Grab ใช้ AI ขับเคลื่อนธุรกิจ เน้นช่วยพาร์ทเนอร์เพิ่มรายได้ ไม่ใช่แค่ลดต้นทุน

Grab ใช้ AI ขับเคลื่อนธุรกิจ เน้นช่วยพาร์ทเนอร์เพิ่มรายได้ ไม่ใช่แค่ลดต้นทุน

แอนโทนี ตัน ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Grab เปิดเผยในงาน CNN Global Perspectives: In Bangkok ว่า Grab ใช้ AI ช่วยคนขับกว่า 100,000 คนในประเทศไทยวางแผนการทำงานเพื่อเพิ่มรายได้ และการจับคู่ผู้โดยสารกับคนขับ 98% ดำเนินการโดยระบบ AI ซึ่งสะท้อนว่า Grab ให้น้ำหนักกับ AI ที่สร้างประโยชน์ต่อพาร์ทเนอร์เป็นหลัก ไม่ใช่เพียงการลดต้นทุนหรือเพิ่มความเร็วในการให้บริการ

Key facts

AI ผู้ช่วยคนขับและร้านค้า

ภายใต้แนวคิด Triple Bottom Line ที่วัดความสำเร็จทั้งกำไร ผู้คน และสิ่งแวดล้อม แอนโทนี ตัน อธิบายว่า Grab มองว่าหลังโควิดความเหลื่อมล้ำชัดเจนขึ้น และคนขับจำนวนมากยังไม่มีบัญชีธนาคาร โจทย์จึงเป็นการนำ AI มาทำให้คนกลุ่มนี้มีชีวิตที่ดีขึ้น โดยใช้เกณฑ์ตัดสินง่าย ๆ ว่า ถ้าเครื่องมือ AI ไม่ได้ช่วยให้เงินในกระเป๋าของคนทำงานเพิ่มขึ้นจริง สิ่งนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ

Grab พัฒนาเครื่องมือ AI อย่าง Driver AI Copilot สำหรับคนขับ ซึ่งช่วยคาดการณ์ความต้องการล่วงหน้าและวางแผนการทำงาน ทำให้คนขับไม่ต้องวิ่งรถเปล่าหรือจอดรอโดยไร้จุดหมาย ขณะที่ Merchant AI สำหรับร้านค้าช่วยเพิ่มรายได้ 10-15% ตามผลวิจัยร่วมกับ Tsinghua และ Harvard Business School เปลี่ยนคนในก่อนส่ง AI สู่นอก

ก่อนส่งมอบเทคโนโลยีให้คนภายนอก Grab เริ่มปฏิรูปคนในองค์กรด้วยแนวคิดที่แอนโทนี ตัน เรียกว่า Cyborg-nization เขาเชื่อว่าการมองว่า AI จะมาแทนที่คนเป็นความคิดที่ขี้เกียจ แต่การมองว่า AI จะเสริมพลังต่างหากที่จะทำให้คนกลายเป็น Super Human

เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน แอนโทนี ตัน ใช้อำนาจ CEO สั่งหยุดงานตามปกติของทุกคนในบริษัท แล้วให้พนักงานทุกฝ่ายใช้เวลางานทั้งหมดร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งใหม่ด้วย Generative AI ผลลัพธ์คือภายใน 9 สัปดาห์ ความกังวลของพนักงานที่เคยกลัวว่า AI จะมาแย่งงานจาก 47% พลิกกลับกลายเป็น 78% ที่ยอมรับว่า AI ช่วยให้พวกเขาลดเวลาและทำงานได้ดีขึ้น

ตัวแอนโทนีเองซึ่งไม่ได้จบสายวิศวกรรม ก็ยังลงมือทำแดชบอร์ด P&L ของบริษัทด้วยการเขียน Prompt เองทั้งหมด เขาเชื่อว่าเมื่อผู้นำลงมือทำให้เห็น กล้าล้มเหลว รับฟีดแบ็ก และทดลองจริง แรงต้านในองค์กรจะหายไปเอง คำตอบถึงคนทำงานออฟฟิศ

เมื่อถูกถามถึงพนักงานที่กังวลว่า AI จะทำให้ตกงานในอีก 5 ปีข้างหน้า แอนโทนี ตัน ให้คำตอบตรงไปตรงมาว่า AI ไม่ได้แย่งงานคุณ แต่คนที่ใช้ AI เป็นต่างหากที่จะแย่งงานคุณ ใน Grab มีวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นการเก่งขึ้น 1% ในทุก ๆ วัน ซึ่งหากใครไม่ลงทุนเรียนรู้และไม่ยอมรับ AI คนข้าง ๆ ที่ใช้งาน AI เป็นก็พร้อมจะเข้ามาแทนที่

นอกจากนี้ Grab ยังร่วมมือกับ OpenAI นำ ChatGPT มาให้พาร์ทเนอร์คนขับทั่วภูมิภาคได้ใช้งาน ควบคู่กับระบบเดิม โดยมีเป้าหมาย Upskill และ Reskill ตั้งแต่การจัดการเงินส่วนบุคคลไปจนถึงการวางแผนการตลาดบนแพลตฟอร์ม ในประเทศไทย แอนโทนี ตัน ลงมาพบปะคนขับหลายร้อยคนและฝึกสอนการใช้ AI ด้วยตัวเองถึงหน้างาน ความหมายต่อคนขับไทย

สำหรับประเทศไทยซึ่งมีคนขับ Grab กว่า 100,000 คน การนำ AI มาใช้ช่วยวางแผนการทำงานมีนัยสำคัญต่อรายได้และความเป็นอยู่ของคนทำงานในระบบ gig economy โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้นฉบับระบุว่าคนขับจำนวนมากยังไม่มีบัญชีธนาคาร การที่ AI ช่วยให้เข้าถึงบริการทางการเงินและการจัดการรายได้จึงอาจเป็นประโยชน์โดยตรง

นอกจากนี้ ความร่วมมือกับ OpenAI เพื่อให้พาร์ทเนอร์ใช้ ChatGPT อาจช่วยให้ร้านค้ารายย่อยและคนขับในไทยมีเครื่องมือในการวางแผนการตลาดและบริหารเงินส่วนบุคคล ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Triple Bottom Line ที่ Grab ใช้วัดผลกระทบทางสังคม ก้าวต่อไป

แอนโทนี ตัน กล่าวในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ที่คนขับคนหนึ่งเดินเข้ามาขอบคุณและบอกว่า Grab ช่วยชีวิตและคืนศักดิ์ศรีในการหาเลี้ยงครอบครัวให้กับเขา กลายเป็นเข็มทิศชีวิตและเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้เขาตั้งใจจะส่งมอบ AI ไปสู่ทุกจุด เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่ชีวิตของผู้คนหลายล้านคนในโลกยุคใหม่ที่กำลังมาถึง

ทั้งนี้ Grab ยังไม่ได้เปิดเผยกำหนดการหรือเป้าหมายเชิงตัวเลขที่ชัดเจนสำหรับการขยายผล AI ในประเทศไทยและภูมิภาคแต่อย่างใด

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap