เครือข่ายสารเสพติดบุกภูมิใจไทย จี้อนุทินเซ็นรับรอง พ.ร.บ.กัญชาภาคประชาชน

เครือข่ายสารเสพติดบุกภูมิใจไทย จี้อนุทินเซ็นรับรอง พ.ร.บ.กัญชาภาคประชาชน

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 มูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด พร้อมด้วยศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) นำโดยนายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น ผู้จัดการมูลนิธิฯ และ ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการ กพย. เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เพื่อขอให้ลงนามรับรองร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง ฉบับภาคประชาชน ซึ่งมีประชาชนร่วมเข้าชื่อเสนอ 17,343 คน พร้อมยื่นข้อเสนอ 6 ประการที่มุ่งใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และควบคุมเข้มงวด

จุดเริ่มจากวันต่อต้านยาเสพติด

นายวัชรพงศ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน มูลนิธิฯ พร้อมเครือข่ายได้ยื่นหนังสือที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล โดยได้เข้าพบนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลปัญหายาเสพติด เพื่อนำเสนอปัญหาและแลกเปลี่ยนมุมมองเนื่องในโอกาสวันต่อต้านยาเสพติดโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี

ในวงประชุมได้หารือถึงการผลักดันร่าง พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง ฉบับภาคประชาชนที่เน้นประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจ โดยต้องการให้พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน

6 ข้อเสนอคุมเข้มทางการแพทย์

การยื่นหนังสือครั้งนี้มีข้อเสนอสำคัญ 3 ข้อแรก ได้แก่ ขอให้พรรคภูมิใจไทยในฐานะผู้นำรัฐบาลเร่งใช้กลไกทางนิติบัญญัติออก พ.ร.บ.กัญชา กัญชง โดยยึดหลักกัญชาทางการแพทย์เพื่อผู้ป่วยทุกคนที่ต้องใช้รักษาอย่างเท่าเทียม ไม่สนับสนุนการใช้เพื่อสันทนาการ และปกป้องเด็ก เยาวชน กลุ่มเปราะบาง ให้นำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม

ข้อสอง ขอให้หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยในฐานะนายกรัฐมนตรีลงนามรับรองร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. …. (ฉบับภาคประชาชน) ซึ่งมีประชาชนร่วมเข้าชื่อเสนอ 17,343 คน และข้อสาม มูลนิธิฯ และภาคีเครือข่ายยินดีสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดทุกรูปแบบ ร่วมกันลดผลกระทบจากการใช้กัญชาในทางที่ผิด พร้อมขอบคุณที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน

ผศ.ภญ.ดร.นิยดากล่าวเสริมว่า การใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์เป็นเรื่องสำคัญ ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งได้รับประโยชน์ แต่ต้องมีการจัดการที่ดี การปล่อยเป็นสุญญากาศจะเกิดผลเสียต่อสังคม จึงมีข้อเสนอเพิ่มเติม อาทิ การเข้าถึงของผู้ป่วยที่ถูกต้องตามหลักวิชาทางการแพทย์ทั้งแผนไทย แผนพื้นบ้าน และแผนปัจจุบัน ประกอบกับข้อมูลวิชาการสนับสนุนที่ถูกต้อง

ห้ามขายออนไลน์-คุ้มครองเด็ก

ข้อเสนอด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิผู้ป่วย ระบุไม่ให้ถูกหลอกลวงหรือลักลอบผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยมิได้แจ้ง ตลอดจนมิให้มีการนำไปใช้ในทางที่ผิด จึงต้องควบคุมแหล่งจำหน่ายหรือแหล่งบริการ ห้ามโฆษณา และห้ามขายทางออนไลน์

นอกจากนี้ การเฝ้าระวังความปลอดภัยถือเป็นหัวใจที่รัฐต้องเข้มงวดและติดตามผลกระทบมาวิเคราะห์ให้ชัดเจน จากการติดตามที่ผ่านมาพบมีช่องว่างเกิดขึ้น รัฐควรสนับสนุนให้ภาคประชาสังคมมีบทบาทร่วมเฝ้าระวังและเปิดเผยข้อมูล ขณะที่เด็กๆ ต้องได้รับคุ้มครองเป็นพิเศษเนื่องจากมีผลกระทบสูง

ข้อเสนอสุดท้ายระบุว่า รัฐพึงสนับสนุนนโยบายวิจัยและพัฒนายาจากกัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์สูงสุด และนายกรัฐมนตรีพึงสนับสนุนบทบาทภาคประชาสังคมในการเสนอกฎหมายฉบับปัจจุบัน ด้วยการลงนามรับรองว่าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงินในร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. …. ที่เสนอจากภาคประชาชนซึ่งยื่นต่อรัฐสภาไปแล้ว ซึ่งจะทำให้ภาคประชาสังคมมีบทบาทร่วมเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายร่วมกันทุกฉบับ ตลอดจนร่วมบริหารกฎหมายในฐานะคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง

ภูมิใจไทยรับปากเป้าหมายตรงกัน

นายนิกร จำนงค์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ขณะนี้ภาคประชาชนได้ร่วมรายชื่อกันตามกฎหมายกำหนดยื่นเข้าสู่สภาแล้ว ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยก็ไปในทางเดียวกันคือยื่นเข้าสู่สภา ขณะนี้อยู่ระหว่างรอลงนามเนื่องจากเป็น พ.ร.บ.การเงิน

“หลักการของกฎหมายก็ตรงกันคือให้ใช้ประโยชน์เพื่อการแพทย์ เรื่องที่เราแก้คราวที่แล้ว ได้ประโยชน์ส่วนหนึ่งก็มีโทษส่วนหนึ่ง ดังนั้นจะต้องมีเครื่องมือในการกำกับดูแล ดูแล้วกฎหมายที่ภาคประชาชนเสนอมาก็ชัดเจน ซึ่งตรงกับพรรคภูมิใจไทยที่เราอยากจะมีกฎหมายมาควบคุมตรงนี้” นายนิกรกล่าว

นายนิกรกล่าวอีกว่า ทางพรรคภูมิใจไทยรับปากว่าในเมื่อมีเป้าหมายเดียวกัน ก็จะนำเสนอเรื่องนี้ต่อท่านนายกฯ อย่างไรก็ตาม กว่ากฎหมายจะผ่านจะต้องมีการส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและต้องใช้เวลา นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำรัฐบาลจะได้เร่งรัดผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบให้เร่งดำเนินการเช่นเดียวกัน เพื่อให้เข้าสู่ที่ประชุมสภาในสมัยการประชุมนี้

สำหรับภาพรวมการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ยังต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกระบวนการทางนิติบัญญัติหลายขั้นตอน ซึ่งอาจส่งผลต่อกรอบเวลาที่ภาคประชาชนคาดหวังไว้ว่าจะทันสมัยประชุมปัจจุบัน ขณะที่ประเด็นการใช้กัญชาทางการแพทย์และการควบคุมการเข้าถึงยังเป็นโจทย์ที่ต้องจับตาว่าจะได้รับการออกแบบกลไกกำกับดูแลอย่างไรเพื่อลดผลกระทบต่อสังคมไทยในระยะยาว

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap