
- เทคโนโลยี
- กองบรรณาธิการ
การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นประเด็นหลักในเวทีเสวนา Future Economy Forum ซึ่งจัดโดยธนาคารกสิกรไทยร่วมกับ Techsauce ภายใต้งาน KBank x Techsauce: Empower the Future Economy เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ในฐานะกิจกรรมคู่ขนานของการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 โดยมีผู้ร่วมเสวนา 4 คนจาก International Finance Corporation (IFC), Standard Chartered, Microsoft Asia และ Accenture ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองว่า AI กำลังเปลี่ยนความหมายของการเติบโตทางเศรษฐกิจ และมนุษย์ยังคงเป็นผู้กำหนดทิศทางของเทคโนโลยี
Key facts
- เวทีเสวนา Future Economy Forum จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 โดยธนาคารกสิกรไทยร่วมกับ Techsauce เป็นกิจกรรมคู่ขนานของการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026
- ผู้ร่วมเสวนา 4 คน ได้แก่ Sarvesh Suri, Regional Vice President for Asia and the Pacific ของ International Finance Corporation (IFC) ในกลุ่มธนาคารโลก, Jan Metzger, Global Head of Coverage Banking ของ Standard Chartered, Koulibaly จาก Microsoft Asia และ Anoop Sagoo, CEO, Southeast Asia ของ Accenture
- Anoop Sagoo ระบุว่าตลอด 33 ปีที่ทำงานในวงการเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แตกต่างเพราะ AI กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนพูดถึงอย่างรวดเร็ว
- Jan Metzger คาดการณ์ว่าคนที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ในวันนี้อาจต้องผ่านอาชีพที่แตกต่างกันถึง 6 อาชีพตลอดชีวิตการทำงาน
- Koulibaly จาก Microsoft Asia เปรียบ AI ว่าเป็น "สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหรือมอเตอร์ไซค์สำหรับความคิด" ต่อยอดแนวคิด "จักรยานสำหรับความคิด" ของ Steve Jobs
AI เปลี่ยนความหมายของการเติบโตอย่างไร
การเสวนาเริ่มต้นจากคำถามว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงปี 2026-2027 มีความหมายอย่างไร Anoop Sagoo จาก Accenture มองว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือ AI กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีที่อยู่แทบทุกที่ เขาเล่าว่าตลอด 33 ปีที่ทำงานในวงการเทคโนโลยีได้ยินผู้คนพูดเสมอว่าเรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะ AI กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนพูดถึงอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ต้องใช้เวลาอธิบายว่าเทคโนโลยีใหม่คืออะไร วันนี้คำถามสำคัญกลับกลายเป็นว่าจะนำ AI มาใช้สร้างคุณค่าได้อย่างไร
Jan Metzger จาก Standard Chartered มองการเติบโตผ่านความเร็วในการเกิดขึ้นของบริษัทใหม่ เขาชี้ว่าในอดีตบริษัทหนึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายทศวรรษกว่าจะเติบโตเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันบริษัทที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่ปีสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และความเปลี่ยนแปลงนี้มีแนวโน้มจะยิ่งเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม
ด้าน Sarvesh Suri จาก IFC มองไปที่ความแตกต่างของการเติบโตระหว่างประเทศ โดยตั้งข้อสังเกตว่าเศรษฐกิจที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนและห่วงโซ่อุปทาน AI กำลังเติบโต ขณะที่บางประเทศยังเผชิญผลกระทบจากความขัดแย้งและปัจจัยภายนอก ทำให้การเติบโตของแต่ละประเทศแตกต่างกันอย่างมาก
AI จะทำให้ช่องว่างกว้างขึ้นหรือไม่
Koulibaly จาก Microsoft Asia ชวนตั้งคำถามว่าเราควรใช้อะไรวัดการเติบโตของเทคโนโลยี ที่ผ่านมาวงการเทคโนโลยีมักให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ แต่วันนี้เริ่มหันมามองผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงจาก AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น กล่าวอีกอย่างคือ การมีเทคโนโลยีใหม่อาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องดูด้วยว่าเทคโนโลยีนั้นสร้างประโยชน์ให้เศรษฐกิจและผู้คนได้มากน้อยเพียงใด
แม้ AI จะเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับเศรษฐกิจ แต่ Koulibaly เตือนว่าประโยชน์จากเทคโนโลยีอาจไม่ได้กระจายไปถึงทุกประเทศอย่างเท่าเทียมกัน เขาอธิบายว่าหากดูการแพร่กระจายของการใช้ AI (AI Diffusion) จะพบลักษณะคล้ายกับตัวชี้วัดเศรษฐกิจอื่น ๆ คือประเทศที่พัฒนาแล้วมีแนวโน้มจะนำ AI ไปใช้ได้รวดเร็วกว่าประเทศที่ยังตามหลัง หากปล่อยให้ความแตกต่างนี้ดำเนินต่อไป AI ก็อาจยิ่งทำให้ช่องว่างทางเศรษฐกิจขยายกว้างขึ้น
"AI จะยิ่งตอกย้ำความแตกต่างเหล่านี้ และอาจทำให้ความเหลื่อมล้ำรุนแรงขึ้น หากเราปล่อยให้เป็นเช่นนั้น แต่ในฐานะมนุษย์ เรามีอำนาจเลือกที่จะไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้น" Koulibaly กล่าว
เขามองว่าหนึ่งในวิธีสำคัญที่จะช่วยลดช่องว่างดังกล่าวคือการพัฒนาทักษะ ทั้งความพร้อมในการใช้ AI (AI Readiness) และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ AI (AI Literacy) เพื่อให้ประเทศที่ยังตามหลังสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้สร้างการเติบโตได้เช่นกัน
ทักษะใดที่มนุษย์ยังต้องมีในยุค AI
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจมาจาก Jan Metzger ซึ่งมองว่า AI กำลังเปลี่ยนทักษะที่สังคมให้คุณค่า เขาย้อนให้เห็นว่าในอดีตมนุษย์ให้ความสำคัญกับความสามารถในการเรียนรู้ จดจำ และถ่ายทอดความรู้ แต่เมื่อ AI ทำให้เราสามารถเข้าถึงองค์ความรู้จำนวนมหาศาลได้ง่ายขึ้น ทักษะเหล่านี้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
"ในโลกที่มี AI และเข้าถึงความรู้ได้อย่างไร้ขีดจำกัด มนุษย์จะแข่งขันกันด้วยความใฝ่รู้ ความเห็นอกเห็นใจ วิจารณญาณ และความยืดหยุ่น" Metzger กล่าว
Metzger ยังมองว่าคนรุ่นใหม่จำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับเส้นทางอาชีพที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดชีวิต เขาคาดการณ์ว่าคนที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ในวันนี้และประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงาน อาจต้องผ่านอาชีพที่แตกต่างกันถึง 6 อาชีพตลอดชีวิต ประเด็นสำคัญคือเขาไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนงาน 6 ครั้ง แต่หมายถึงการเปลี่ยนไปทำอาชีพที่แตกต่างกันถึง 6 อาชีพ ซึ่งสะท้อนว่าคนรุ่นใหม่อาจต้องเรียนรู้และปรับตัวครั้งใหญ่หลายครั้งตลอดชีวิต
มนุษย์ยังเป็นผู้นำเทคโนโลยี
สำหรับ Anoop Sagoo การใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับวิธีที่องค์กรนำไปใช้งาน เขามองว่าหัวใจสำคัญมี 2 เรื่อง คือ การนำ AI ไปใช้จริง (Adoption) และการสร้างบริบทที่เหมาะสม (Context) เพราะแม้ AI จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่คุณค่าที่องค์กรจะได้รับก็ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำเทคโนโลยีไปใช้ด้วย
Sagoo ระบุว่า "การจะใช้ AI ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง เราต้องเปลี่ยนวิธีทำงาน เพราะแค่มีความรู้ความเข้าใจเรื่อง AI ยังไม่พอ แต่ต้องใช้ให้คล่อง และนำมาปรับใช้กับงานในแต่ละวันได้จริง"
เมื่อถึงคำถามสุดท้ายของเวที Sagoo ย้ำว่าแม้ AI จะมีความสามารถเพิ่มขึ้นมากเพียงใด แต่มนุษย์ก็ยังเป็นผู้กำหนดทิศทางของเทคโนโลยี เราเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีนี้ขึ้นมา และมนุษย์ยังเป็นผู้นำ เขามองว่าเราควรตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้นและมองอนาคตในแง่บวก เพราะ AI สามารถช่วยเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์ได้อย่างมหาศาล Sagoo ยกตัวอย่างว่าคนรุ่นใหม่ที่มีไอเดียหลากหลาย วันนี้สามารถเริ่มต้นสร้างบริษัทจากโรงรถของตัวเองได้ ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง
ขณะที่ Koulibaly เลือกอธิบายบทบาทของมนุษย์ผ่านการเปรียบเทียบที่เข้าใจง่าย เขาหยิบคำพูดของ Steve Jobs ที่เคยเปรียบคอมพิวเตอร์เป็น "จักรยานสำหรับความคิด" (Bicycle for the Mind) ก่อนกล่าวว่า "ในเมื่อเราอยู่ที่กรุงเทพฯ ผมเชื่อว่า AI จะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหรือมอเตอร์ไซค์สำหรับความคิด แต่เราต้องรู้ว่าจะขับมันอย่างไร และกำลังจะมุ่งหน้าไปที่ไหน"
สิ่งที่เขาต้องการสื่อคือ แม้ AI จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์ แต่เรายังต้องรู้ว่าจะใช้เทคโนโลยีนี้เพื่ออะไร และควรพามันไปในทิศทางใด
ก้าวต่อไปหลังเวที IMF-World Bank
ข้อสรุปจากเวที Future Economy Forum สะท้อนว่าการถกเถียงเรื่อง AI ในปี 2569 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ขีดความสามารถของเทคโนโลยี แต่ขยับมาสู่คำถามเรื่องการกระจายประโยชน์ ทักษะแรงงาน และบทบาทของมนุษย์ในการกำกับทิศทาง ซึ่งเป็นโจทย์ที่ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจของไทยต้องเตรียมรับ หลังการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ปิดฉากลง ความสนใจจะเปลี่ยนไปที่การนำแนวคิดเหล่านี้ไปปฏิบัติจริง ทั้งในระดับนโยบายและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและทักษะดิจิทัลของแรงงาน
— National ITMX ประกาศความสำเร็จ NITMX Fintech Bootcamp 2026 โปรแกรมบ่มเพาะฟินเทคเชิงลึกครั้งแรกใน SEA มีผู้สมัคร 1,291 คน จาก 306 ทีม ทั่วประเทศ ก่อนคัดเหลือ 15
— กรุงศรีจัดงาน Krungsri Tech Day 2026 วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ณ Samyan Mitrtown Hall เปิดให้ฟรี ภายใต้แนวคิด Simplifying Life, Shifting Business with AI
— ผู้บริหารในสิงคโปร์ถูกวิดีโอ Deepfake ปลอมเป็นนายกรัฐมนตรีหลอกโอนเงินเกือบ 5 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ขณะที่ผลสำรวจในอาเซียนชี้คน 72% จับสัญญาณมิจฉาชีพได้ แต่พร้อมรั