
- เทคโนโลยี
- กองบรรณาธิการ
กูเกิลเปิดตัว Gemini 4 Argon โมเดล AI ระดับแนวหน้า (Frontier Model) รุ่นใหม่ที่ออกแบบให้คิดวิเคราะห์เชิงลึกได้ต่อเนื่องในงานซับซ้อนที่ใช้เวลานานและมีหลายขั้นตอน โดยจุดแข็งอยู่ที่งานวิศวกรรมซอฟต์แวร์ในโลกจริง งานที่ต้องใช้ความรู้ขององค์กรด้านกฎหมายและการเงิน และการป้องกันภัยไซเบอร์ แต่ยังไม่เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงทันที โดยล็อตแรกจะส่งถึงมือผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันไซเบอร์ที่ผ่านการคัดเลือกในโครงการ Fairwind Program ก่อน
ก่อนการเปิดตัวครั้งนี้ Argon ทำงานอยู่ภายในกูเกิลมาระยะหนึ่งแล้ว ทีมเอเจนต์ AI ของบริษัทได้ใช้โมเดลนี้ไล่วิเคราะห์ข้อมูลการทำงานของเครื่องทั้งหมดในดาต้าเซ็นเตอร์ แล้วลงมือปรับแต่งการใช้หน่วยความจำโดยอัตโนมัติ จนสามารถคืนหน่วยความจำกลับมาได้กว่า 300 TiB และคาดว่าเมื่อรวมทั้งหมดจะประหยัดได้ถึง 500 TiB ถึง 1 PiB
งานโค้ดขนาดใหญ่
พนักงานกูเกิลหลายพันคนที่ใช้ Argon ในงานประจำชี้ตรงกันว่าโมเดลเด่นเรื่องงานเขียนโค้ดเฉพาะทาง การค้นคว้าเชิงลึก และคุณภาพงานเขียน ฝั่งทีมวิจัยควอนตัม Argon ช่วยลดทรัพยากรที่ต้องใช้ (จำนวนคิวบิตคูณจำนวนเกต) ของโปรแกรมย่อยที่เป็นคอขวดของแอปพลิเคชันสำคัญ ในกรณีหนึ่งโมเดลใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ทำผลลัพธ์ได้ดีกว่าค่าอ้างอิงที่เคยตีพิมพ์ไว้ 40%
อีกงานใหญ่คือการย้ายโค้ดเบสภาษา C/C++ ไปเป็นภาษา Rust ทั่วทั้งกูเกิล ตั้งแต่ไลบรารีหลักขนาดหลายหมื่นบรรทัดอย่าง re2 และ libgav1 ไปจนถึงเคอร์เนล Zircon ของระบบปฏิบัติการ Fuchsia ที่ยาวกว่า 800,000 บรรทัด เนื่องจากหลายระบบเป็นระบบสำคัญ โค้ดที่เขียนใหม่จึงต้องผ่านการตรวจทั้งแบบอัตโนมัติและโดยคน ทดสอบบนระบบจำลอง และรีวิวอย่างเข้มงวดก่อนขึ้นใช้งานจริง
กรณี libgav1 ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับถอดรหัสวิดีโอของกูเกิลเห็นผลชัดที่สุด เอเจนต์ของ Argon นำเวอร์ชัน Rust ที่มีอยู่แล้วมาแทนที่โค้ดเร่งความเร็วแบบประมวลผลข้อมูลหลายชุดพร้อมกัน (Single Instruction, Multiple Data หรือ SIMD) รวม 32,000 บรรทัด วิธีคือทดลองปรับโค้ดหลายรอบตามข้อมูลประสิทธิภาพที่วัดได้จริง ศึกษาผลลัพธ์จากคอมไพเลอร์ แล้วเขียนโค้ด Rust แบบปลอดภัยที่คอมไพเลอร์แปลงเป็นคำสั่งประมวลผลแบบขนานได้เอง ผลที่ได้คือตัวถอดรหัสวิดีโอที่ปลอดภัยด้านหน่วยความจำ (Memory-safe) เร็วกว่าเวอร์ชัน Rust เดิม 2.7 เท่า ให้ภาพออกมาเหมือนเดิมทุกประการ และเข้าใกล้ความเร็วของเวอร์ชัน C++ ที่ปรับแต่งมาอย่างดี
ขยายเพดานโทเคน
งานที่ยาวและซับซ้อนขนาดนี้ต้องการพื้นที่ให้โมเดลคิดและเขียนได้มากพอ กูเกิลจึงขยายขีดจำกัดโทเคนเอาต์พุตของ Argon จาก 64,000 โทเคนในรุ่นก่อน เป็น 1 ล้านโทเคน ซึ่งบริษัทระบุว่าสูงที่สุดในอุตสาหกรรม โทเคนเอาต์พุตคือปริมาณข้อความหรือโค้ดที่โมเดลสร้างได้ในการตอบหนึ่งครั้ง เมื่อโมเดลคิดลึกและสร้างผลลัพธ์ได้หลายแสนโทเคนในรอบเดียว ก็สามารถแก้โจทย์ยากได้จบในครั้งเดียว
บนชุดทดสอบมาตรฐาน (Benchmark) DeepSWE v1.1 ที่วัดงานวิศวกรรมซอฟต์แวร์ระยะยาวในโลกจริง Argon ทำได้ 77.9% สร้างสถิติใหม่ของวงการ นอกงานโค้ด Argon ขึ้นอันดับหนึ่งบน Vals Index ซึ่งวัดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากงานด้านการเงิน การเขียนโค้ด กฎหมาย และภาษี โดยถ่วงน้ำหนักแต่ละสาขาตามสัดส่วนที่มีต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ
ผลลัพธ์ไปในทางเดียวกันบนชุดทดสอบเฉพาะทางอย่าง Vals Finance Agent v2 ที่วัดการค้นคว้าข้อมูลการเงินหลายขั้นตอน และ Legal Agent Benchmark ของ Harvey ที่วัดการค้นคว้าและร่างเอกสารกฎหมาย ส่วน AutomationBench ของ Zapier ที่วัดการทำงานครบวงจรในฟังก์ชันหลักของธุรกิจ Argon ครองอันดับหนึ่งด้วยคะแนน 51.3%
Argon ยังโดดเด่นเป็นพิเศษในงานที่ต้องเข้าใจภาพ ทั้งการวิเคราะห์กราฟระดับมืออาชีพ การจับรายละเอียดจากวิดีโอความยาวสูง และการลงมือทำงานต่อจากเอกสารหลายชิ้น บน LVBench ที่วัดความเข้าใจวิดีโอขนาดยาว Argon ทำได้ 91.7% สูงสุดในขณะนี้
ปลดล็อกไซเบอร์เพื่อฝ่ายป้องกัน
กูเกิลฝึก Argon ให้เก่งด้านการป้องกันภัยไซเบอร์โดยเฉพาะ เพื่อให้ฝ่ายป้องกันพร้อมรับมือภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่ โมเดลสามารถค้นหา ยืนยัน และแก้ช่องโหว่ร้ายแรงในซอฟต์แวร์ได้เองโดยอัตโนมัติ สำหรับผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการคัดเลือกและทีมภายในกูเกิล บริษัทจะเปิดใช้ Argon แบบไม่มีมาตรการจำกัดด้านไซเบอร์ (Cyber Guardrails) เพื่อให้ใช้ความสามารถด้านการป้องกันได้เต็มที่
Wiz เริ่มใช้ Argon แล้วในโครงการ Scan for Good ซึ่งช่วยปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะที่สำคัญแบบไม่คิดค่าใช้จ่าย ด้วยการค้นหาและปิดจุดเสี่ยงสูง ในการสาธิตช่วงแรก โมเดลพบช่องโหว่ร้ายแรงในซอฟต์แวร์ด้านสาธารณสุขที่โรงพยาบาลทั่วโลกใช้ ซึ่งเปิดช่องให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวรั่วไหลได้ และเป็นความเสี่ยงที่โมเดลแนวหน้ารุ่นก่อน ๆ มองข้ามไป
บน CWE-bench v1 ที่วัดความสามารถในการแก้ช่องโหว่ความปลอดภัย Argon ทำได้ 68% เสมอกันในอันดับหนึ่ง ต่อยอดจาก Gemini 3.8 Flash Cyber ที่เคยทำผลงานแนวหน้าบน CWE-bench v0 ด้านการค้นหาช่องโหว่ Argon ก็ทำได้ดีกว่า 3.8 Flash Cyber แบบก้าวกระโดด บนชุดทดสอบช่องโหว่ภายในของกูเกิล โมเดลพบจุดเสี่ยงหลากหลายในโค้ดเบสซับซ้อนที่ครอบคลุม 20 ภาษาโปรแกรม
ส่วนชุดทดสอบเจาะระบบแบบไม่เห็นซอร์สโค้ด (Black-box Penetration Testing) ของ Wiz ที่ให้โมเดลวิเคราะห์ระบบเว็บที่ทำงานอยู่จริง Argon ทำได้ดีกว่าทั้งการสำรวจจุดที่ระบบเปิดรับการโจมตี (Attack Surface) การระบุช่องโหว่ และการสร้างหลักฐานพิสูจน์ (Proof-of-Concept) เพื่อยืนยันช่องโหว่นั้น
สี่ด่านป้องกันก่อนเปิดกว้าง
ความสามารถระดับนี้มาพร้อมความเสี่ยงที่สูงขึ้น ก่อนปล่อย Argon ในวงกว้าง กูเกิลจึงเสริมมาตรการป้องกันใน 4 ด้านหลัก ด้านแรกคือการกันผู้ไม่หวังดีนำโมเดลไปใช้ก่อเหตุทางไซเบอร์ หรือภัยด้านเคมี ชีวภาพ รังสี และนิวเคลียร์ ตามกรอบความปลอดภัยของโมเดลแนวหน้า (Frontier Safety Framework) ของกูเกิล โมเดลถูกออกแบบให้ปฏิเสธคำขอที่เป็นอันตราย แต่ยังรองรับงานวิจัยวิทยาศาสตร์ที่ชอบธรรมซึ่งนำไปใช้ได้ทั้งสองทาง (Dual-use)
รอบนี้กูเกิลยกระดับเทคนิคเฝ้าดูการทำงานภายในของโมเดล (Internal Activations) เพื่อจับสัญญาณการใช้งานผิดวัตถุประสงค์ และให้ทีมทดสอบเจาะระบบ (Red Team) ทั้งภายในและภายนอกลองเจาะมาตรการเหล่านี้ ทั้งแบบใช้คนและแบบอัตโนมัติ
ด้านที่สองคือการรับมือการแฝงคำสั่งอันตรายทางอ้อม (Indirect Prompt Injection) ซึ่งผู้ไม่หวังดีซ่อนคำสั่งหรือบริบทอันตรายไว้ในข้อมูลที่โมเดลอ่าน เพื่อเข้าควบคุมพฤติกรรมของโมเดล การโจมตีแบบนี้ซับซ้อนและต้องป้องกันหลายชั้นตลอดเวลา กูเกิลใช้การทดสอบเจาะระบบแบบอัตโนมัติร่วมกับการฝึกด้วยข้อมูลโจมตี (Adversarial Training) จน Argon เป็นโมเดลที่ทนทานต่อการโจมตีรูปแบบนี้มากที่สุดของบริษัท และนำบนชุดทดสอบ Indirect Prompt Injection ของ Gray Swan
การเปิดตัว Gemini 4 Argon สะท้อนทิศทางที่โมเดล AI ระดับแนวหน้ากำลังขยับจากเครื่องมือตอบคำถามทั่วไป สู่ระบบที่ลงมือทำงานวิศวกรรมและความมั่นคงไซเบอร์ได้จริงแบบครบวงจร สำหรับภาคเทคโนโลยีของไทยที่พึ่งพาบริการคลาวด์และซอฟต์แวร์จากต่างประเทศเป็นหลัก ความสามารถด้านการค้นหาและปิดช่องโหว่อัตโนมัติอาจมีบทบาทต่อการรักษาความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในอนาคต ขณะเดียวกันข้อจำกัดด้านการเข้าถึงที่ยังจำกัดเฉพาะกลุ่มผู้เชี่ยวชาญก็ชี้ว่าการนำโมเดลระดับนี้มาใช้ในวงกว้างยังต้องอาศัยมาตรการกำกับดูแลที่รัดกุมต่อไป
— National ITMX ประกาศความสำเร็จ NITMX Fintech Bootcamp 2026 โปรแกรมบ่มเพาะฟินเทคเชิงลึกครั้งแรกใน SEA มีผู้สมัคร 1,291 คน จาก 306 ทีม ทั่วประเทศ ก่อนคัดเหลือ 15
— กรุงศรีจัดงาน Krungsri Tech Day 2026 วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ณ Samyan Mitrtown Hall เปิดให้ฟรี ภายใต้แนวคิด Simplifying Life, Shifting Business with AI
— ผู้บริหารในสิงคโปร์ถูกวิดีโอ Deepfake ปลอมเป็นนายกรัฐมนตรีหลอกโอนเงินเกือบ 5 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ขณะที่ผลสำรวจในอาเซียนชี้คน 72% จับสัญญาณมิจฉาชีพได้ แต่พร้อมรั