Bangkok Blueprint กับโจทย์ปราบสแกมเมอร์ IMF ชวนแบงก์ชาติเอเชีย 'หาแนวทางรับมือ'

Bangkok Blueprint กับโจทย์ปราบสแกมเมอร์ IMF ชวนแบงก์ชาติเอเชีย 'หาแนวทางรับมือ'

หลังเปิดตัว Bangkok Blueprint ในการประชุมประจำปี IMF และกลุ่มธนาคารโลกที่กรุงเทพฯ มีเวทีเสวนาต่อเรื่องการนำ Blueprint ไปใช้จริง ผู้ร่วมเสวนามาจากธนาคารกลางของไทย มาเลเซีย ฮ่องกง และสิงคโปร์ รวมถึงประธาน FATF องค์กรต่อต้านการฟอกเงินสากล แต่ละคนเล่าว่าประเทศตัวเองเจอมิจฉาชีพรูปแบบไหน แก้ด้วยวิธีอะไร และอะไรยังเป็นโจทย์ที่ค้างอยู่ Yan Liu ที่ปรึกษากฎหมายและผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเวทีด้วยตัวเลขที่ชวนให้เห็นว่า มิจฉาชีพเคลื่อนย้ายเงินได้เร็วแค่ไหน เพราะหลังเหยื่อโอนเงินไปเพียง 3 นาที เงินที่ถูกหลอกไปอาจเกือบครึ่งหนึ่งออกนอกประเทศแล้ว แต่กว่าผู้เสียหายจะรู้ตัวว่าถูกหลอกกลับใช้เวลาประมาณ 20 ชั่วโมง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทุกฝ่ายต้องเร่งรับมือให้เร็วขึ้น เพราะถ้าเงินถูกย้ายไปได้ภายในไม่กี่นาที การตามเงินกลับก็ต้องเร็วให้ทันเช่นกัน เธอบอกว่าการหลอกลวงทุกวันนี้ไม่ได้เกิดจากมิจฉาชีพเพียงคนเดียว แต่เป็นเครือข่ายข้ามชาติที่ทำงานกันเป็นระบบ คล้ายอุตสาหกรรมที่มีทั้งตลาดซื้อขายตัวตนปลอม บริการรับจ้างหลอกคน ช่องทางการติดต่อ บัญชีม้า และเครือข่ายฟอกเงิน ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนามักได้รับผลกระทบหนักเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจของประเทศ IMF กำลังพัฒนาแนวทางช่วยเหลือด้านเทคนิคเพื่อรับมือกับการฉ้อโกงโดยเฉพาะ โดยต่อยอดจากมาตรการป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (AML/CFT) ที่มีอยู่แล้ว เธอจึงเสนอว่าการนำ Blueprint ไปใช้ควรให้ความสำคัญกับ 3 เรื่อง กฎหมายต้องชัดเจน ใครมีหน้าที่ป้องกัน แชร์ข้อมูล และระงับเหตุ ต้องกำหนดให้ชัด พร้อมเปิดทางให้จัดการได้รวดเร็วและยังคุ้มครองสิทธิของประชาชน จัดการให้ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่ป้องกัน ตรวจจับ รับมือ ไปจนถึงตามเงินคืน หากเกิดเหตุ ต้องแจ้งความได้ง่าย เตือนสถาบันการเงินได้ทันที และตามรอยหรืออายัดเงินให้ทันก่อนถูกโอนต่อหลายทอดหรือข้ามประเทศ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคธุรกิจ และต่างประเทศ เพื่อจัดการช่องทางที่มิจฉาชีพใช้ ตั้งแต่ระบบชำระเงิน เครือข่ายสื่อสาร แพลตฟอร์มออนไลน์ ไปจนถึงช่องทางฟอกเงิน คุณดารณี แซ่จู รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพระบบการชำระเงินและกำกับบริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เล่าว่ามิจฉาชีพในไทยเปลี่ยนไปมาก เมื่อปี 2024 ปัญหาใหญ่คือแอปดูดเงินที่มิจฉาชีพโอนเงินออกจากบัญชีเองโดยเจ้าของไม่ได้กด หลังปิดช่องโหว่ทางเทคนิคไปหลายจุด ตั้งแต่ปีที่แล้วก็ไม่มีการแจ้งเหตุลักษณะนี้อีกเลย ตอนนี้ปัญหาหลักเลยกลายเป็นการหลอกให้เหยื่อโอนเงินเอง ผลสำรวจของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจากคน 7,000 คน พบว่า ประมาณ 3 ใน 4 เคยเจอมิจฉาชีพ โดยคนที่จบปริญญาตรีขึ้นไปเคยเจอถึง 83% ขณะที่คนที่จบประถมหรือต่ำกว่าอยู่ที่ประมาณ 50% ซึ่งต่อให้เก่งเทคโนโลยี รู้เรื่องการเงิน หรือเรียนสูงแค่ไหนก็โดนหลอกได้ทั้งนั้น การอุดช่องโหว่ของระบบยังง่ายกว่าการทำให้คนไม่หลงเชื่อมาก แค่รณรงค์ให้คนระวังตัวจึงไม่พอ ธนาคารและผู้ให้บริการต้องช่วยกันมากขึ้น ธนาคารแห่งประเทศไทยเลยเปลี่ยนวิธีคิด จากตามแก้หลังโดนหลอก มาเป็นกันไม่ให้มิจฉาชีพเข้าถึงตัวคนได้ตั้งแต่แรก มาเลเซียก็เจอภาพเดียวกัน Norhana Endut ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารกลางมาเลเซีย บอกว่า 95% ของคดีแบบนี้ในมาเลเซียตอนนี้เป็นกรณีที่เหยื่อกดโอนเอง เทคโนโลยีทำให้มิจฉาชีพหลอกได้แนบเนียนขึ้น หลอกคนได้ทีละเยอะ ๆ และปรับคำพูดให้เข้ากับเหยื่อแต่ละคนได้ด้วย ส่วนการโอนเงินที่เข้าบัญชีทันที ก็ทำให้เจ้าหน้าที่มีเวลาเข้าไปช่วยน้อยลง แถมมิจฉาชีพยังโอนเงินต่อเป็นทอด ๆ ผ่านหลายธนาคาร ทำให้ตามยากขึ้นอีก มาเลเซียจึงใช้วิธีแก้ 3 ทาง คือป้องกัน บังคับใช้กฎหมายควบคู่กับตามเงินคืน และสร้างความตระหนักรู้ AI ช่วยให้มิจฉาชีพลงทุนน้อยลง แต่หลอกได้เนียนมากขึ้น Leong Chiong รองประธาน GFTN และรองกรรมการผู้จัดการ องค์การการเงินสิงคโปร์ (MAS) บอกว่า AI ทำให้โจรทำงานง่ายและลงทุนน้อยลงมาก เครื่องมือที่เมื่อก่อนมีแค่แก๊งใหญ่ ๆ ใช้ ตอนนี้ใครก็หาได้ในราคาถูก ใช้เขียนข้อความให้ดูน่าเชื่อ ปลอมเป็นคนที่เหยื่อไว้ใจ และส่งข้อความหาคนเป็นจำนวนมากได้พร้อมกัน โดยแต่ละข้อความเขียนให้เข้ากับคนรับแต่ละคน Giles Thomson ประธาน FATF ซึ่งเป็นองค์กรที่วางมาตรฐานต่อต้านการฟอกเงินระดับโลก บอกว่าธุรกิจประเภทนี้มีมูลค่าทั่วโลกราวครึ่งล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ที่สหราชอาณาจักร อาชญากรรมเกือบครึ่งหนึ่งเป็นการหลอกลวง และคน 3 ใน 4 เคยเจอมิจฉาชีพ FATF จึงยกเรื่องนี้เป็น 1 ใน 3 เรื่องที่ต้องเร่งจัดการ เขาอธิบายว่าแก๊งที่หลอกเงินคนมักทำผิดอย่างอื่นไปพร้อมกันด้วย ทั้งฟอกเงิน หลบมาตรการคว่ำบาตร และค้ามนุษย์ หลายแก๊งทำงานจากศูนย์สแกมเมอร์ อีกอย่างที่ทำให้ตามยาก คือเงินที่หลอกมาได้ถูกฟอกแทบจะทันที ทั้งโอนผ่านธนาคารและแปลงเป็นคริปโต ทำไมถึงตามจับยาก Raymond Chan ผู้อำนวยการบริหารของธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) เล่าว่ามีเรื่องที่ทำให้งานนี้ยาก 4 อย่าง มิจฉาชีพเปลี่ยนมุกเร็วมาก จากแอบดูดเงินในบัญชีมาเป็นหลอกให้เหยื่อโอนเอง จากหลอกให้รักไปเป็นหลอกลงทุน หลอกให้ทำงาน เจ้าหน้าที่เลยต้องวิ่งไล่ตามตลอด มิจฉาชีพไม่มีกฎต้องทำตาม แต่หน่วยงานรัฐมี ออกกฎหมายใหม่ทีต้องรับฟังความเห็น รอคิวสภาและร่างกฎหมายร่วมกับกระทรวงยุติธรรม ทุกขั้นใช้เวลา มิจฉาชีพไวกว่าเรื่องเทคโนโลยี จะทำ AI จับธุรกรรมแปลก ๆ ต้องขอข้อมูลจากธนาคาร รอธนาคารปรับระบบแล้วให้ทีมข้อมูลพัฒนาโมเดล ระหว่างนั้นก็มีบริการโอนเงินใหม่ ๆ ออกมาเรื่อย ๆ ซึ่งต้องตามตรวจช่องโหว่ทุกตัว ยังไม่มีมาตรฐานกลางให้ยึด เช่น โซเชียลมีเดียควรรับผิดชอบแค่ไหน ยังไม่มีใครวางหลักไว้ เขามองว่า Bangkok Blueprint ช่วยอุดช่องว่างตรงนี้ได้ส่วนหนึ่ง ในมุมมองของไทย ไทยมีระบบ Central Fraud Registry (CFR) ที่เป็นเหมือนฐานข้อมูลกลางให้ธนาคารแชร์ข้อมูลมิจฉาชีพกัน คุณดารณีบอกว่าการแชร์ข้อมูลสำคัญมาก แต่ทำจริงไม่ง่าย กฎหมายต้องชัด หน่วยงานกำกับต้องเป็นตัวตั้งตัวตี และทุกฝ่ายต้องยอมร่วมมือ ตอนแรก CFR มีไว้แค่ตามรอยเงินและใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดี ภายหลังเปลี่ยนมาใช้กันเหตุล่วงหน้า แม้จะมีกฎหมายอนุญาตให้แชร์ข้อมูลแล้ว ธนาคารก็ยังกลัวผิดเรื่องข้อมูลส่วนตัวลูกค้า และกลัวโดนฟ้อง ธนาคารแห่งประเทศไทยเลยออกเกณฑ์บังคับให้ธนาคารต้องแชร์ข้อมูล และต้องระงับบัญชีม้าตามระดับความเสี่ยง ธนาคารจึงกล้าเข้าร่วม เงินที่โดนหลอกมักถูกโอนออกจากบัญชีแรกภายใน 2-3 นาที รายที่แจ้งเข้ามาจึงมักช่วยไม่ทัน แต่ข้อมูลจากรายนั้นช่วยกันไม่ให้คนต่อไปโดนหลอกได้ อีกเรื่องที่ไทยแก้ได้คือบัญชีม้าที่ย้ายไปมา มิจฉาชีพก็มีบัญชีหลายธนาคารเหมือนคนทั่วไป โดนปิดบัญชีหนึ่งก็ย้ายไปใช้อีกบัญชี ไทยเลยเปลี่ยนจากปิดทีละบัญชี มาเป็นปิดที่ตัวคน ถ้าเป็นบัญชีม้าที่ธนาคารไหน ก็ใช้บัญชีธนาคารอื่นไม่ได้อีกเลย ขั้นต่อไปไทยอยากเพิ่มเบอร์โทร อีเมล และบัญชีโซเชียลเข้าไปใน CFR ด้วย เพราะการหลอกส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มที่ธนาคาร แต่เริ่มบนโซเชียล ถ้าเชื่อมข้อมูลกันได้ ก็จะเตือนคนได้ทันทีว่ากำลังคุยอยู่กับคนที่เคยก่อเหตุมาแล้ว ในมุมมองของมาเลเซีย มาเลเซียมีศูนย์ชื่อ National Scam Response Centre เป็นศูนย์กลางรับมือมิจฉาชีพ ใช้ระบบอัตโนมัติทำทุกขั

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap