
- เศรษฐกิจ
- กองบรรณาธิการ
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ณ เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ หลังพบปลาหมอคางดำสะสม 132 ตัว กระจายใน 3 อำเภอ พร้อมสั่งเดินหน้า 4 มาตรการเร่งด่วนเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ลุกลามสู่ลุ่มน้ำปาว แม่น้ำชี และแม่น้ำมูล
สถานการณ์การแพร่ระบาด
ข้อมูลการสำรวจล่าสุดตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม-24 กันยายน 2569 พบปลาหมอคางดำสะสม 132 ตัว กระจายใน 3 อำเภอ ขณะที่ปัจจุบันยังไม่พบผลกระทบต่อการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามและปลานิลในกระชัง ซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด มีมูลค่ารวมกันมากกว่า 1,900 ล้านบาทต่อปี ลุยสำรวจ 2 จุดเสี่ยง
นายวัชระพลกล่าวว่า ได้ลงเรือสำรวจพื้นที่จริง 2 จุดสำคัญ จุดแรกบริเวณบ้านนาอวน ตำบลหนองสรวง อำเภอหนองกุงศรี ซึ่งเป็นจุดแรกที่ได้รับรายงานการตรวจพบปลาหมอคางดำ พร้อมตรวจเยี่ยมกระชังเลี้ยงปลานิล และรณรงค์ให้เกษตรกรและชาวประมงสามารถแยกความแตกต่างระหว่างปลานิลกับปลาหมอคางดำ รวมถึงใช้ QR Code เป็นช่องทางขับเคลื่อนมาตรการ “เจอ แจ้ง จับ”
ส่วนจุดที่ 2 บริเวณบ้านคำเขื่อนแก้ว ตำบลสำราญใต้ อำเภอสามชัย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สำรวจพบปลาหมอคางดำมากที่สุด ได้ติดตามการใช้เครื่องมือประมงพื้นบ้าน ทั้งการดักตุ้ม หว่านแห และลากข่าย เพื่อนำปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ ขณะเดียวกันยังติดตามงานวิจัยที่กรมประมงร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีตรวจหาดีเอ็นเอในสิ่งแวดล้อม หรือ eDNA จากตัวอย่างน้ำ เพื่อค้นหาร่องรอยและติดตามการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำให้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น
4 มาตรการเร่งด่วน
นายวัชระพลกล่าวว่า ได้สั่งการกรมประมง โดยเฉพาะกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด และกองตรวจการประมง บูรณาการกับสำนักงานประมงจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ เร่งดำเนินการ 4 เรื่อง เรื่องแรก ให้เร่งประชาสัมพันธ์วิธีจำแนกปลาหมอคางดำกับปลาเศรษฐกิจและปลาพื้นเมือง เช่น ปลานิลและปลาหมอไทย โดยชี้จุดสังเกตทั้งจุดสีดำใต้คาง ลายบนครีบหลัง ครีบหาง และลักษณะลำตัว เพื่อป้องกันความสับสนในการแจ้งข้อมูล
เรื่องที่ 2 ขยายช่องทาง “เจอ แจ้ง จับ” ให้ประชาชนสามารถแจ้งสำนักงานประมงจังหวัดหรือผ่านระบบ QR Code เมื่อพบสัตว์น้ำต้องสงสัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานกำลังลงพื้นที่จับออกจากแหล่งน้ำได้รวดเร็ว เรื่องที่ 3 ให้สนับสนุนการใช้เครื่องมือประมงที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยหากจังหวัดใดมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่เข้าข่ายข้อห้ามตามกฎหมายประมงในภาวะปกติ เพื่อกำจัดปลาหมอคางดำ สามารถทำหนังสือถึงกรมประมงเพื่อขออนุมัติหรือผ่อนผันเป็นกรณีพิเศษได้ เพื่อให้การกำจัดมีประสิทธิภาพและเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
และเรื่องที่ 4 ให้ดำเนินมาตรการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เร่งจับออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติ สนับสนุนการปล่อยปลาผู้ล่าตามความเหมาะสม นำปลาที่จับได้ไปใช้ประโยชน์ เช่น ทำน้ำหมักชีวภาพหรืออาหารสัตว์ ตลอดจนใช้ eDNA ร่วมกับการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ตุ้มจับได้มากสุด
ด้านนายประเทศ ซอรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ผลการสำรวจและเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคมถึง 24 กันยายน 2569 พบปลาหมอคางดำสะสม 132 ตัว โดยอำเภอสามชัยพบมากที่สุด 117 ตัว ส่วนใหญ่อยู่บริเวณบ้านคำเขื่อนแก้ว รองลงมาอำเภอหนองกุงศรี 13 ตัว บริเวณบ้านนาอวนและบ้านโคกครึม และอำเภอสหัสขันธ์ 2 ตัว บริเวณบ้านท่าเรือภูสิงห์
เมื่อแยกตามเครื่องมือประมง พบว่า “ตุ้ม” สามารถจับปลาหมอคางดำได้มากที่สุด 108 ตัว รองลงมาเป็นลอบ 12 ตัว แห 10 ตัว และเครื่องมืออื่น ๆ อีก 2 ตัว โดยกรมประมงกำลังบูรณาการกับจังหวัดกาฬสินธุ์ เครือข่ายชาวประมง เกษตรกร และผู้นำชุมชน เพื่อเร่งกำจัดออกจากแหล่งน้ำและป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศ
ทั้งนี้ จังหวัดกาฬสินธุ์มีการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามกว่า 1,220 ราย พื้นที่รวม 8,540 ไร่ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 789.95 ล้านบาทต่อปี ขณะที่การเลี้ยงปลานิลในกระชังมีผลผลิต 19,578 ตันต่อปี มูลค่ากว่า 1,135.52 ล้านบาทต่อปี รวมมูลค่าของกิจกรรมประมงทั้ง 2 กลุ่มประมาณ 1,925 ล้านบาทต่อปี
เฝ้าระวังต่อเนื่อง
นายประเทศกล่าวว่า จากการตรวจสอบและเฝ้าระวัง สถานการณ์ปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาวขณะนี้ยังอยู่ในระยะที่ไม่รุกราน แต่ยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังและกำจัดออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้กระทบผู้เลี้ยงปลาในกระชัง ผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม และระบบนิเวศ รวมถึงต้องเร่งสกัดกั้นไม่ให้ปลาหมอคางดำแพร่กระจายเข้าสู่ลุ่มน้ำปาว แม่น้ำชี และแม่น้ำมูลต่อไป
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนว่าภาครัฐให้ความสำคัญกับการปกป้องแหล่งประมงน้ำจืดซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยเฉพาะการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามและปลานิลในกระชังที่มีมูลค่ารวมเกือบ 2,000 ล้านบาทต่อปี หากสถานการณ์ยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและการมีส่วนร่วมของชุมชนจะเป็นปัจจัยชี้ขาดในการป้องกันไม่ให้ปลาหมอคางดำขยายวงกว้างไปยังลุ่มน้ำสายหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในอนาคต
— The 2026 Moutai Night in Seoul brought together political, business and cultural guests on October 25, using Qi Purple, Miao craft and baijiu culture as a bridg
— American golfer John Catlin closed with a 64 to win the 2026 Link Hong Kong Open at Fanling by five strokes, as Premier Partner Moutai brought Jiang-aroma baiji
— ผลสำรวจ LY Corporation เผย 76.7% ของคนไทยกังวลน้ำท่วมมากที่สุด ขณะที่ 75% ยังเตรียมพร้อมไม่พอ LINE ประเทศไทย พัฒนา LINE ALERT แจ้งเตือนภัย rápidoและน่าเชื่อถือ