ครม.ไฟเขียวผลประมูลปิโตรเลียมบนบก รอบ 25 ปตท.สผ.กวาด 2 แปลง

ครม.ไฟเขียวผลประมูลปิโตรเลียมบนบก รอบ 25 ปตท.สผ.กวาด 2 แปลง

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติผลการประมูลสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมบนบก ครั้งที่ 25 ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง โดยบริษัท ปตท.สผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัมปทานในแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L1/66 และ L3/66 ขณะที่กลุ่มกิจการร่วมทุนระหว่างแพน โอเรียนท์ เอ็นเนอยี่ (สยาม) ลิมิเต็ด และ CanAsia Energy Corp. ได้รับสิทธิในแปลงหมายเลข L8/66

นายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ได้มีมติอนุมัติผู้ได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัมปทานสำหรับแปลงสำรวจบนบก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางของประเทศไทยตามผลการพิจารณาของกระทรวงพลังงาน

เปิดไทม์ไลน์การยื่นข้อเสนอ

การเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมสำหรับแปลงสำรวจบนบกครั้งที่ 25 ภายใต้ระบบสัมปทาน เริ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2567 และมีบริษัทผู้ประกอบการด้านปิโตรเลียมทั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจเข้าร่วมยื่นขอสิทธิอย่างคึกคัก โดยมีผู้ยื่นขอสิทธิรวม 4 แปลงสำรวจ จำนวน 8 คำขอ จาก 5 บริษัท

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้พิจารณาคำขอและข้อเสนอจากบริษัทที่เข้ายื่นขอสิทธิอย่างรอบคอบ ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โปร่งใส เป็นธรรม และยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

มั่นคงพลังงาน-หนุนโรงไฟฟ้าน้ำพอง

นายวรากรระบุว่า การประกาศผลผู้ชนะคัดเลือกให้เป็นผู้รับสัมปทานในแปลงสำรวจดังกล่าว จะทำให้เกิดการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ซึ่งจะสร้างโอกาสในการค้นพบปิโตรเลียมที่จะส่งผลให้ประเทศสามารถพึ่งพาพลังงานปิโตรเลียมที่ผลิตได้ภายในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศอย่างต่อเนื่อง

“โดยเฉพาะแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L1/66 และ L3/66 หากสำรวจพบปิโตรเลียมและสามารถพัฒนาได้ในเชิงพาณิชย์ จะเป็นแหล่งปิโตรเลียมที่สนับสนุนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าน้ำพองซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าหลักของภาคอีสานได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” นายวรากรกล่าว

นอกจากนี้ การเริ่มกิจกรรมสำรวจในพื้นที่ยังจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในท้องถิ่น หากสำรวจพบปิโตรเลียมและพัฒนาเป็นแหล่งผลิตได้จริง จะสร้างผลประโยชน์ให้รัฐในรูปค่าภาคหลวงและภาษีเงินได้ปิโตรเลียมที่จัดเก็บเข้าส่วนกลางและจัดสรรให้ท้องถิ่น ก่อให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพที่มั่นคงให้คนไทย และช่วยขับเคลื่อนการเติบโตให้กับธุรกิจต่อเนื่องอื่น ๆ เช่น ร้านอาหาร โรงแรม รวมถึงภาคขนส่ง

ขั้นตอนถัดไปรอลงนาม-อีกแปลงรอ ครม.

ภายหลังจากนี้ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะจัดพิธีลงนามสัมปทานระหว่างกระทรวงพลังงานและบริษัทผู้ชนะการประมูล สำหรับแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L6/66 ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาผลผู้ชนะการประมูลต่อไป

สำหรับผู้อ่านในประเทศไทย การกลับมาเปิดประมูลแปลงสำรวจปิโตรเลียมบนบกครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญต่อทิศทางความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งพึ่งพาโรงไฟฟ้าน้ำพองเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลัก หากการสำรวจในแปลง L1/66 และ L3/66 ประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์ จะช่วยลดภาระการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านค่าภาคหลวงและภาษีที่จัดสรรกลับสู่พื้นที่ ตลอดจนสร้างงานและรายได้ต่อเนื่องให้กับธุรกิจบริการและขนส่งในภูมิภาค ขณะที่การพิจารณาแปลง L6/66 ที่ยังค้างอยู่ในขั้นตอนเสนอ ครม. จะเป็นตัวชี้วัดว่าการเปิดรอบนี้จะปิดครบทุกแปลงหรือไม่

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap