ก้อง KongGreenGreen คว้ารางวัล Voice for the Voiceless เวที FEED X KHAOSOD AWARDS 2026

ก้อง KongGreenGreen คว้ารางวัล Voice for the Voiceless เวที FEED X KHAOSOD AWARDS 2026

นักสื่อสารด้านสิ่งแวดล้อมชื่อดัง ก้อง-ชณัฐ วุฒิวิกัยการ หรือ KongGreenGreen คว้ารางวัล The Inspiration of the Year By แสนสิริ สาขา Voice for the Voiceless จากงาน FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 ณ ICONSIAM HALL โดยรางวัลนี้ตอกย้ำบทบาทการผลักดันประเด็นสิ่งแวดล้อมให้เข้าถึงคนไทยในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง

รางวัลเชิดชูคนเบื้องหลัง

งาน FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 เป็นความร่วมมือระหว่าง FEED ตัวจริงเคียงข้างวงการบันเทิงไทย กับข่าวสด สื่อออนไลน์ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในประเทศ จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติคนเบื้องหน้าและเบื้องหลังในวงการบันเทิงและสื่อสารมวลชน โดยปีนี้มีผู้ได้รับรางวัล The Inspiration of the Year by แสนสิริ ทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ สาขา Voice for the Voiceless มอบให้ ก้อง KongGreenGreen สาขา Health Communicator มอบให้ vj ja และสาขา Empowerment มอบให้ ANO and friends

มุมมองคุณธรรมในโลกที่บีบคั้น

ก่อนหน้าการรับรางวัล ก้องได้ขึ้นเวทีเป็นวิทยากรในงานประชุมวิชาการประจำปี 2569 ของศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ภายใต้หัวข้อ THE MORAL SURVIVAL: นิยามคุณธรรมในโลกที่บีบคั้นให้เราเอาตัวรอด โดยเขาให้นิยามคุณธรรมว่าไม่ใช่เรื่องนามธรรม แต่คือความละอายใจที่จะไม่สร้างภาระให้ผู้อื่น และความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่ตามมา ทั้งในระดับบุคคลและระดับธุรกิจ

เขายกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างการแยกขยะก่อนทิ้ง หรือการที่ผู้ประกอบการตั้งโรงงานต้นน้ำต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อคนปลายน้ำ

ชี้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ต้องแก้ทั้งระบบ

ประเด็นที่ก้องเน้นเป็นพิเศษคือการเผาในพื้นที่การเกษตรและปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยชี้ว่าการโทษเกษตรกรหรือชาวบ้านฝ่ายเดียวไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง เพราะบางพื้นที่ไม่มีแม้แต่ระบบเก็บขยะเข้าถึง ทำให้ชาวบ้านจำเป็นต้องเผาเพราะไม่มีทางเลือกอื่น

เขาเสนอว่าปัญหานี้ต้องแก้ทั้งระบบ ตั้งแต่การหาทางเลือกอื่นให้เกษตรกร ไปจนถึงกลไกทางเศรษฐศาสตร์ที่จูงใจให้เลิกเผา รวมถึงกฎหมายที่เข้มแข็งพอจะรองรับอากาศสะอาด

อีกประเด็นที่เขาเน้นย้ำคือปัญหาขยะที่ต้นทาง โดยตั้งคำถามว่าทำไมผู้ผลิตยังคงเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลไม่ได้ ทั้งที่มีทางเลือกที่ดีกว่าอยู่แล้ว และไม่ควรโทษผู้บริโภคที่ทิ้งขยะเพียงฝ่ายเดียว เพราะปัญหาต้นตอมาจากการผลิตที่ขาดความรับผิดชอบตั้งแต่แรก

เทียบระบบเศรษฐกิจเส้นตรงกับ Circular Economy

ก้องเปรียบเทียบระบบเศรษฐกิจปัจจุบันว่าเป็นแบบเส้นตรง คือขุดทรัพยากรมาผลิต ใช้ แล้วทิ้ง ซึ่งก่อปัญหาตลอดทั้งกระบวนการ ตรงข้ามกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ต้องการให้ทรัพยากรหมุนเวียนอยู่ในระบบให้นานที่สุด

เขายกตัวอย่างระบบมัดจำบรรจุภัณฑ์ในต่างประเทศ เช่น ฟินแลนด์ ที่ผู้บริโภคสามารถนำขวดหรือกระป๋องไปคืนที่ตู้รับหน้าซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วแลกเป็นส่วนลดซื้อสินค้าต่อได้ทันที ทำให้อัตรารีไซเคิลบรรจุภัณฑ์สูงถึง 90% ซึ่งเกิดจากกฎหมายที่บังคับให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบเก็บบรรจุภัณฑ์กลับคืน หรือที่เรียกว่าหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) ไม่ใช่แค่แคมเปญรณรงค์ของแบรนด์เท่านั้น

ลงทุนสิ่งแวดล้อมคืออนาคตลูกหลาน

นอกจากนี้ ก้องยังพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ชัดเจนขึ้นทุกปี ทั้งไฟป่า ฝุ่นควัน และน้ำท่วมซ้ำซากในหลายจังหวัด เช่น จังหวัดน่าน ที่กลายเป็นเหตุการณ์ประจำปีจนแทบเหมือนเทศกาล ซึ่งเขามองว่านี่คือสัญญาณว่าคนไทยเริ่มให้ความสนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นกว่าเมื่อ 5-6 ปีก่อน เพราะผลกระทบเริ่มใกล้ตัวและจับต้องได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาวัตถุดิบอาหาร ผลผลิตทางการเกษตร หรือการท่องเที่ยว

ในช่วงท้าย ก้องยังทิ้งประเด็นชวนคิดเกี่ยวกับการลงทุนเพื่ออนาคตของลูกหลาน โดยตั้งคำถามว่าพ่อแม่หลายคนยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อการศึกษาของลูก แต่กลับมองข้ามการลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อม ทั้งที่คุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ลูกจะเติบโตขึ้นมาอยู่ด้วยนั้น ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต สุขภาพ และความปลอดภัยของพวกเขาไม่แพ้กัน การดูแลสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

สำหรับทิศทางต่อไป รางวัลนี้สะท้อนว่าประเด็นสิ่งแวดล้อมกำลังได้รับการยอมรับในวงกว้างมากขึ้นในสังคมไทย และอาจเป็นแรงผลักดันให้ภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐหันมาให้ความสำคัญกับมาตรการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังมากขึ้นในอนาคต

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap