สพพ.แจงงบ 30.7 ล้านบาท เป็นค่าชดเชยดอกเบี้ย ไม่ได้ให้กัมพูชาโดยตรง

สพพ.แจงงบ 30.7 ล้านบาท เป็นค่าชดเชยดอกเบี้ย ไม่ได้ให้กัมพูชาโดยตรง

สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ. (NEDA) ออกมาชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณปี 2570 ที่เกี่ยวข้องกับโครงการในราชอาณาจักรกัมพูชา โดยระบุว่าตัวเลข 31 ล้านบาทที่ปรากฏในงบประมาณนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงเงินชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยตามภาระผูกพันเดิม ไม่ใช่การจัดสรรงบประมาณเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลกัมพูชาโดยตรงแต่อย่างใด

คำชี้แจงของ สพพ.

นายกีรติ เวฬุวัน รองผู้อำนวยการ สพพ. เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สพพ. ได้รับจัดสรรเงินงบประมาณสำหรับค่าชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจากการให้กู้กับประเทศเพื่อนบ้าน จำนวนรวม 30.72 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นค่าชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสำหรับโครงการในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) จำนวน 2 โครงการ รวม 12.52 ล้านบาท และค่าชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสำหรับโครงการในราชอาณาจักรกัมพูชาอีก 2 โครงการ รวม 18.20 ล้านบาท ซึ่งโครงการในกัมพูชาทั้งสองโครงการดำเนินการแล้วเสร็จมานานแล้ว

รายละเอียดโครงการในกัมพูชา

สำหรับโครงการแรกคือ โครงการปรับปรุงถนนหมายเลข 67 ช่วงเสียมราฐ-อันลองเวง-จวม/สะงำ สพพ. ขอรับจัดสรรค่าชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจำนวน 12.00 ล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี พ.ศ. 2549 ซึ่งอนุมัติให้ สพพ. ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กัมพูชาในวงเงินกู้ 1,300.00 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.50 ต่อปี ระยะเวลา 30 ปี โดยมีธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) เป็นผู้ปล่อยกู้โดยตรงแก่กัมพูชา ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีเงินต้นคงค้างจำนวน 648.34 ล้านบาท

ส่วนโครงการที่สองคือ โครงการพัฒนาจุดผ่านแดนถาวรสตึงบทและถนนเชื่อมโยงไปยังหมายเลข 5 สพพ. ขอรับจัดสรรค่าชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจำนวน 6.20 ล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี พ.ศ. 2558 ที่อนุมัติให้ สพพ. ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กัมพูชาในวงเงินกู้ 928.11 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.50 ต่อปี ระยะเวลา 25 ปี โดย สพพ. เป็นผู้ขอรับจัดสรรค่าชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเป็นรายปี และจัดหาแหล่งเงินทุนผ่านการกู้ยืมจาก ธสน. ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีเงินต้นคงค้างจำนวน 720.90 ล้านบาท

ผู้ได้รับผลกระทบและความชัดเจน

นายกีรติ ยืนยันว่า เงินงบประมาณ 18.20 ล้านบาทที่ได้รับการจัดสรรในครั้งนี้ สพพ. จะนำไปชำระให้แก่ ธสน. ตามภาระผูกพันที่เกิดขึ้นจากการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว ดังนั้น หาก สพพ. ไม่ได้รับเงินจัดสรรในส่วนนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ ธสน. ไม่ใช่รัฐบาลกัมพูชา พร้อมย้ำว่ากัมพูชาได้ชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยครบถ้วนตามกำหนดเวลามาโดยตลอด และไม่มีประวัติการผิดนัดชำระหนี้

นอกจากนี้ นับตั้งแต่เกิดข้อขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา สพพ. มิได้อนุมัติเงินกู้ มีการเบิกจ่ายเงิน หรือดำเนินโครงการความร่วมมือใด ๆ กับกัมพูชาเพิ่มเติมอีก สพพ. ยังเน้นย้ำว่าการนำเสนอข้อมูลในลักษณะที่ว่า “ประเทศไทยใช้งบประมาณ 18.2 ล้านบาท หรือ 31 ล้านบาท เพื่อให้เงินช่วยเหลือแก่รัฐบาลกัมพูชาโดยตรง” อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องจากรายการดังกล่าวเป็นภาระผูกพันทางการเงินตามเงื่อนไขที่มีอยู่เดิม ซึ่ง สพพ. ได้ชี้แจงในชั้นการพิจารณางบประมาณแล้วว่าเป็นเงินชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยให้แก่สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อ มิใช่การโอนเงินงบประมาณให้รัฐบาลกัมพูชาโดยตรง

ทั้งนี้ การดำเนินงานของ สพพ. ภายใต้ความร่วมมือทางการเงินกับประเทศเพื่อนบ้านมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงด้านคมนาคม การค้า การลงทุน และการขนส่งในภูมิภาค โดยคำนึงถึงยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สพพ. พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อห่วงใยของประชาชน และยินดีเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ เงื่อนไขทางการเงิน และการดำเนินงานในส่วนที่สามารถเปิดเผยได้ เพื่อให้สังคมได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และตรวจสอบได้ พร้อมยืนยันว่าการดำเนินงานทุกโครงการอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และกระบวนการพิจารณาของภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap