กรุงศรีคาดบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหว 32.80-33.40 จับตาประชุมเฟด-บีโอเจ

กรุงศรีคาดบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหว 32.80-33.40 จับตาประชุมเฟด-บีโอเจ

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า ค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.40 บาทต่อดอลลาร์ หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาปิดอ่อนค่าที่ 33.05 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ยกเว้นเยน

จับตาเฟดและบีโอเจ

ปัจจัยที่นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุดในสัปดาห์นี้ คือการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระหว่างวันที่ 15-16 กันยายนนี้ ซึ่งตลาดประเมินว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% หลังจากดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) เดือนสิงหาคมของสหรัฐบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อยังไม่อยู่ในแนวทางเป้าหมายของเฟด อย่างไรก็ดี ในกรณีที่เฟดขึ้นดอกเบี้ย การแข็งค่าของดอลลาร์อาจถูกจำกัด เนื่องจากตลาดตั้งข้อสงสัยว่าเฟดจะสามารถขึ้นดอกเบี้ยได้อีกมากเพียงใด และการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐกำลังใกล้เข้ามา แต่หากเฟดตัดสินใจคงดอกเบี้ยไว้อีกครั้ง อาจทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างรุนแรง จากความน่าเชื่อถือเรื่องความมุ่งมั่นในการควบคุมเงินเฟ้อที่อาจถูกกระทบ

นอกจากนี้ ต้องติดตามการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ในวันที่ 18 กันยายน ซึ่งมีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็น 1.25% โดยตลาดจะจับสัญญาณการสื่อสารเกี่ยวกับความถี่ของการปรับอัตราดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า

เงินเฟ้อไทยเร่งตัว

สำหรับปัจจัยในประเทศ ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทยเพิ่มขึ้น 2.53% ในเดือนสิงหาคม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งขึ้นจาก 1.95% ในเดือนก่อนหน้า แต่อยู่ภายในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 1-3% ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานซึ่งไม่รวมอาหารสดและพลังงานเพิ่มขึ้น 1.44% ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 2.37% ในช่วงไตรมาสสามของปีนี้ และเร่งตัวเป็น 2.70% ในไตรมาสสี่

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทซื้อขายในกรอบ 32.81-33.17 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนปิดอ่อนค่าที่ 33.05 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ยกเว้นเยน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้จะมีการประกาศแผนเข้าซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลอายุยาววงเงินสูงสุด 6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสหรัฐ แต่มาจากแรงขายในทั่วโลก

น้ำมันและตะวันออกกลาง

สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยกระดับความรุนแรงขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น จากผลของการผลิตน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียที่ลดลงและความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานในเส้นทางขนส่งทะเลแดง ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐเร่งตัวขึ้น และยังสะท้อนความเสี่ยงที่เงินเฟ้ออาจออกมาสูงในหลายเดือนข้างหน้า ส่วนธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็น 2.50% และส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไป

ภาพรวมนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 1,390 ล้านบาท และ 1,747 ล้านบาท ตามลำดับ สำหรับแนวโน้มระยะถัดไป ตลาดจะให้ความสำคัญกับถ้อยแถลงของเฟดและบีโอเจ ซึ่งอาจกำหนดทิศทางของเงินบาทและสินทรัพย์ไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในประเทศที่เร่งตัวขึ้นอาจทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap