ปตท. ตั้งเป้าพอร์ต LNG แตะ 15 ล้านตันในปี 2035 ย้ำก๊าซธรรมชาติยังจำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่าน…

ปตท. ตั้งเป้าพอร์ต LNG แตะ 15 ล้านตันในปี 2035 ย้ำก๊าซธรรมชาติยังจำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่าน…

ปตท. ตั้งเป้าขยายพอร์ต LNG

ปตท. ประกาศเป้าหมายขยายพอร์ตธุรกิจซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากปัจจุบัน 3-4 ล้านตันต่อปี เป็น 10 ล้านตันในปี 2030 และ 15 ล้านตันในปี 2035 พร้อมเร่งสร้างเครือข่ายพันธมิตรทั้งผู้ผลิต ผู้ค้า และบริษัทพลังงานชั้นนำทั่วโลก เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดหาและบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

ก๊าซยังมีบทบาทสำคัญ

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ก๊าซธรรมชาติยังมีบทบาทสำคัญต่อระบบพลังงานโลกในช่วงเปลี่ยนผ่านอีก 20-30 ปี เนื่องจากปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าถ่านหินและน้ำมัน ขณะที่ประเทศไทยยังต้องพึ่งพาก๊าซเป็นเชื้อเพลิงหลัก โดยปัจจุบันก๊าซมาจากอ่าวไทยประมาณ 50% จากเมียนมากว่า 10% และนำเข้าในรูป LNG กว่า 30%

ด้วยเหตุนี้ ปตท. จึงเร่งกระจายแหล่งจัดหาและสร้างเครือข่ายพันธมิตรในต่างประเทศ ทั้งผู้ผลิต LNG ผู้ค้า และบริษัทพลังงาน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการจัดหา โดยเฉพาะในช่วงที่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อาจกระทบแหล่งผลิต เส้นทางขนส่ง และราคา LNG

“เราต้องการมี LNG อยู่ใน Portfolio ประมาณ 10 ล้านตันในปี 2030 และ 15 ล้านตันในปี 2035 โดยพาร์ตเนอร์และผู้ค้าจากทั่วโลกที่มาอยู่ในประเทศไทยช่วงงาน Gastech เป็นโอกาสสำคัญในการพูดคุยทั้งเรื่องการลงทุน การร่วมกันหาแหล่ง LNG และการซื้อขาย” นายคงกระพันกล่าว

เครือข่ายซื้อขายทั่วโลก

ปัจจุบัน ปตท. มี LNG สำหรับธุรกิจซื้อขายในตลาดโลกประมาณ 3-4 ล้านตันต่อปี ไม่รวม LNG ที่นำเข้าเพื่อใช้ในประเทศ โดยมีเครือข่ายการซื้อขายในศูนย์กลางพลังงานสำคัญ ทั้งลอนดอน สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และฮิวสตัน ทำให้สามารถติดตามตลาดและปรับเปลี่ยนแหล่งจัดหได้อย่างยืดหยุ่นหากเกิดวิกฤตหรือข้อจำกัดด้านการขนส่ง

การขยายพอร์ต LNG ไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มปริมาณการซื้อขาย แต่เป็นการสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นให้ระบบพลังงานไทย พร้อมเดินหน้าหาแหล่งก๊าซใหม่ทั้งในอ่าวไทย ประเทศเพื่อนบ้าน และต่างประเทศ โดยพิจารณาจากความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน ขณะเดียวกัน ปตท. มองว่าการใช้ก๊าซต้องเดินควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอน โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในระยะยาว

สำหรับงาน Gastech 2026 ปตท. ใช้เวทีดังกล่าวเร่งพบปะผู้ผลิตและผู้ค้าพลังงานจากทั่วโลก เพื่อสร้างพันธมิตรใหม่ทั้งด้านการลงทุน การจัดหา LNG และการซื้อขาย พร้อมต่อยอดบทบาทของ ปตท. ในตลาดก๊าซโลก ท่ามกลางความผันผวนและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น

การขยายบทบาทในตลาด LNG โลกของ ปตท. สะท้อนทิศทางของประเทศที่ยังต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นแกนหลักของระบบไฟฟ้าและการผลิตในภาคอุตสาหกรรม แม้หลายประเทศจะเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดก็ตาม การรักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงด้านพลังงาน การแข่งขันด้านต้นทุน และเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอน จึงเป็นโจทย์ท้าทายที่ ปตท. ต้องบริหารควบคู่กันในทศวรรษข้างหน้า

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap