น้ำท่วมฉุด 4,216 กิจการ 55 จังหวัด เสียหาย 147 ล้านบาท กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งพักหนี้ 1 ปี

น้ำท่วมฉุด 4,216 กิจการ 55 จังหวัด เสียหาย 147 ล้านบาท กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งพักหนี้ 1 ปี

น้ำท่วมครั้งล่าสุดสร้างความเสียหายต่อภาคอุตสาหกรรมใน 55 จังหวัด โดยมีสถานประกอบการได้รับผลกระทบรวม 4,216 ราย มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 147.84 ล้านบาท กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมมาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน พร้อมเติมทุนฉุกเฉินและสินเชื่อฟื้นฟูกิจการเพื่อพยุงผู้ประกอบการให้กลับมาเดินเครื่องได้โดยเร็ว

ภาพรวมความเสียหาย

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยข้อมูลจากศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤต กระทรวงอุตสาหกรรม (ศูนย์ CMC) ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ว่า ผู้ได้รับผลกระทบประกอบด้วยโรงงานอุตสาหกรรม 126 ราย ผู้ประกอบการ SMEs 4,006 ราย วิสาหกิจชุมชน 82 ราย และเหมืองแร่ 2 ราย รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 147.84 ล้านบาท กรุงเทพฯ แรงงานกระทบมากสุด

เมื่อจำแนกตามพื้นที่ กรุงเทพมหานครมีสถานประกอบการได้รับผลกระทบมากที่สุด 1,114 ราย รองลงมาคือสมุทรปราการ 499 ราย ปราจีนบุรี 405 ราย ระยอง 272 ราย และปทุมธานี 232 ราย

ขณะที่จังหวัดที่มีมูลค่าความเสียหายสูงสุด ได้แก่ สระแก้ว 58.17 ล้านบาท นครปฐม 16.65 ล้านบาท สมุทรปราการ 14.34 ล้านบาท ปทุมธานี 14.15 ล้านบาท และจันทบุรี 9.58 ล้านบาท

ความต้องการช่วยเหลือ

ผลสำรวจความต้องการช่วยเหลือพบว่า ผู้ประกอบการราวร้อยละ 95 ต้องการความช่วยเหลือด้านการเงิน ส่วนอีกร้อยละ 5 ต้องการความช่วยเหลือที่ไม่ใช่การเงิน เช่น การระบายน้ำรอบโรงงาน กระสอบทราย ถุงบิ๊กแบ็ค เครื่องสูบน้ำ ถุงยังชีพและน้ำดื่ม ตลอดจนการซ่อมแซมอาคาร ทำความสะอาด และซ่อมเครื่องจักรกับระบบไฟฟ้า รวมถึงการขอยกเว้นค่าธรรมเนียม ทีมจังหวัดลงพื้นที่ช่วยเหลือ

ด้านการช่วยเหลือที่ไม่ใช่การเงิน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังจะให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์และวิดีโอคอล ส่วนพื้นที่ที่น้ำลดแล้วจะจัดทีมลงพื้นที่ตามลำดับความเร่งด่วน โดยแผนดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการทันทีในสัปดาห์หน้า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการแจ้งขอความช่วยเหลือแล้วกว่า 200 ราย

นายวราวุธกล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมได้เร่งช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรม มีการแจกถุงยังชีพแล้ว 9,100 ถุง พร้อมทั้งแจกถุงยังชีพช่วยเหลือพนักงานโรงงานและประชาชนที่ไม่สามารถออกจากพื้นที่ในจังหวัดสุพรรณบุรีและจันทบุรีอีก 560 ถุง และสนับสนุนถุงบิ๊กแบ็ค 150 ถุง

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประสานผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในพื้นที่ โดยเฉพาะสถานประกอบการขนาดใหญ่และเหมืองแร่ ให้ร่วมช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งด้านอาหาร น้ำดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภค กระสอบทราย และรถบรรทุกขนาดใหญ่สำหรับเคลื่อนย้ายประชาชนไปยังศูนย์พักพิง

ขณะเดียวกัน กรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้จัดเตรียมถุงบิ๊กแบ็คอีก 1,000 ถุง เพื่อสนับสนุนหน่วยงานหรือสถานประกอบการที่ร้องขอ พร้อมเปิดสายด่วน 1564 รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากโรงงาน SMEs และวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ มาตรการเงินพยุงกิจการ

สำหรับการฟื้นฟู นายวราวุธกล่าวว่า จะเร่งให้สถานประกอบการกลับมาเดินเครื่องจักรและดำเนินธุรกิจได้โดยเร็ว โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเดินหน้าโครงการ Rebuild SMEs ส่งทีมนักวินิจฉัยสถานประกอบการประเมินสุขภาพธุรกิจ วิเคราะห์ปัญหา และจัดผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับผู้ประกอบการแต่ละราย ส่วนกรมโรงงานอุตสาหกรรมเตรียมออกประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีแก่โรงงานในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงฟื้นฟูกิจการ

ด้านมาตรการทางการเงิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เตรียมช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ด้วยมาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน พร้อมมาตรการเติมทุนฉุกเฉินสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม สูงสุด 200,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ส่วนกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ มีมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมระบุเพิ่มเติมว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจัดเตรียมสินเชื่อเงินไว ฟื้นภัยพิบัติ วงเงินรวม 50 ล้านบาท สำหรับลูกหนี้รายเดิมชั้นดี ให้พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยอัตโนมัติ 4 เดือน ลดภาระค่างวดรายเดือน 50% เป็นเวลา 6 เดือน ขยายระยะเวลาชำระหนี้ได้ไม่เกิน 2 ปี และสามารถขอรีไฟแนนซ์ตามเงื่อนไขที่กำหนด ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถขอสินเชื่อสูงสุด 1 ล้านบาทต่อรายหรือกิจการ โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งระดมทุกกลไกเพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่ การฟื้นฟูสถานประกอบการ และการสนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถกลับมาดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap