MKTCON2026 ชี้ทางแบรนด์รับมือยุค AI ค้นหา ข้อมูลต้องตอบโจทย์ลูกค้าให้ถูกเลือก

MKTCON2026 ชี้ทางแบรนด์รับมือยุค AI ค้นหา ข้อมูลต้องตอบโจทย์ลูกค้าให้ถูกเลือก

การประชุม Marketing Conference 2026 หรือ MKTCON2026 ชี้ทิศทาง Agentic Marketing ไม่ได้จบเพียงการนำ AI มาช่วยงาน แต่เป็นการออกแบบให้เทคโนโลยี ข้อมูล และคนทำงานร่วมกัน เพื่อเข้าใจความต้องการของลูกค้าและช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยลูกค้าในปัจจุบันมีตัวเลือกมากขึ้นและเส้นทางจากการเห็นโฆษณาถึงการจ่ายเงินไม่ได้เป็นเส้นตรงที่แบรนด์ควบคุมได้ทั้งหมด

ลูกค้าประเมินความคุ้มค่า

เซสชัน Marketing Trends 2026 2027 ระบุว่าความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทำให้ผู้บริโภคคิดก่อนจ่ายมากขึ้น สินค้าจำเป็นยังได้รับความสำคัญ ส่วนรายจ่ายอื่นอาจถูกเลื่อนออกไป และโปรโมชันยังช่วยเร่งการตัดสินใจได้ แต่ส่วนลดเพียงอย่างเดียวอาจตอบคำถามว่าเหตุใดลูกค้าจึงควรซื้อสินค้านั้นไม่ได้

สิ่งที่แบรนด์นำไปทำต่อได้คือกลับไปทบทวนข้อความขายของตัวเองว่าอธิบายคุณค่าที่คนตามหาชัดเจนเพียงพอหรือยัง ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดเวลา ลดความยุ่งยาก เพิ่มความมั่นใจ หรือสร้างประสบการณ์ที่ลูกค้าเห็นว่าคุ้มเงิน หากเป็นสินค้าที่ลูกค้าต้องคิดนาน การมีคอนเทนต์เปรียบเทียบ วิธีใช้จริง และคำตอบต่อข้อกังวล อาจสำคัญกว่าการย้ำเรื่องราคาพิเศษ

AI Search เปลี่ยนวิธีค้นหา

AI Search กำลังเพิ่มบทบาทในช่วงที่คนค้นหาข้อมูล จากเดิมที่ค้นด้วยคีย์เวิร์ดสั้น ๆ ผู้ใช้อาจถามเป็นโจทย์ยาว เช่น สินค้ารุ่นใดเหมาะกับความต้องการ งบประมาณ หรือเงื่อนไขเฉพาะของตัวเอง

ข้อมูลจาก ANGA Bangkok ซึ่งรวบรวมจากเว็บไซต์กว่า 500 แห่งในช่วงกันยายน 2568 ถึงกันยายน 2569 พบว่า Traffic จาก AI Search ในชุดข้อมูลนี้เพิ่มจาก 59,702 เป็น 133,592 หรือราว 123.8% ขณะที่ Organic Search ในชุดเดียวกันยังเติบโตราว 5.9%

ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกให้แบรนด์เลิกทำ SEO แต่ชวนให้ดูว่าหน้าเว็บไซต์ บทความ ข้อมูลสินค้า และข้อมูลจากแหล่งสาธารณะตอบคำถามจริงของลูกค้าได้หรือยัง แบรนด์อาจรวบรวมคำถามก่อนซื้อจากทีมขาย แชต และรีวิว แล้วทำคำตอบที่มีรายละเอียดตรวจสอบได้ เพื่อให้ทั้งคนและระบบค้นหาเข้าใจตรงกัน

วัดผล AI Visibility อย่างถูกบริบท

เซสชัน 3 Unexpected ROI Wins from AI Search & SEO เสนอให้มองผลลัพธ์สามด้านพร้อมกัน คือ Intelligence หรือสิ่งที่เรียนรู้จากพฤติกรรมการค้นหา Revenue หรือผลต่อรายได้ และ Trust หรือความเชื่อถือที่เกิดกับแบรนด์

ตัวชี้วัดอย่าง Brand Mentions, AI Visibility และ Share of Voice ช่วยบอกว่าแบรนด์ปรากฏในคำตอบมากน้อยเพียงใด แต่ยังต้องดูว่า AI อธิบายแบรนด์อย่างไร อ้างอิงแหล่งใด และคำตอบนั้นถูกต้องหรือชวนให้เข้าใจผิดหรือไม่

วิธีเริ่มต้นคือเลือกชุดคำถามที่ลูกค้าจะใช้จริง แยกตามกลุ่มลูกค้าและความตั้งใจซื้อ แล้วทดสอบหลายครั้งในแต่ละแพลตฟอร์ม จากนั้นบันทึกชื่อแบรนด์ที่ปรากฏ แหล่งอ้างอิง และข้อความที่ AI ใช้บรรยาย ก่อนนำสิ่งที่ขาดหรือคลาดเคลื่อนไปปรับข้อมูลต้นทาง การวัดผลต้องต่อไปถึงคลิก ลีด และยอดขายเท่าที่ติดตามได้ โดยยอมรับว่าบางคนอาจได้รับคำตอบจาก AI แล้วไปซื้อที่หน้าร้านหรือช่องทางอื่นโดยไม่ได้คลิกเข้าเว็บไซต์

คอนเทนต์ต้องมีมุมมองชัด

เมื่อหลายแบรนด์ใช้ AI ช่วยสร้างงาน ความเร็วเพียงอย่างเดียวทำให้คอนเทนต์แตกต่างได้ยาก เซสชัน Content & Communication ย้ำบทบาทของคนในการกำหนดเป้าหมาย ตัดสินคุณภาพ เข้าใจภาษาและวัฒนธรรม และอ่านอินไซต์ของผู้ชม

แนวทางสื่อสารอย่างจริงใจ รวมถึงการเล่าเบื้องหลังวิธีคิดและวิธีทำงาน อาจช่วยให้คนเห็นตัวตนของแบรนด์มากกว่าชิ้นงานที่เรียบร้อยแต่คล้ายกันไปหมด ก่อนเผยแพร่คอนเทนต์ แบรนด์อาจถามว่าเรื่องนี้ตอบความสงสัยหรือปัญหาอะไรของคนดู มีรายละเอียดจริงอะไรที่แบรนด์เท่านั้นเล่าได้ และหาก AI ช่วยร่าง ใครเป็นคนตรวจความถูกต้อง น้ำเสียง และความเหมาะสมกับบริบท

เชื่อมข้อมูลเห็นเส้นทางลูกค้า

การรู้ยอดขายรวมบอกผลลัพธ์ปลายทาง แต่ยังไม่บอกว่าลูกค้ารู้จักและกลับมาซื้อได้อย่างไร แนวคิดจากเซสชัน Data Analytics & Activation ชวนให้ใช้ Look มองพฤติกรรมจริง Listen ฟังความรู้สึกและข้อกังวล แล้ว Learn เรียนรู้ว่าจะเปิดบทสนทนาเรื่องใดกับลูกค้า

กรณี Onetouch ที่ถูกยกในงานเริ่มจากการสังเกตความเขินอายขณะซื้อหน้าเคาน์เตอร์ ก่อนต่อยอดเป็นพื้นที่ให้คนหาข้อมูลและวัดขนาดด้วยตัวเอง อินไซต์จึงเกิดจากการเห็นอุปสรรคที่ตัวเลขยอดขายอย่างเดียวบอกไม่ได้

สำหรับทีมการตลาด แบรนด์อาจนำข้อมูลจากเว็บไซต์ E-commerce ระบบสมาชิก การขายหน้าร้าน และเสียงจากลูกค้ามาวางบน Customer Journey เดียวกัน แล้วระบุจุดที่คนหยุด จุดที่กลับมา และคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบ แล้วเลือกแก้ปัญหาทีละจุด การสะสมข้อมูลให้มากที่สุดไม่ใช่เป้าหมาย หากยังไม่มีใครนำข้อมูลนั้นไปเปลี่ยนประสบการณ์ของลูกค้า

Agentic AI ต้องรู้งานที่ให้ทำ

AI ที่เชื่อมระบบและช่วยลงมือทำงานมีศักยภาพมากกว่าการตอบคำถามทีละครั้ง ในงานมีการพูดถึงการเชื่อมเครื่องมือการตลาด ข้อมูลลูกค้า และกระบวนการทำงานให้ต่อเนื่องกัน รวมถึงการพัฒนาจาก Prompting ไปสู่ Workflow ที่กดใช้ซ้ำได้ และ AI Advisor ที่เสนอสิ่งที่ควรทำจากข้อมูล

อย่างไรก็ตาม การสร้างเครื่องมือขึ้นมาเองยังต้องคิดถึงปริมาณงานที่ระบบรองรับ ความปลอดภัยข้อมูล และค่าใช้จ่ายเมื่อใช้งานจริง จุดเริ่มที่จับต้องได้คือเลือกงานซ้ำหนึ่งอย่าง เช่น สรุปคำถามลูกค้า จัดกลุ่มลีด หรือแจ้งเตือนแคมเปญที่ผลงานผิดปกติ กำหนดข้อมูลที่ใช้ เกณฑ์ความถูกต้อง ผู้อนุมัติ และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ต้องการ แล้วจึงทดลองให้ AI เข้ามาช่วย

ทิศทางจาก MKTCON2026 จึงชวนให้นักการตลาดกลับมาทำสิ่งพื้นฐานให้แม่นกว่าเดิม ทั้งการเข้าใจเหตุผลที่คนซื้อหรือไม่ซื้อ การตอบคำถามในจุดที่ลูกค้าค้นหา การเชื่อมข้อมูลข้ามช่องทาง และการให้มนุษย์ตัดสินใจในเรื่องที่ต้องใช้วิจารณญาณ เมื่อรากฐานเหล่านี้ชัดเจน AI จึงมีโอกาสช่วยให้แบรนด์ทำงานได้เร็วขึ้นโดยยังมีความหมายกับคนที่ต้องการสื่อสารด้วย ผู้สนใจสามารถติดตามชมเซสชันย้อนหลังได้ที่ https://creativetalkonline.com/ และหากยังไม่มีบัตร บัตร Rerun ราคา 990 บาท สามารถซื้อได้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/mktcon2026

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap