อนุทินโรดโชว์นิวยอร์ก ลั่นระฆัง NYSE ชวนทุนสหรัฐลงไทย

อนุทินโรดโชว์นิวยอร์ก ลั่นระฆัง NYSE ชวนทุนสหรัฐลงไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะเดินทางเยือนสหรัฐอเมริการะหว่างวันที่ 22-24 กันยายน 2569 เพื่อร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (UNGA 81) และจัดกิจกรรม “ไทยแลนด์ โรดโชว์” ณ นครนิวยอร์ก โดยมีรัฐมนตรี ผู้บริหารภาครัฐ เอกชน และภาคตลาดทุนไทยร่วมคณะ อาทิ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และภาคเอกชนชั้นนำ

ชูจุดยืนสันติภาพ

ในการกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุม UNGA 81 ภายใต้หัวข้อ “Restoring Trust, Managing Transformation: A United Nations that Delivers for All” นายอนุทินย้ำจุดยืนของไทยที่สนับสนุนการปฏิรูปองค์การสหประชาชาติ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกประเทศมีเสียงอย่างเท่าเทียม และฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อระบบพหุภาคี ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

นายกรัฐมนตรีเสนอให้เริ่มจากการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ (Trust) ซึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นจากการบังคับ แต่ต้องสร้างจากความร่วมมือและการมีส่วนร่วม โดยเริ่มจากการรวมกลุ่มย่อยและขยายไปสู่กลุ่มที่ใหญ่ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศที่อาจไม่เคยมีเสียงหรือมีพื้นที่เพียงพอ ได้มีส่วนร่วมกำหนดอนาคตร่วมกัน

นายอนุทินยังย้ำถึงความสำคัญของ “สันติภาพ” ซึ่งในมุมมองของไทยไม่ได้หมายถึงเพียงการปราศจากสงคราม แต่ต้องรวมถึงความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างความมั่นคงและความมั่งคั่งร่วมกันอย่างยั่งยืน พร้อมกล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายพื้นที่ รวมถึงสถานการณ์ปาเลสไตน์ และการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาผ่านกลไกการเจรจาทวิภาคี โดยย้ำว่ากระบวนการภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เป็นเรื่องของการกำหนดเขตแดนทางทะเลเท่านั้น นอกจากนี้ ไทยยังสนับสนุนการสร้างสันติภาพและการปรองดองแห่งชาติในเมียนมา และความร่วมมือกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เพื่อปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมออนไลน์

ลั่นระฆัง NYSE

ในกิจกรรม “ไทยแลนด์ โรดโชว์” ณ ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) นายอนุทินได้ร่วมพิธีลั่นระฆังเปิดการซื้อขาย (Opening Bell) ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ที่ได้ร่วมพิธีนี้ ต่อจากนายเศรษฐา ทวีสิน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ NYSE

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า MOU ครั้งนี้ครอบคลุมความร่วมมือ 5 ด้าน ได้แก่ การจดทะเบียนหลักทรัพย์พร้อมกันในตลาดหุ้นไทยและ NYSE, การพัฒนาและจดทะเบียนข้ามตลาดของกองทุน ETF, การพัฒนาข้อมูลตลาดและผลิตภัณฑ์ดัชนี, การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้าน ESG รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ระหว่างสองตลาดหลักทรัพย์

“หัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้อยู่ที่การขยายทางเชื่อมระหว่างเงินทุนสหรัฐกับตลาดทุนไทย” นายอัสสเดชกล่าว พร้อมระบุว่าจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการระดมทุนให้บริษัทจดทะเบียนไทย และสร้างโอกาสเข้าถึงนักลงทุนสถาบัน รวมถึงแหล่งเงินทุนในตลาดทุนชั้นนำของโลก ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วโลกเข้าถึงการลงทุนในประเทศไทยได้มากขึ้น ตลอดจนเพิ่มช่องทางให้บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยสามารถระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ไทย ซึ่งสอดรับกับโครงการ BOI to IPO

ด้านนายอนุทินมองว่า MOU ฉบับนี้เป็นมากกว่าข้อตกลงระหว่างตลาดหลักทรัพย์สองแห่ง แต่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา รวมถึงทำให้ตลาดทุนสองประเทศใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น

นักลงทุนจับตาหุ้นไทย

นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ซึ่งร่วมเดินทางไปกับคณะนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นว่า ตลาดหุ้นไทยกลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนในฐานะหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด ปัจจัยบวกทั้งการเมืองที่มีเสถียรภาพมากขึ้น และมุมมองเชิงบวกจาก Moody’s ช่วยหนุนความเชื่อมั่น

นายพิพัฒน์ระบุว่า สิ่งที่ต้องทำต่อคือบริษัทจดทะเบียนต้องแสดงการเติบโตของกำไร โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการลงทุนต่อ GDP เป็น 30% และการเชื่อมโยงตลาดทุนไทยกับนิวยอร์กจะช่วยเสริมภาพลักษณ์และเปิดโอกาสให้บริษัทไทยเข้าถึงนักลงทุนระดับโลกได้มากขึ้น

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap