวมธุรกิจร้านอาหารที่ต้องเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนเร็ว ซึ่งการรักษาจุดยืนโดยไม่เร่งขยายกิจการอาจเป็นทางเลือกที่ผู้ประกอบการรายเล็กในไทยนำไปพิจารณาได้

ถัดจากนี้ต้องจับตาว่าแผน 5 ปีของบ้านเทพาจะบรรลุเป้าหมายที่เชฟชุดารีตั้งไว้หรือไม่ และตัวเลขรายได้ของบริษัท ตามมากิน จำกัด ในปี 2026 จะรักษาแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจาก 82.9 ล้านบาทในปี 2025 ได้เพียงใด

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap