กกร. จี้รัฐเปลี่ยนเงินลงทุนเป็นผลลัพธ์จริง เชื่อมข้อมูลถึงระดับจังหวัด

กกร. จี้รัฐเปลี่ยนเงินลงทุนเป็นผลลัพธ์จริง เชื่อมข้อมูลถึงระดับจังหวัด

นายผยง ศรีวณิช ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลผลักดันการลงทุนใหม่ให้เกิดผลจริงในระดับจังหวัด โดยเปลี่ยนจากการสื่อสารเชิงนโยบายไปสู่การวัดผลที่ชัดเจน ทั้งการจ้างงาน สินเชื่อ และผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพาฐานการลงทุนเดิมมานานกว่า 20 ปี

ต้องเปลี่ยนผ่านสู่การลงทุนใหม่

นายผยงกล่าวว่า โจทย์สำคัญคือการผลักดันการลงทุนของประเทศ ซึ่งไม่ควรมองเฉพาะวันนี้ พรุ่งนี้ หรือเมื่อวาน เพราะไทยใช้บุญเก่าจากฐานลงทุนเดิมมานานกว่า 20 ปีแล้ว จึงต้องเปลี่ยนจากการสื่อสารที่อาจไม่มีตัววัดชัดเจน มาสู่ตัววัดที่ชัดเจน

“การลงทุนวันนี้เรากินบุญเก่ามาตั้ง 20 กว่าปี เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ต้องช่วยกันคิดคือ การลงทุนวันนี้เมื่ออีกหลายปีข้างหน้า ตัวที่อยากเป็นตัวบ่งชี้ จะต้องออกจากดักของการสื่อสารที่อาจไม่มีตัววัดที่ชัดเจน ออกมาสู่ตัววัดที่ชัดเจน” นายผยงกล่าว

แม้ปัจจุบันภาครัฐจะเน้นการประคองเศรษฐกิจ แต่เป้าหมายต้องนำไปสู่การลงทุนใหม่ (New Investment) เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันใหม่ การจ้างงานใหม่ ทักษะใหม่ และรายได้ใหม่ให้แก่ประเทศ

เชื่อมข้อมูลสามด้าน

ความยากอยู่ที่รายละเอียดของการเชื่อมโยง จึงต้องเร่งบูรณาการข้อมูลเพื่อวัดผลการลงทุนจริงผ่าน 3 การเชื่อมโยงสำคัญ ได้แก่ หนึ่ง เชื่อมข้อมูล BOI กับ GPP โดยนำตัวเลขการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ไปวัดผลผ่านผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (Gross Provincial Product : GPP) เพื่อให้เห็นผลในแต่ละจังหวัด ขณะที่ GDP วัดเป็นรายไตรมาส

สอง เชื่อมข้อมูลการจ้างงานกับกระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้เห็นว่าการลงทุนส่งผลกระทบต่อแรงงานจริงหรือไม่ และสาม เชื่อมข้อมูลสินเชื่อกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อดูว่าสินเชื่อกระจายไปทุกภาคส่วนหรือไม่

“การเชื่อมโยงตรงนี้ เราเคยเห็นตัวเลขที่เชื่อมโยงหรือ เราไม่เคย และมองว่านี่คือสิ่งที่ประเทศไทยจะต้องเร่งบูรณาการ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของภาพสูง” นายผยงกล่าว

กระแสทุนต่างชาติและความท้าทาย

ปัจจุบันมีกระแสเงินทุนและนักลงทุนต่างชาติ (Foreign Investor) สนใจประเทศไทยจำนวนมาก ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการดึงดูดทุนต่างชาติให้เลือกประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นทั่วโลก สิ่งสำคัญคือไทยต้องสร้างรากฐานรองรับ โดยเฉพาะพลังงานสะอาด (Clean Energy) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพื่อให้อุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องเกิดขึ้นอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม และให้ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain)

ที่ผ่านมา มีการผลักดันให้ประเทศจัดงาน Bangkok Business Summit และงาน Gastech 2026 เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันจัดขึ้น ไม่ใช่กิจกรรมสั้น ๆ ครั้งเดียวจบ แต่งานดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดกระแสเงินทุน และดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาศึกษาข้อมูลและพิจารณาเลือกประเทศไทย

สำหรับผู้อ่านไทย การผลักดันให้เกิดการลงทุนใหม่ในระดับจังหวัดจะช่วยกระจายเม็ดเงินสู่ท้องถิ่น สร้างงานและรายได้ โดยเฉพาะหากมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานไทยอย่างกระทรวงแรงงานและ ธปท. จะทำให้เห็นภาพชัดว่าการลงทุนส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานรากอย่างไร แนวโน้มต่อไปขึ้นอยู่กับการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อให้ไทยหลุดจากกับดักการพึ่งพาการลงทุนเดิม และก้าวสู่การแข่งขันใหม่ในเวทีโลก

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap