น้ำท่วมฉุด 1,315 ผู้ประกอบการ 40 จังหวัด เสียหาย 22.79 ล้านบาท อมตะซิตี้ชลบุรีหยุดผลิต 3…

น้ำท่วมฉุด 1,315 ผู้ประกอบการ 40 จังหวัด เสียหาย 22.79 ล้านบาท อมตะซิตี้ชลบุรีหยุดผลิต 3…

กระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผยว่าสถานการณ์อุทกภัยทั่วประเทศได้สร้างความเสียหายต่อภาคอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ โดยศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤติ (CMC) กระทรวงอุตสาหกรรม รายงาน ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ว่ามีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ 1,315 ราย กระจายอยู่ใน 40 จังหวัด คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 22.79 ล้านบาท โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว

นิคมอมตะซิตี้หนักสุด

ในบรรดาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ นิคมอุตสาหกรรมถือเป็นจุดที่ต้องจับตามากที่สุด โดยมีนิคมได้รับผลกระทบ 5 แห่ง และนิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี มีโรงงานได้รับผลกระทบมากถึง 150 โรง ในจำนวนนี้ต้องหยุดการผลิต 34 โรง เบื้องต้นต้องการรถบรรทุกขนาดใหญ่และถุงยังชีพเพื่อสนับสนุนการรับมือสถานการณ์

สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ 1,315 ราย แบ่งเป็นโรงงาน 77 ราย เอสเอ็มอี 1,179 ราย เหมืองแร่ 2 ราย และวิสาหกิจชุมชน 57 ราย โดยจังหวัดที่มีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 312 ราย สมุทรปราการ 289 ราย และปราจีนบุรี 237 ราย

ตัวเลขยังไม่ใช่ยอดสุดท้าย

กระทรวงอุตสาหกรรมย้ำว่าตัวเลข 1,315 ราย และความเสียหาย 22.79 ล้านบาท ยังไม่ใช่ยอดสุดท้าย เนื่องจากข้อมูลที่รวบรวมจากหลายแหล่งอาจมีความซ้ำซ้อน และต้องทำ Data Cleansing หรือคัดกรองข้อมูลเพื่อให้ได้ตัวเลขที่ถูกต้อง โดยประมาณ 90% ของผู้ได้รับผลกระทบกว่า 1,000 ราย มาจากฐานลูกค้าธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ซึ่งส่วนใหญ่แจ้งความต้องการด้านการเงินมากกว่ารายละเอียดความเสียหายจริง ทำให้ข้อมูลด้านเครื่องจักร โลจิสติกส์ และซัพพลายเชนยังไม่ครบถ้วน

ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโรงงานหรือสถานประกอบการที่ถูกน้ำท่วมโดยตรง แต่ยังลามไปถึงการผลิต การเดินทางของแรงงาน วัตถุดิบ การขนส่ง และซัพพลายเชนที่สะดุด หยุดชะงักเป็นทอด ๆ

สำหรับความเสียหายรายจังหวัดที่ประเมินได้ชัดเจน ระยองมีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ 30 ราย ความเสียหาย 13.8 ล้านบาท จันทบุรีมีโรงงานได้รับผลกระทบ 6 แห่ง เสียหายประมาณ 4.75 ล้านบาท และฉะเชิงเทรามีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ 16 ราย เสียหายเบื้องต้น 1 ล้านบาท

สมุทรปราการ ซึ่งประกาศเป็นเขตภัยพิบัติใน 6 อำเภอ มีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ 25 ราย ความเสียหายสูงสุด 8.8 ล้านบาท และนนทบุรี 15 ราย เสียหายเบื้องต้น 2 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นความเสียหายของวัตถุดิบ ขณะที่กรุงเทพฯ ยังไม่มีรายงานโรงงานถูกน้ำท่วมโดยตรง แต่ได้รับผลกระทบจากระบบโลจิสติกส์ ส่วนนครนายกมีผู้ได้รับผลกระทบ 32 ราย ส่วนใหญ่เป็นการลดกำลังการผลิต เพราะแรงงานไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้

มาตรการเยียวยาและฟื้นฟู

ด้านการเยียวยา ผู้ประกอบการต้องการทั้งเงินทุนและการฟื้นฟูธุรกิจ โดยความต้องการเร่งด่วน ได้แก่ การพักชำระหนี้ สินเชื่อฟื้นฟู การซ่อมเครื่องจักร ถุงยังชีพ Big Bag เครื่องสูบน้ำ อุปกรณ์กั้นน้ำ และการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์

ปัจจุบัน SME D Bank มีมาตรการพักชำระหนี้ 12 เดือน และเติมทุนฉุกเฉินสูงสุด 200,000 บาท ขณะที่กองทุนหมุนเวียนของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมีทั้งพักชำระหนี้และสินเชื่อใหม่วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท โดย 6 เดือนแรกดอกเบี้ย 0% ส่วนกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐมีมาตรการพักชำระหนี้ 3 เดือน

กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมส่งทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ช่วยทำความสะอาด ซ่อมเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า การเงิน และ Logistics & Supply Chain พร้อมให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นเจ้าภาพประสานความช่วยเหลือที่ไม่ใช่การเงินผ่านโครงการ Rebuild SME และ Retrofit

ส่วนการรับมือเร่งด่วน กระทรวงเตรียม Big Bag 1,000 ถุงสำหรับหน่วยงานและสถานประกอบการที่ร้องขอ พร้อมประสานรถบรรทุกขนาดใหญ่ช่วยโรงงานในอมตะซิตี้ ชลบุรี และเปิดสายด่วน 1564 รับแจ้งขอความช่วยเหลือ

กระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่าจะเร่งอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน แยกความต้องการเป็นด้านการเงินและไม่ใช่การเงิน ก่อนจัดลำดับการช่วยเหลือ โดยเน้นผู้ประกอบการที่ต้องการพักหนี้หรือสินเชื่อให้ได้รับความช่วยเหลือก่อน และส่งทีมเชิงลึกเข้าฟื้นฟูสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบต่อไป

การประเมินผลกระทบยังต้องมองเชื่อมโยงไปถึงพื้นที่เกษตรที่เป็นต้นทางวัตถุดิบของภาคอุตสาหกรรม เพราะน้ำท่วมไม่ได้กระทบเฉพาะโรงงาน แต่สามารถกระทบวัตถุดิบ การขนส่ง และต้นทุนการผลิตต่อเนื่องเป็นทอด ๆ จึงต้องเร่งเก็บข้อมูลให้ครอบคลุมทั้งความเสียหายโดยตรงและผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าภาคการผลิตไทยจะฟื้นตัวได้เร็วเพียงใดหลังสถานการณ์น้ำคลี่คลาย

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap