
- เศรษฐกิจ
- กองบรรณาธิการ
กรมอุตุนิยมวิทยาเตรียมเสนอของบประมาณปี 2570 รวม 3,902.74 ล้านบาท เพื่อยกเครื่องอุปกรณ์ตรวจอากาศและระบบพยากรณ์ทั้งระบบ หลังสภาพอากาศแปรปรวนสุดขั้วและเครื่องมือหลายรายการครบรอบใช้งาน 10 ปี ขณะที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเดินหน้าตั้งศูนย์ความร่วมมือด้านการสื่อสารข้อมูลสภาพภูมิอากาศ เพื่อแก้ปัญหาการสื่อสารพยากรณ์ที่ประชาชน "เข้าไม่ถึง"
บทเรียนฝนถล่ม
เหตุการณ์ฝนตกหนักเกิน 300 มม.ต่อวัน ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคตะวันออก ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันเมื่อช่วงวันที่ 24-27 กันยายน 2569 กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนทั้งข้อจำกัดของเครื่องมือและช่องว่างของการสื่อสารข้อมูลภาครัฐ เตือนล่วงหน้า 18 ฉบับ
นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ยอมรับว่า ที่ผ่านมาการสื่อสารกับประชาชนมีปัญหาทั้งการใช้ภาษาวิชาการและเครือข่ายการสื่อสารที่ไม่ทั่วถึง จึงได้ปรับวิธีการสื่อสารให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้างมากขึ้น ปัจจุบันกรมอุตุฯ สามารถพยากรณ์อากาศได้หลายโมเดล ตั้งแต่คาดการณ์รายปี รายสัปดาห์ รายวัน และคาดการณ์ล่วงหน้าได้ต่ำสุด 3 ชั่วโมง ซึ่งถือว่ามีความแม่นยำสูง
ด้านนายณัฐพล แดนดี รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า กรณีฝนตกหนักในเขตกรุงเทพฯ และภาคตะวันออกครั้งล่าสุด โมเดลพยากรณ์ของกรมอุตุฯ เตือนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน และออกประกาศต่อเนื่องกว่า 18 ฉบับ ซึ่งตามปกติถือเป็นการเตือนภัยระดับพิบัติแล้ว แต่ยอมรับว่าภาษาที่ใช้สื่อสารเข้าใจยากเกินไป
"เมื่อก่อนพายุจะเข้าทางเวียดนามผ่านไปทางภาคเหนืออย่างจังหวัดน่าน ข้อมูลตรงจุดที่ขาดหายไปทำให้เรารู้ตัวอีกทีเมื่อพายุซัดเข้าน่านแล้ว จึงต้องขอเพิ่มเรดาร์ที่บึงกาฬ ไว้ดักตรวจจับกลุ่มพายุ และฝนที่เคลื่อนตัวมาจากเวียดนามและลาวล่วงหน้า 10-12 ชั่วโมง ก่อนเข้าสู่ไทย" นายณัฐพลกล่าว
เรดาร์ 24 จุดครบอายุ
นายณัฐพลยืนยันว่าเทคโนโลยีของกรมอุตุฯ แม้จะเก่าแล้วแต่ยังคงมีความแม่นยำ สิ่งที่ต้องเปลี่ยนคืออุปกรณ์ตรวจอากาศ โดยเฉพาะเรดาร์ที่ทำงานหมุนวนต่อเนื่องมานานนับ 10 ปี ซึ่งให้บริการทั้งการตรวจอากาศภาคพื้นปกติและเรดาร์สนามบิน
ตามรอบการเปลี่ยนอุปกรณ์ทุก 10 ปี ผู้ผลิตจะหยุดผลิตอะไหล่ซัพพอร์ตเมื่อครบรอบ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ โดยเรดาร์ตรวจอากาศเดิมมี 24 จุดทั่วประเทศ รอบนี้จะเปลี่ยนชุดเดิมทั้งหมดและเพิ่มอีกหนึ่งจุดที่จังหวัดบึงกาฬ เพื่อดักจับพายุที่เคลื่อนตัวจากเวียดนามและลาว
งบประมาณปี 2570 ยังครอบคลุมระบบตรวจเฝ้าแผ่นดินไหวและสึนามิ ซึ่งใช้งบประมาณไม่มาก หลังเกิดแผ่นดินไหวที่กรุงเทพฯ เมื่อปีที่ผ่านมา ระบบนี้จะทำให้กรุงเทพฯ มีเวลาเตรียมตัวราว 2 นาทีหากเกิดแผ่นดินไหวที่เมียนมาหรือลาว คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินงานประมาณ 3 ปี และเมื่อรวมกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง นำเข้า และติดตั้งอุปกรณ์ อาจใช้เวลารวมราว 3-5 ปี
งบลงทุนเพิ่ม 45%
คำของบประมาณปี 2570 รวม 3,902.74 ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุน 2,401.91 ล้านบาท งบบุคลากร 433.88 ล้านบาท งบดำเนินการ 1,055.20 ล้านบาท และเงินอุดหนุน 11.74 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2569 ได้รับจัดสรรเพิ่มขึ้น 1,209.99 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 44.94%
แผนงานที่เกี่ยวข้องแบ่งเป็นสองส่วนหลัก ส่วนแรกคือการจัดซื้ออุปกรณ์ตรวจอากาศทดแทนของเดิมในระบบงานขนส่งหรือสนามบิน วงเงิน 383.20 ล้านบาท ประกอบด้วย 4 โครงการ ได้แก่ โครงการจัดหาเครื่องมือตรวจอากาศการบิน 239.87 ล้านบาท โครงการจัดหาเครื่องมือตรวจอากาศอัตโนมัติ (LL.WAS) 79.85 ล้านบาท โครงการจัดหาเครื่องมือตรวจอากาศอัตโนมัติ (AWOS) และโครงการจัดหาระบบสารสนเทศด้านอุตุนิยมวิทยาการบิน 63.47 ล้านบาท
ส่วนที่สองคือการจัดซื้อเรดาร์ใหม่ในแผนงานยุทธศาสตร์จัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ วงเงิน 3,083.51 ล้านบาท มี 7 โครงการ อาทิ โครงการก่อสร้างหอเรดาร์และติดตั้งเครื่องเรดาร์ตรวจอากาศ 1,448.30 ล้านบาท โครงการติดตั้งระบบเครือข่ายสมรรถนะสูงตรวจเฝ้าแผ่นดินไหวและสึนามิ 87 ล้านบาท โครงการจ้างเหมาบำรุงรักษาเครื่องมืออุตุนิยมวิทยาและแผ่นดินไหว 476.44 ล้านบาท และโครงการยกระดับการพยากรณ์เชิงพื้นที่รายละเอียดสูง 492 ล้านบาท
ปฏิเสธข่าวจัดซื้อเทคโนโลยี
สำหรับประเด็นร้อนเกี่ยวกับการขออนุมัติงบ 492 ล้านบาท จากคณะรัฐมนตรีเพื่อจัดซื้อเทคโนโลยีพยากรณ์อากาศจากที่สูงด้วยดาวเทียมวงโคจรต่ำของบริษัท Tomorow.io นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า เป็นการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง
นายพชรระบุว่า กระทรวงดีอีและหน่วยงานในสังกัดมีการพัฒนาแผนงานและโครงการโดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีทันสมัยตามมาตรฐานสากลเช่นเดียวกับนานาประเทศ กรณีกรมอุตุนิยมวิทยามีโครงการนำร่อง (Proof of Concept) เพื่อยกระดับระบบพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง เช่น การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใช้งานโดยองค์การระหว่างประเทศอย่าง NASA หรือ NOAA ระยะเวลา 3 เดือน ระหว่างธันวาคม 2568 ถึงกุมภาพันธ์ 2569 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และปัจจุบันครบกำหนดเวลาทดลองแล้ว
ทั้งนี้ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้มอบนโยบายให้กรมอุตุฯ ยกระดับการพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย แต่ยังไม่ได้สรุปว่าจะใช้เทคโนโลยีหรือรูปแบบใด และยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างใด ๆ โดยเฉพาะร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ก็ยังไม่มีผลบังคับใช้
สำหรับผู้อ่านในไทย สถานการณ์นี้สะท้อนความท้าทายของประเทศที่เผชิญสภาพอากาศสุดขั้วถี่ขึ้น ทั้งน้ำท่วมฉับพลันและความเสี่ยงแผ่นดินไหวที่เคยเกิดขึ้นจริงในกรุงเทพฯ การลงทุนในเรดาร์ ระบบเตือนภัย และช่องทางสื่อสารที่ประชาชนเข้าถึงได้ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นโจทย์ด้านความปลอดภัยสาธารณะที่มาพร้อมกรอบเวลาจัดซื้อจัดจ้างยาวนานหลายปี ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าการยกระดับครั้งนี้จะทันต่อความแปรปรวนรอบใหม่หรือไม่
— The 2026 Moutai Night in Seoul brought together political, business and cultural guests on October 25, using Qi Purple, Miao craft and baijiu culture as a bridg
— American golfer John Catlin closed with a 64 to win the 2026 Link Hong Kong Open at Fanling by five strokes, as Premier Partner Moutai brought Jiang-aroma baiji