ต่างชาติลงทุนไทย 8 เดือนแรกปี 2569 ทะลุ 2.49 แสนล้าน โต 11% สิงคโปร์นำ 7.33 หมื่นล้าน

ต่างชาติลงทุนไทย 8 เดือนแรกปี 2569 ทะลุ 2.49 แสนล้าน โต 11% สิงคโปร์นำ 7.33 หมื่นล้าน

ภาพรวมการลงทุน 8 เดือนแรก

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-สิงหาคม) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 รวม 835 ราย เพิ่มขึ้น 148 ราย หรือ 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มี 687 ราย คิดเป็นเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 249,261 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23,725 ล้านบาท หรือ 11% จาก 225,536 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่การจ้างงานคนไทยอยู่ที่ 5,863 คน เพิ่มขึ้น 968 คน หรือ 20% จาก 4,895 คน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กล่าวว่า การอนุญาตดังกล่าวแบ่งเป็นการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 199 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 636 ราย ซึ่งครอบคลุมการลงทุนตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ

นักลงทุนรายประเทศ

เมื่อพิจารณาตามมูลค่าเงินลงทุน สิงคโปร์เป็นนักลงทุนอันดับ 1 ด้วยเม็ดเงิน 73,368 ล้านบาท จากนักลงทุน 112 ราย หรือคิดเป็น 13% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติทั้งหมด ธุรกิจที่เข้ามาลงทุนอาทิ ผลิตไม้วีเนียร์ บริการทางวิศวกรรมและเทคนิค บริการวิเคราะห์อัตราการเต้นของหัวใจจากเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบไร้สาย และรับจ้างผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกปลอดเชื้อ ชิ้นส่วนโลหะหล่อขึ้นรูป และเครื่องจักรอัตโนมัติ

อันดับ 2 ญี่ปุ่น มีนักลงทุน 112 ราย เงินลงทุน 53,780 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจบริการทางวิศวกรรม วิจัยและพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานพาหนะ พัฒนาซอฟต์แวร์ และรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติก ผลิตภัณฑ์จากผงโลหะอัด และชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่อันดับ 3 จีน มีจำนวนนักลงทุนมากที่สุด 158 ราย หรือ 19% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติทั้งหมด เงินลงทุน 43,803 ล้านบาท ในธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อทำเครื่องเรือน ติดตั้งระบบเตาเผาขยะ ศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบทันสมัย และรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ Compressor แม่พิมพ์ และชิ้นส่วนแม่พิมพ์

สำหรับสหรัฐอเมริกา มีนักลงทุน 131 ราย หรือ 16% เงินลงทุน 6,481 ล้านบาท ในธุรกิจวิศวกรรม โฆษณา แปรรูปไม้ และรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Circuit Breaker ระบบควบคุมการทำงานด้วยสมองกล และเม็ดพลาสติก ส่วนฮ่องกงมี 84 ราย หรือ 10% เงินลงทุน 16,682 ล้านบาท ในธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียมในอ่าวไทย สถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า พัฒนาซอฟต์แวร์ และรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ Multilayer Printed Circuit Board และเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรม

การลงทุนผ่าน BOI และ EEC

นายพูนพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทุนจากต่างชาติส่วนใหญ่เป็นการลงทุนตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI จำนวน 418 ราย คิดเป็น 50% ของจำนวนอนุญาตทั้งหมด 835 ราย มีมูลค่าการลงทุนรวม 180,731 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดอุตสาหกรรมอนาคต เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่าน BOI สูงสุด 3 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจรับจ้างผลิตสินค้ามูลค่าสูง เช่น Aircraft Engine Case เครื่องจักรอัตโนมัติ และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ กลุ่มที่ 2 คือบริการมูลค่าสูง เช่น Trade and Investment Support Office (TISO) International Business Center (IBC) และ International Procurement Office (IPO) และกลุ่มที่ 3 คือบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น พัฒนาซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์ม และ Cloud Service ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI Services

ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ช่วง 8 เดือนแรกปี 2569 มีนักลงทุนต่างชาติ 260 ราย คิดเป็น 31% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติทั้งหมด เพิ่มขึ้น 63 ราย หรือ 32% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 มีมูลค่าการลงทุนรวม 96,857 ล้านบาท คิดเป็น 39% ของเงินลงทุนต่างชาติทั้งหมด โดยจีนเป็นนักลงทุนหลัก 98 ราย เงินลงทุน 34,846 ล้านบาท ตามด้วยญี่ปุ่น 38 ราย ลงทุน 25,759 ล้านบาท ฮ่องกง 33 ราย ลงทุน 7,063 ล้านบาท และประเทศอื่น ๆ 91 ราย ลงทุน 29,189 ล้านบาท ธุรกิจที่เข้ามาลงทุน เช่น บริการติดตั้ง ซ่อมแซม และบำรุงรักษาโมดูลเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซล พัฒนาซอฟต์แวร์ ศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบทันสมัย และรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ Compressor และ Multilayer Printed Circuit Board

เดือนสิงหาคมและแนวโน้ม

เฉพาะเดือนสิงหาคม 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในไทย 99 ราย แบ่งเป็นการขอรับใบอนุญาต 22 ราย และขอหนังสือรับรอง 77 ราย เงินลงทุนรวม 30,053 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากจีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ มีการจ้างงานคนไทย 634 คน และมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีเฉพาะด้าน อาทิ การบริหารงานก่อสร้างเตาเผาขยะ เทคโนโลยีเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบไร้สาย และการออกแบบระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อการทำงานอัตโนมัติ ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตในเดือนสิงหาคม ได้แก่ การติดตั้งระบบเตาเผาขยะมูลฝอย พัฒนาและปรับปรุงซอฟต์แวร์ วิจัยและพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานพาหนะ และรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ Compressor และเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ High Performance Lubricating Synthetic Esters

แนวโน้มการลงทุนจากต่างชาติในช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังมีทิศทางเชิงบวก จากนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล โดยเฉพาะการลงทุนในพื้นที่ EEC ที่มีสัดส่วนเงินลงทุนสูงถึง 39% ของทั้งหมด สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตและบริการในภูมิภาคอาเซียน

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap