
- เศรษฐกิจ
- กองบรรณาธิการ
- Source: Brand Inside
ถ้าได้ยินใครพูดว่า “เอาอยู่” หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่าจะเอาอยู่จริงหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึง ‘ภัยพิบัติ’ เพราะการเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้ากับการรับมือสถานการณ์จริงเป็นคนละเรื่องกัน แล้วคนไทยพร้อมรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติมากแค่ไหน? ผลสำรวจของ ‘ LY Corporation ’ พบว่า 75% ตระหนักถึงความจำเป็นในการเตรียมพร้อม แต่ยังไม่ได้เริ่มเตรียมตัวหรือรู้สึกว่าสิ่งที่เตรียมไว้ยังไม่เพียงพอ โดย 30.5% วางแผนจะเตรียมพร้อมแต่ยังไม่ได้เริ่ม และ 44.5% เตรียมตัวแล้วแต่ยังรู้สึกว่าไม่เพียงพอ เมื่อถามถึงภัยพิบัติที่สร้างความกังวลมากที่สุดในไทย คำตอบอันดับหนึ่งคือ ‘น้ำท่วม’ (76.7%) ตามด้วย ‘แผ่นดินไหว’ (70.2%) และ ‘ภัยแล้ง’ หรือ ‘การขาดแคลนน้ำ’ (54.3%) ข่าวภัยพิบัติไม่ได้มีไว้แค่ติดตาม แต่ยังช่วยกระตุ้นให้คนเริ่มเตรียมตัว แม้ภัยพิบัติจะเป็นเรื่องที่คนไทยกังวล แต่คำถามที่ตามมาคือ ความกังวลเหล่านั้นทำให้คนเริ่มเตรียมตัวรับมือแล้วหรือยัง จากผลสำรวจ ในกลุ่มคนไทยที่เริ่มเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติแล้ว 68.9% ระบุว่าการเห็นข่าวเกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นให้เริ่มเตรียมตัว ขณะที่ 74.4% ระบุว่าการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยพิบัติเป็นกิจกรรมที่ทำเป็นประจำมากที่สุด ตามด้วยการสำรองน้ำ อาหาร และของใช้จำเป็นสำหรับกรณีฉุกเฉินที่ 69.7% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ข่าวภัยพิบัติมีบทบาททั้งในการกระตุ้นให้คนเริ่มเตรียมตัว และเป็นส่วนหนึ่งของการติดตามสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นจริง ข้อมูลก็ต้องไปถึงผู้คนได้ทันเวลา และช่วยให้พวกเขาตัดสินใจได้ว่าจะทำอะไรต่อ ‘ณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร’ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด LINE ประเทศไทย มองว่า สิ่งสำคัญในสถานการณ์ภัยพิบัติคือ การทำให้ผู้คนรู้ว่าเหตุเกิดขึ้นที่ไหน และคนใกล้ตัวได้รับผลกระทบหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อมีเครื่องมือที่ช่วยส่งต่อข้อมูลไปถึงคนจำนวนมากได้ ‘LINE ประเทศไทย’ จึงพัฒนา ‘LINE ALERT’ ขึ้นมา หลังพบปัญหาจากเหตุภัยพิบัติหลายครั้ง เช่น น้ำท่วมในจังหวัด ‘นครศรีธรรมราช’ และเหตุโรงงานเคมีระเบิดในจังหวัด ‘สมุทรปราการ’ เมื่อปี 2564 ‘ณิชารัศมิ์’ เล่าว่า ในตอนนั้นการติดตามข่าวสาร และประเมินสถานการณ์ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องการรู้ว่าคนใกล้ตัวได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ยิ่งเมื่อเหตุการณ์มีความเสี่ยงครอบคลุมพื้นที่โดยรอบในระยะ 1-5 กิโลเมตร คนที่มีครอบครัวหรือเพื่อนร่วมงานอยู่ในบริเวณนั้นก็ย่อมอยากรู้ว่าพวกเขาปลอดภัยหรือไม่ แต่ในสถานการณ์จริง ไม่ใช่ทุกคนที่จะรับโทรศัพท์ได้ตลอดเวลา ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ LINE เห็นความจำเป็นของเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูลสถานการณ์และติดต่อถึงกันได้ง่ายขึ้น เลยเป็นที่มาของ ‘LINE ALERT’ บัญชี Official Account ที่ ‘LINE ประเทศไทย’ เริ่มคิดและพัฒนาขึ้นเอง ไม่ได้นำฟีเจอร์จาก LINE ในต่างประเทศมาใช้ ข้อมูลต้องเร็วและเชื่อถือได้ เพื่อให้คนเตรียมรับมือได้ทัน ปัจจุบัน ‘LINE ALERT’ มีผู้ติดตามประมาณ 260,000 คน โดย ‘ณิชารัศมิ์’ มองว่า การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติยิ่งมีความสำคัญสำหรับคนที่มีครอบครัวหรือคนที่ต้องดูแล เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน การตัดสินใจไม่ได้ส่งผลแค่กับตัวเอง แต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของคนรอบข้างด้วย การเตรียมตัวล่วงหน้าจึงช่วยให้คนเหล่านี้รับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดีขึ้น ‘LINE ALERT’ รวบรวมข้อมูลแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้ใช้ติดตามสถานการณ์ผ่าน LINE โดยรองรับการแจ้งเตือนภัย 6 ประเภท ได้แก่ น้ำท่วม ไฟไหม้ พายุ แผ่นดินไหว ฝุ่น PM2.5 และดินถล่ม พร้อมแสดงระดับความเสี่ยงด้วยสีเพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจสถานการณ์ได้ง่ายขึ้น ผู้ใช้ยังสามารถตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงผ่านแผนที่ ดูหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินและกดโทรออกได้ทันที ค้นหาโรงพยาบาลใกล้เคียงพร้อมเส้นทางนำทาง รวมถึงเลือกพื้นที่ที่ต้องการติดตามได้สูงสุด 5 พื้นที่ ‘ณิชารัศมิ์’ อธิบายว่า การติดตามหลายพื้นที่ช่วยให้ผู้ใช้ไม่พลาดสถานการณ์ในบริเวณที่คนในครอบครัวอาศัยอยู่ แม้ตัวเองจะอยู่คนละพื้นที่หรือกำลังเดินทางก็ตาม อีกประเด็นที่สำคัญคือ ความเร็วของข้อมูล เพราะในสถานการณ์ภัยพิบัติ เวลามีความสำคัญ ยิ่งผู้คนได้รับข้อมูลเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสเตรียมตัวหรือหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงได้เร็วขึ้น ‘ณิชารัศมิ์’ เล่าว่า จากเสียงสะท้อนของผู้ใช้งาน LINE ALERT การแจ้งเตือนล่วงหน้าช่วยให้บางคนมีเวลาเตรียมตัวหรือออกจากพื้นที่ก่อนภัยจะมาถึง โดยเรื่องที่มีการแจ้งเตือนบ่อย ได้แก่ ‘ฝุ่น PM2.5’ ตามมาด้วย ‘สภาพอากาศ’ และ ‘คลื่นลมแรง’ อย่างไรก็ตาม การมีช่องทางแจ้งเตือนเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ เพราะข้อมูลที่ส่งออกไปต้องถูกต้องและรวดเร็วพอให้ผู้ใช้นำไปใช้ได้จริงด้วย ‘ณิชารัศมิ์’ ระบุว่า LINE ให้ความสำคัญกับการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกำลังมองหาความร่วมมือจากภาคเอกชนเพิ่มเติม เพื่อให้ข้อมูลที่นำมาแจ้งเตือนมีความน่าเชื่อถือและทันต่อสถานการณ์ “การแจ้งเตือนภัยไม่ใช่แค่การส่งข้อความให้เร็วที่สุด แต่ต้องทำให้ข้อมูลที่ส่งออกไปน่าเชื่อถือ และช่วยผู้คนตัดสินใจได้จริงด้วย” นอกจากการแจ้งเตือนภัยพิบัติแล้ว อีกเรื่องที่สำคัญคือการทำให้คนใกล้ตัวรู้ว่าแต่ละคนปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ‘LINE SAFETY CHECK’ เมื่อเกิดภัยพิบัติ ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้แจ้งสถานะของตัวเองว่า ‘ปลอดภัย’ หรือ ‘ได้รับผลกระทบ’ เพื่อให้เพื่อนและครอบครัวรับรู้สถานการณ์ได้ โดยไม่ต้องส่งข้อความถามทีละคน ‘ณิชารัศมิ์’ อธิบายว่า การสื่อสารสถานะความปลอดภัยสำคัญเพราะในบางสถานการณ์ คนที่เราห่วงใยอาจรับสายไม่ได้ตลอดเวลา แต่หากพวกเขาแจ้งสถานะไว้ คนใกล้ตัวก็จะรู้ว่าอีกฝ่ายปลอดภัยหรือไม่ และพอประเมินได้ว่าควรช่วยเหลืออย่างไรต่อ มีเครื่องมือแล้ว แต่ต้องทำให้คนรู้จัก และใช้เป็นก่อนเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม การมีเครื่องมือพร้อมใช้งานไม่ได้หมายความว่า ทุกคนจะสามารถใช้ได้อย่างคล่องแคล่วเมื่อเกิดเหตุจริง โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้คนอาจกำลังตื่นตระหนกหรือมีเวลาตัดสินใจจำกัด ‘ณิชารัศมิ์’ มองว่า ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การมีเครื่องมือสำหรับรับมือภัยพิบัติเท่านั้น แต่อยู่ที่การทำให้ผู้คนรู้จักและเข้าใจวิธีใช้เครื่องมือเหล่านี้ก่อนเกิดเหตุ เพราะเมื่อสถานการณ์ฉุกเฉินมาถึง ผู้คนอาจมีเวลาไม่มากพอที่จะเรียนรู้วิธีใช้งานตั้งแต่ต้น แต่การเตรียมพร้อมก็ไม่ได้หมายถึงการวางแผนอพยพเพียงอย่างเดียว จากการลงพื้นที่พบว่า เมื่อเกิดน้ำท่วม ผู้สูงอายุบางคนไม่ยอมออกจากบ้าน แม้คนในครอบครัวจะพยายามชวนให้ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยก็ตาม เรื่องนี้ทำให้เห็นว่า การรับมือภัยพิบัติไม่ได้มีแค่การบอกให้ทุกคนรีบอพยพ เพราะคนแต่ละวัยมีข้อจำกัดและเหตุผลในการตัดสินใจต่างกัน หากผู้สูงอายุไม่ยอมออกจากบ้าน การเตรียมพร้อมก็ต้องครอบคลุมถึงการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยระหว่างน้ำท่วมด้วย เช่น การสำรองอาหาร น้ำดื่ม และยาประจำตัว รวมถึงการเตรียมรับมือหากห้องน้ำหรือระบบสาธารณูปโภคใช้การไม่ได้ตามปกติ นี่จึงเป็นที่มาของโครงการ ‘LIFELINE พร้อมก่อนวิกฤต’ ซึ่ง ‘LINE ประเทศไทย’ จัดขึ้นเพื่อให้ผู้คนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติก่อนเกิดเหตุจริง โดยไม่ได้เน้นเพียงการทำให้คนรู้จัก ‘LINE ALERT’ และ ‘
— The 2026 Moutai Night in Seoul brought together political, business and cultural guests on October 25, using Qi Purple, Miao craft and baijiu culture as a bridg
— American golfer John Catlin closed with a 64 to win the 2026 Link Hong Kong Open at Fanling by five strokes, as Premier Partner Moutai brought Jiang-aroma baiji
— ผลสำรวจ LY Corporation เผย 76.7% ของคนไทยกังวลน้ำท่วมมากที่สุด ขณะที่ 75% ยังเตรียมพร้อมไม่พอ LINE ประเทศไทย พัฒนา LINE ALERT แจ้งเตือนภัย rápidoและน่าเชื่อถือ