ทองคำดิ่ง 1,700 บาท ทองรูปพรรณขายออกบาทละ 66,950

ทองคำดิ่ง 1,700 บาท ทองรูปพรรณขายออกบาทละ 66,950

ราคาทองคำในประเทศปรับตัวลงแรง 1,700 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดวานนี้ โดยสมาคมค้าทองคำประกาศราคาขายออกทองรูปพรรณอยู่ที่บาทละ 66,950 บาท ณ เวลา 16.52 น. ของวันที่ 28 กันยายน 2569 นับเป็นการประกาศครั้งที่ 20 ประจำวัน สะท้อนแรงเทขายที่กดดันตลาดทองคำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

ราคาในประเทศล่าสุด

ตามประกาศล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ ทองคำแท่งในประเทศมีราคารับซื้อที่บาทละ 65,950 บาท และขายออกที่บาทละ 66,150 บาท ขณะที่ทองรูปพรรณความบริสุทธิ์ 96.5% รับซื้อที่บาทละ 64,627.08 บาท และขายออกที่บาทละ 66,950 บาท

ส่วนราคาทองคำในตลาดโลกหรือ Gold Spot อยู่ที่ 4,156.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สอดคล้องกับทิศทางขาลงของราคาในประเทศ

การปรับราคาหลายระลอกตลอดวันสะท้อนความผันผวนที่สูง โดยราคาขายออกทองรูปพรรณปรับลดลงจาก 67,800 บาทในการประกาศครั้งแรกของวัน มาอยู่ที่ 66,950 บาทในการประกาศครั้งที่ 20

ปัจจัยกดดันจากบอนด์ยีลด์สหรัฐ

บทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำช่วงเย็นจากฮั่วเซ่งเฮงระบุว่า ราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวลงแรง จากการที่บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปี และ 30 ปี ปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยมีแนวโน้มยืนเหนือ 5.20% และ 5.50% ตามลำดับได้อย่างแข็งแกร่ง

ปัจจัยดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการเจรจารอบที่สองระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ตลาดคาดหวังว่าจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซประสบความล้มเหลว หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศปฏิเสธแผนหยุดยิง 7 วันของอิหร่าน

ผลจากความตึงเครียดที่ยืดเยื้อทำให้ FedWatch Tool ของ CME Group คาดการณ์แล้วราว 70% ว่าเฟดอาจต้องขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม FOMC เดือนตุลาคม ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวลง

สัญญาณเตือนจากกองทุน

บทวิเคราะห์จาก The Market Ear ซึ่งอ้างอิงข้อมูลของ Goldman Sachs เตือนว่า ปัจจุบันมีสัญญา Call Options ในตลาดทองคำหนาแน่นกว่าค่าเฉลี่ยถึง 3 เท่า หากราคาหลุดแนวรับสำคัญ ดีลเลอร์จะถูกบีบให้ต้องเร่งเปิดสถานะ Short เพื่อบริหารความเสี่ยง

สถานการณ์ดังกล่าวอาจกระตุ้นให้กองทุน ETF พลิกกลับมาเทขายพอร์ต และแรงซื้อเชิงโครงสร้างของธนาคารกลางที่เข้าซื้อเป็นรายเดือนอาจไม่สามารถรองรับแรงเทขายฉับพลันของกลุ่มเก็งกำไรได้ทันเวลา

สำหรับผู้บริโภคในไทยที่ถือทองคำเป็นสินทรัพย์ออม ราคาที่อ่อนตัวลงหลายระลอกในวันเดียวถือเป็นจังหวะที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความผันผวนที่อาจยังต่อเนื่อง หากตัวเลขคาดการณ์ดอกเบี้ยของเฟดยังเอียงไปทางการขึ้นดอกเบี้ย

แนวโน้มระยะสั้นจึงขึ้นอยู่กับทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐและพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นหลัก ซึ่งเป็นสองตัวแปรที่นักวิเคราะห์ระบุว่าจะกำหนดทิศทางราคาทองคำในรอบถัดไป

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap