ตลาดพันธบัตรสะเทือน! ผลตอบแทนพุ่งสูงสุดในรอบ 17 ปี จับตาความเชื่อมั่นสหรัฐ-ญี่ปุ่น

ตลาดพันธบัตรสะเทือน! ผลตอบแทนพุ่งสูงสุดในรอบ 17 ปี จับตาความเชื่อมั่นสหรัฐ-ญี่ปุ่น

ตลาดพันธบัตรโลกปั่นป่วนอีกครั้ง

ตลาดพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกกำลังเผชิญความปั่นป่วนครั้งใหม่ หลังผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตซับไพรม์ในปี 2007 ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ใกล้แตะระดับ 5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 17 ปี เช่นกัน หากไม่นับช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยในปี 2023

ปรากฏการณ์เดียวกันนี้เกิดขึ้นในญี่ปุ่น โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี พุ่งทะลุ 3% ทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 30 ปี และพันธบัตรอายุ 30 ปีก็ปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนต้นทุนการกู้ยืมของภาครัฐที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน

ปัจจัยกดดันความน่าเชื่อถือ

ดร.กอบสิทธิ์ ศิลปชัย และกฤติกา บุญสร้าง จากธนาคารกสิกรไทย ระบุในคอลัมน์นั่งคุยกับห้องค้าว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดพันธบัตรตึงตัวในครั้งนี้ คือ ตลาดกำลังตั้งคำถามกับความน่าเชื่อถือของประเทศผู้กู้ ท่ามกลางหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงขึ้นมากในทุกประเทศนับตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 โดยหนี้สาธารณะของสหรัฐแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นราว 120% ต่อจีดีพี ส่วนญี่ปุ่นมีหนี้สาธารณะสูงถึงราว 200% ต่อจีดีพี

นักลงทุนบางส่วนได้เทขายพันธบัตรและปรับพอร์ตการลงทุน ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและเงินเยนญี่ปุ่นถูกกดดันให้อ่อนค่าลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ทั้งสองประเทศยังมีแผนการคลังแบบขาดดุลต่อเนื่อง ท่ามกลางดอกเบี้ยที่สูงของเฟด และแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นของธนาคารกลางญี่ปุ่น ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมให้หนี้สาธารณะเพิ่มพูนขึ้นอีกมาก

สถานการณ์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สหรัฐและญี่ปุ่น ประเทศอื่นที่มีหนี้สาธารณะเร่งตัวขึ้นมากและอยู่ในระดับสูงก็มีความเสี่ยงในลักษณะเดียวกัน ดังนั้น การเร่งแก้โจทย์ดังกล่าวเพื่อดึงความน่าเชื่อถือและเรียกคืนความเชื่อมั่นของตลาดกลับมาจึงเป็นสิ่งสำคัญในขณะนี้

ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนไทย ความผันผวนของตลาดพันธบัตรโลกอาจส่งผลต่อต้นทุนการระดมทุนของภาครัฐและเอกชนผ่านการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยระยะยาว รวมถึงทิศทางค่าเงินบาทที่อาจได้รับแรงกดดันจากเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดการเงินในประเทศและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap