คมนาคมยันเอกชนเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ต่อแค่ 4 เดือน ถึง 31 ม.ค. 70 ไม่ใช่ 1 ปี

คมนาคมยันเอกชนเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ต่อแค่ 4 เดือน ถึง 31 ม.ค. 70 ไม่ใช่ 1 ปี

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) และประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (บอร์ด รฟท.) รวมทั้งผู้ว่า รฟท. เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปว่าเอกชนจะเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ต่อไปอีกระยะเวลา 4 เดือน จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2570 ไม่ใช่การต่ออายุ 1 ปี ตามที่เข้าใจกัน

เงื่อนไขความเสี่ยงของเอกชน

นายพิพัฒน์กล่าวว่า ค่าดำเนินการจ้างวิ่งรถไม่ได้อยู่ที่ 60 ล้านบาทต่อเดือน แต่เป็นลักษณะที่เอกชนจะได้รับรายได้จากการวิ่งรถ หากเก็บค่าโดยสารได้เท่าไร เอกชนก็จะรับไปเท่านั้น หากการเดินรถไม่คุ้มทุน ก็จะอยู่ในความรับผิดชอบของเอกชนโดยตรง ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ชัดเจนว่าเอกชนต้องแบกรับความเสี่ยงเอง

การรับช่วงต่อของ รฟฟท.

สำหรับการดำเนินการหลังพ้นระยะ 4 เดือนดังกล่าว การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะให้บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ซึ่งเป็นบริษัทลูก เข้ามารับช่วงต่อ โดยก่อนหน้านี้บริษัทดังกล่าวเคยดำเนินการมาก่อนแล้ว แต่ก่อนจะเริ่มดำเนินการ รฟท. จะตรวจสอบสภาพความเรียบร้อยของรถและรางก่อน พร้อมยืนยันว่าหลังจากครบ 4 เดือนจะไม่มีการต่อเวลาอีก และบริษัทลูกของ รฟท. จะเข้ามารับช่วงต่อทันที

โครงการรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน

เมื่อถามถึงท่าทีของรัฐบาลต่อโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งบริษัทเอเชีย เอรา วัน จำกัด ในเครือซี.พี. ได้ขอยื่นยุติสัญญา นายพิพัฒน์กล่าวว่า โครงการดังกล่าวต้องกลับไปหารือที่อีอีซี โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เนื่องจากได้มีการหารือไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว และมีการโต้แย้งให้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนที่จะดำเนินการขั้นต่อไป จึงต้องรอการหารือของอีอีซี และเชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะต้องหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน

ทั้งนี้ การเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์เป็นบริการที่เชื่อมต่อใจกลางกรุงเทพฯ กับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งมีผู้โดยสารทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้บริการเป็นจำนวนมาก การกำหนดกรอบเวลา 4 เดือนและการเตรียมให้บริษัทลูกของ รฟท. เข้ามารับช่วงต่อ สะท้อนแนวทางที่กระทรวงคมนาคมต้องการรักษาความต่อเนื่องของบริการ publik ขณะที่อนาคตของโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินยังต้องรอข้อสรุปจากอีอีซีและหน่วยงานกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดทิศทางของโครงการขนาดใหญ่ด้านคมนาคมของไทยในระยะต่อไป

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap