
- เศรษฐกิจ
- กองบรรณาธิการ
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประกาศทบทวนมาตรฐานการออกแบบระบบป้องกันน้ำท่วมสำหรับนิคมอุตสาหกรรมใหม่ โดยกำหนดให้คันดินหรือเขื่อนกั้นน้ำต้องมีความสูงเกินระดับน้ำท่วมสูงสุดในรอบ 10 ปีอย่างน้อย 50 เซนติเมตร และในพื้นที่เสี่ยงต้องอ้างอิงน้ำท่วมรอบ 70 ปี นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. เปิดเผยเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า มาตรฐานเดิมตามข้อบังคับปี 2557 ยังใช้ได้แต่ต้องปรับให้รับกับสถานการณ์น้ำที่รุนแรงขึ้น
Key facts
- กนอ. กำหนดให้คันกั้นน้ำรอบนิคมอุตสาหกรรมต้องสูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดในรอบ 10 ปี ไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร และในพื้นที่เสี่ยงต้องใช้รอบ 70 ปี
- ข้อบังคับ กนอ. ปี 2557 กำหนดให้สร้างคันดินหรือเขื่อนคอนกรีตตามความเหมาะสม โดยไม่ตายตัวว่าต้องเป็นแบบใด
- นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. ระบุว่า นักลงทุนต้องประเมินความเสี่ยงน้ำท่วมและเส้นทางน้ำไหลก่อนเลือกทำเล
- นายภคิน ชลรัตนหิรัญ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) ยืนยันนิคมที่ปราจีนบุรีไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
- นักลงทุนที่เคยประสบน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ในพื้นที่พระนครศรีอยุธยาและรังสิต กำลังสอบถามข้อมูลน้ำท่วมกับโรจนะอย่างต่อเนื่อง
ทำไมต้องปรับมาตรฐาน?
นายสุเมธกล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่สร้างความกังวลให้ภาคธุรกิจ การเลือกพื้นที่ลงทุนจึงต้องประเมินความเสี่ยงน้ำท่วมเป็นปัจจัยเพิ่ม โดยเฉพาะระดับความสูงของที่ดินและเส้นทางการไหลของน้ำ นักลงทุนที่กำลังพิจารณาตั้งโรงงานหรือพัฒนานิคมใหม่ควรออกแบบผังพื้นที่โดยอ้างอิงระดับน้ำทะเลปานกลาง (MSL) พร้อมประเมินเส้นทางน้ำและความเสี่ยงน้ำท่วมของแปลงที่ดิน เพื่อวางระบบป้องกันและบริหารจัดการน้ำได้เหมาะสม
นอกจากนี้ ปริมาณน้ำในปัจจุบันอาจสูงกว่าระดับในอดีต จึงจำเป็นต้องทบทวนมาตรการและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพการรองรับ การหน่วงน้ำ และการระบายน้ำออกจากพื้นที่ควบคู่กัน
หลักเกณฑ์มีอะไรบ้าง?
ข้อบังคับ กนอ. ปี 2557 กำหนดแนวทางสำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่างกัน โดยให้สร้างคันน้ำล้อมรอบเพื่อป้องกันอุทกภัย แต่ไม่กำหนดตายตัวว่าจะเป็นคันดินหรือเขื่อนคอนกรีต ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศ ขนาดนิคม และระดับความเสี่ยง หากนิคมอยู่ที่สูงอาจใช้คันดินที่สูงกว่าระดับน้ำท่วมย้อนหลัง ส่วนเขื่อนคอนกรีตมักใช้กับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก เช่น โซนสมุทรปราการ แพรกษา บางปู ลาดกระบัง และอารยะ
การออกแบบต้องมีโครงสร้างแข็งแรงต้านทานแรงดันน้ำจากภายนอก และต้องดูปริมาณน้ำท่วมสูงสุดในรอบ 5-10 ปีย้อนหลัง โดยสร้างสูงกว่าปริมาณไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร คันกั้นน้ำต้องไม่ขวางทางน้ำหลากและต้องมีร่องน้ำระบายน้ำสะดวก พร้อมระบบติดตามสถานการณ์น้ำ แจ้งเตือนภัยล่วงหน้า และแผนป้องกันภาวะฉุกเฉิน รวมถึงตรวจสอบระบบระบายน้ำฝนและระบบป้องกันน้ำท่วมเป็นประจำและรายงานต่อ กนอ. ทุกปี
“เราไม่สามารถกังวลเรื่องน้ำท่วมกันทุกปีได้อีกต่อไป รัฐบาลจำเป็นต้องวางระบบบริหารจัดการน้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนในระยะยาว” นายสุเมธกล่าว และว่า หากเป็นพื้นที่ลุ่มและมีน้ำท่วมขัง การออกแบบคันกันน้ำต้องเป็นเขื่อนที่แข็งแรงพอต้านแรงดันน้ำและสูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดในรอบ 10 ปี แต่ไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร ส่วนพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยให้ออกแบบเหมือนกันแต่ใช้ระดับน้ำท่วมสูงสุดในรอบ 70 ปี เผื่อไว้ไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร
EEC ยังน่าสนใจหรือไม่?
สำหรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กนอ. มองว่ายังมีศักยภาพและความน่าสนใจในการลงทุน ภาครัฐเร่งสร้างความเชื่อมั่นผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำในภาพรวม โดยบูรณาการทำงานให้พื้นที่อุตสาหกรรมและชุมชนโดยรอบรองรับทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนระยะยาว
ด้านนายภคิน ชลรัตนหิรัญ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นิคมของบริษัทที่ปราจีนบุรีไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ยอมรับว่านักลงทุนกังวลเรื่องน้ำท่วม โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เคยเผชิญน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ในพื้นที่พระนครศรีอยุธยาและรังสิต และตัดสินใจย้ายหรือขยายการลงทุนไปจังหวัดอื่น ก่อนกังวลว่าพื้นที่ใหม่อาจเจอปัญหาซ้ำ ทำให้บริษัทต้องรับโทรศัพท์และตอบข้อซักถามจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง
“โรจนะมีประสบการณ์จากน้ำท่วมปี 2554 แล้ว จึงให้ความสำคัญกับการเลือกทำเลที่ดินที่จะนำมาพัฒนานิคม ต้องเป็นพื้นที่สูงและไม่เสี่ยงต่อน้ำท่วม พร้อมมีระบบป้องกันและบริหารจัดการน้ำภายในนิคมอย่างเหมาะสม จึงอยากให้นักลงทุนและบริษัทผู้ผลิตมั่นใจในพื้นที่ของโรจนะ” นายภคินกล่าว
นักลงทุนไทยควรจับตาอะไร?
น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้การเลือกทำเลลงทุนกลายเป็นประเด็นสำคัญมากขึ้น การรักษาความสามารถในการแข่งขันของ EEC และฐานอุตสาหกรรมไทยในระยะยาวจึงต้องเดินหน้าควบคู่กัน ทั้งการคัดเลือกทำเลเสี่ยงต่ำ การยกระดับมาตรฐานป้องกันน้ำของนิคมเดิม การออกแบบนิคมใหม่ และการวางระบบบริหารจัดการน้ำระดับพื้นที่ เพื่อให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่าการลงทุนในประเทศไทยปลอดภัยและดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่อง
สำหรับผู้อ่านในประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมหรือชุมชนโดยรอบ มาตรฐานใหม่ของ กนอ. อาจหมายถึงการปรับปรุงคันกั้นน้ำและระบบระบายน้ำในนิคมเดิมที่จะต้องรายงานผลตรวจสอบต่อ กนอ. เป็นประจำทุกปี ซึ่งอาจส่งผลต่อแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่
ขั้นตอนต่อไป กนอ. จะบังคับใช้หลักเกณฑ์ใหม่นี้กับนิคมอุตสาหกรรมที่จะพัฒนาขึ้นในอนาคต และคาดว่าจะมีการกำกับให้ผู้ประกอบการนิคมเดิมตรวจสอบและรายงานผลตามรอบปี ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่กำลังตัดสินใจลงทุนในพื้นที่ EEC และฐานอุตสาหกรรมอื่น ๆ ของไทย
— The 2026 Moutai Night in Seoul brought together political, business and cultural guests on October 25, using Qi Purple, Miao craft and baijiu culture as a bridg
— American golfer John Catlin closed with a 64 to win the 2026 Link Hong Kong Open at Fanling by five strokes, as Premier Partner Moutai brought Jiang-aroma baiji
— ผลสำรวจ LY Corporation เผย 76.7% ของคนไทยกังวลน้ำท่วมมากที่สุด ขณะที่ 75% ยังเตรียมพร้อมไม่พอ LINE ประเทศไทย พัฒนา LINE ALERT แจ้งเตือนภัย rápidoและน่าเชื่อถือ