ปิดฉากซัมมิต 'ทรัมป์-สี จิ้นผิง' ยืดพักศึกการค้า 2 เดือน สหรัฐจับมืออียูสู้ขาดดุลจีน

ปิดฉากซัมมิต 'ทรัมป์-สี จิ้นผิง' ยืดพักศึกการค้า 2 เดือน สหรัฐจับมืออียูสู้ขาดดุลจีน

การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ระหว่างวันที่ 23-25 กันยายน ปิดฉากลงด้วยข้อตกลงยืดเวลาพักศึกการค้าออกไปอีก 2 เดือน โดยกำหนดเส้นตายใหม่เป็นวันที่ 10 มกราคม 2027 และอาจต่ออายุได้อีกในการประชุมสองนัดที่เมืองเซินเจิ้นและไมอามีช่วงปลายปีนี้ ขณะที่กฎควบคุม AI ยังอยู่ในระหว่างการหารือเพิ่มเติม และสหรัฐฯ จับมือสหภาพยุโรปกดดันจีนเรื่องการเกินดุลการค้ามหาศาล

ต้อนรับเหนือธรรมเนียม

การเยือนครั้งนี้เริ่มต้นด้วยการที่ประธานาธิบดีทรัมป์เดินทางไปต้อนรับประธานาธิบดีสีและภริยาที่สนามบินฐานทัพร่วมแอนดรูว์สด้วยตนเอง พร้อมด้วยเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง นับเป็นครั้งแรกในรอบ 64 ปีที่ผู้นำสหรัฐฯ ไปรับผู้นำต่างชาติถึงสนามบินแห่งนี้

โจนาธาน ซีซิน อดีตผู้อำนวยการด้านจีนของสภาความมั่นคงแห่งชาติในสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ปัจจุบันทำงานที่สถาบันบรูกกิงส์ กล่าวว่า "น่าทึ่งมากที่ทรัมป์กำลังออกไปแสดงความเคารพต่อคู่แข่งทางภูมิรัฐศาสตร์รายสำคัญของอเมริกา"

ในพิธีต้อนรับที่ทำเนียบขาว ประธานาธิบดีสีหยิบยกแนวคิด "กับดักทูซิดีดีส" ขึ้นมากล่าวอีกครั้ง เพื่อสื่อว่าทั้งสองประเทศควรอยู่ร่วมกันและแข่งขันอย่างสร้างสรรค์โดยไม่นำไปสู่สงคราม พร้อมกันนี้ได้ถามทรัมป์ว่า "จีนและสหรัฐสร้างแม่แบบหรือโมเดลใหม่ในความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจได้หรือไม่" หลังจากทั้งสองฝ่ายเคยบรรลุข้อตกลงสร้าง "ความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ที่มั่นคงและสร้างสรรค์" ระหว่างการเยือนปักกิ่งของทรัมป์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

โจว โบ และซุน เฉิงห่าว จากศูนย์ศึกษาด้านยุทธศาสตร์และความมั่นคง มหาวิทยาลัยชิงหัวของจีน ระบุว่า จุดเน้นของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐในปัจจุบันไม่ใช่การกำจัดคู่แข่ง แต่เป็นการบริหารจัดการคู่แข่ง และไม่ควรถูกมองผ่านมุมมองการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐกับสหภาพโซเวียตในยุคสงครามเย็น เพราะทั้งสองประเทศต่างมีผลประโยชน์ร่วมในการรักษาระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

พักศึกการค้าอีก 2 เดือน

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ประกาศผ่านฟ็อกซ์ นิวส์ ว่า สองประเทศตกลงต่ออายุข้อตกลงทางการค้าออกไปอีก 2 เดือน จากเดิมจะหมดอายุในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยเลื่อนเส้นตายใหม่เป็นวันที่ 10 มกราคม 2027 พร้อมกล่าวว่า "ผมไม่รู้ว่าเราจะสามารถบรรลุข้อตกลงที่ใหญ่กว่านี้ได้หรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วเราจะมีเพียงการต่ออายุข้อตกลงฉบับปัจจุบันต่อไป"

คณะผู้เจรจาต้องการเวลาเพิ่มเพื่อจัดทำข้อตกลงทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและมีรายละเอียดมากขึ้น คาดว่าผู้นำทั้งสองจะพบกันอีกครั้งที่เมืองเซินเจิ้น ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายน และต่อด้วยเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา เจ้าภาพการประชุม G20 ระหว่างวันที่ 14-15 ธันวาคม ซึ่งอาจนำไปสู่การต่ออายุข้อตกลงอีกรอบ

ในประเด็นการค้า สหรัฐและสหภาพยุโรปกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อปักกิ่งเรื่องการเกินดุลการค้ามหาศาล โดยเจ้าหน้าที่อาวุโสของชาติตะวันตกระบุว่าควรปล่อยให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้น แต่ปักกิ่งเกรงว่าจะกระทบผู้ส่งออกและทำให้ภาวะเงินฝืดในประเทศแย่ลง ขณะนี้สหรัฐใช้มาตรา 301 สอบสวนประเด็นกำลังการผลิตล้นเกินของจีน ซึ่งนำไปสู่สินค้าจีนราคาถูกและเกินดุลการค้าอย่างมาก และอาจมีการขึ้นภาษีจีนเพิ่มเติมหลังจากซัมมิตครั้งนี้ ซึ่งจะเชื่อมโยงไปถึงไทยและชาติคู่ค้าอื่น ๆ ด้วย

วาระใหญ่ AI และอิหร่าน

นิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า ประเด็นสำคัญคือสหรัฐและจีนจะร่วมมือด้านความปลอดภัยของ AI ไปพร้อมกับการแข่งขันเพื่อเป็นผู้นำในสนามนี้ได้หรือไม่ แม้ทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงความเสี่ยงจาก AI ขั้นสูง แต่จีนยังระแวงว่าสหรัฐใช้เรื่องความปลอดภัยเป็นข้ออ้างชะลอความก้าวหน้าของจีน ทรัมป์กล่าวกับนักข่าวว่าเรื่อง AI เป็นประเด็นใหญ่ที่จะหารือในครั้งนี้ และต้องการคงสถานะ AI ของสหรัฐฯ ไว้ ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือจุดเริ่มต้นของการหารือในวงจำกัดเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยง โดยทั้งสองประเทศยังแข่งขันกันอย่างดุเดือด และคาดว่าจะหารือกันต่อที่เมืองเซินเจิ้น ซึ่งแนวทางกำกับความปลอดภัยนี้อาจถูกนำไปปฏิบัติในชาติอื่น ๆ ต่อไป

นอกจากนี้ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สี จิ้นผิงกล่าวกับทรัมป์ว่า จีนสนับสนุนการกลับสู่การเจรจาเรื่องอิหร่าน และหวังให้ทุกฝ่ายบรรลุข้อตกลงที่ครอบคลุมรวมถึงประเด็นนิวเคลียร์ จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่านซึ่งถูกตะวันตกคว่ำบาตร ท่ามกลางความคืบหน้าที่อิหร่านระบุว่ายื่นข้อเสนอใหม่ต่อสหรัฐเพื่อยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

สำหรับประเทศไทย การยืดเวลาพักศึกการค้าและการจับตาภาษีตอบโต้จีนอาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานและราคาสินค้านำเข้าในภูมิภาค รวมถึงโอกาสที่ไทยจะได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตหากความตึงเครียดยังดำเนินต่อไป

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap