AI ลงทุนแทน 100% ได้จริงไหม? 3 ผู้เชี่ยวชาญชี้ยังต้องมีคนคุมกรอบเสี่ยง

AI ลงทุนแทน 100% ได้จริงไหม? 3 ผู้เชี่ยวชาญชี้ยังต้องมีคนคุมกรอบเสี่ยง

AI เข้ามามีบทบาทในโลกการลงทุนมากขึ้น ทั้งการค้นข้อมูล สรุปข่าว วิเคราะห์ธุรกิจ ไปจนถึงคัดกรองหุ้นและกองทุน ทำให้คำถามไม่ใช่แค่ AI ช่วยลงทุนได้หรือไม่ แต่คือเรากล้าให้ AI ดูแลเงินของเรามากแค่ไหน ประเด็นนี้ถูกหยิบยกในเซสชั่น Would You Dare to Let AI Invest for You 100%? บนเวที Techsauce Global Summit 2026 โดยมี วทันยา บุนนาค Co-CEO of Liberator Securities, ธานินทร์ แซมมณี CEO and Founder of Deepscope และ เมธพนธ์ อมรธีรสรรค์ นักลงทุนและเจ้าของเพจหุ้นเปลี่ยนโลก ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง

AI ยังต้องมีคนกำหนดกรอบ

วทันยา กล่าวว่าหัวใจของการนำ AI มาใช้ลงทุนคือทำอย่างไรให้ AI ช่วยนักลงทุนเข้าถึงข้อมูลดี ๆ เครื่องมือที่ใช้งานได้จริง และตัดสินใจได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น ทุกวันนี้ AI ช่วยได้หลายอย่าง ทั้งประมวลผลข้อมูล ติดตามสถานการณ์ตลาด วิเคราะห์หุ้นหรือสินทรัพย์ต่าง ๆ และช่วยดูความเสี่ยงได้มากขึ้นเรื่อย ๆ

แต่มีสี่เรื่องที่ยังไม่ควรปล่อยให้ AI ตัดสินใจแทนเจ้าของเงินทั้งหมด คือ ระดับความเสี่ยง เป้าหมายทางการเงิน ระยะเวลาการลงทุน และแผนการใช้ชีวิต เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวที่ AI ไม่มีทางรู้แทนเราได้ ในมุมของวทันยา การให้ AI ลงทุนแทน 100% ไม่ใช่การปล่อยให้ระบบตัดสินใจอย่างอิสระ แต่คือการให้เทคโนโลยีทำงานตามระบบระเบียบ โดยมีเจ้าของเงินเป็นผู้กำหนดกรอบเงื่อนไขและความเสี่ยง

แยก LLM กับ Quant ให้ออก

ธานินทร์ ระบุว่าต้องแยกบทบาทระหว่างโมเดลภาษา (LLM) กับระบบวิเคราะห์เชิงตัวเลขให้ชัดเจน LLM เก่งมากในการจัดการข้อมูลตัวอักษร ช่วยสรุปข่าว อ่านงบการเงิน หรือจับใจความสำคัญของธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ควรนำคำตอบจากแชทบอทมาฟันธงซื้อขายหุ้นโดยตรง เพราะระบบยังมีจุดอ่อนเรื่องการให้ข้อมูลผิดพลาด รวมถึงความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลที่ดึงมาใช้

ขณะที่ระบบวิเคราะห์เชิงตัวเลขทำงานบนกฎเกณฑ์และสูตรคำนวณที่ตายตัวกว่า โดยนำตัวชี้วัดต่าง ๆ เช่น อัตรากำไร ความถูกแพงของหุ้น หรือแนวโน้มราคา มาประเมินด้วยมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด กระบวนการจึงเป็นเหตุเป็นผลชัดเจน ตั้งแต่รับข้อมูลดิบ แปลงเป็นคะแนน สร้างสัญญาณซื้อขาย และนำไปสู่การตัดสินใจขั้นสุดท้าย ปัจจุบันระบบ Quant ฉลาดขึ้นจนใช้ Machine Learning สร้างสูตรสแกนหุ้นได้เองโดยไม่ต้องรอให้มนุษย์ป้อนเงื่อนไขเหมือนเมื่อก่อน

ธานินทร์ ย้ำว่าไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง LLM กับ Quant ว่าตัวไหนดีกว่า เพราะ LLM ถูกสร้างมาเพื่อช่วยค้นหาและทำความเข้าใจข้อมูล ส่วน Quant มีไว้เพื่อการวิเคราะห์ที่เป็นระบบและตรวจสอบผลลัพธ์ได้

วินัยคืออุปสรรคใหญ่

เมธพนธ์ ให้ความเห็นว่าอุปสรรคใหญ่ของการลงทุนไม่ใช่การขาดข้อมูล แต่คือการขาดวินัย ต่อให้วางแผนระยะยาวมาอย่างดีและคิดว่ารัดกุมแล้ว เมื่อเจอความผันผวน ความกลัว หรือแม้แต่ความโลภ สิ่งเหล่านี้มักเป็นตัวการที่ทำให้นักลงทุนแหกกฎและทิ้งแผนเดิมที่เคยวางไว้ ถึง AI จะหาข้อมูลมาได้รวดเร็วแค่ไหน แต่การมีข้อมูลล้นมือก็ไม่ได้การันตีว่าจะตัดสินใจได้ดีขึ้น หากนักลงทุนยังขาดทักษะคัดกรองความน่าเชื่อถือของข้อมูล

อีกประเด็นที่เมธพนธ์ชี้คือ AI กำลังอัปเลเวลจากเครื่องมือรอรับคำสั่งไปเป็น AI Agent ที่คิดและวิเคราะห์ได้เอง จนกลายเป็นสมองที่สองที่ช่วยนักลงทุน แต่เขามองว่ายังไม่ควรปล่อยให้ AI จัดการเงินทั้งหมด เนื่องจาก LLM มักให้น้ำหนักกับกระแสข่าวล่าสุดมากเกินไปจนเกิดความลำเอียง ส่วนระบบ Quant แม้จะดีตรงที่ไม่มีอารมณ์มาเกี่ยวข้อง แต่ถ้าจะลองใช้ควรแบ่งเงินแค่บางส่วนมาทดสอบก่อน ไม่ควรทุ่มให้ AI ดูแลทั้งหมด

บทบาทผู้ช่วยที่ยังต้องมีคนคุม

เมื่อฟังมุมมองจากทั้งสามท่านจะเห็นจุดร่วมเดียวกันว่า เรายังไม่ควรปล่อยให้ AI จัดการเงินแบบ 100% ธานินทร์ อธิบายว่า Quant แต่ละระบบมีวิธีคิดไม่เหมือนกัน บางระบบดูแค่ข้อมูลบริษัทเพียงอย่างเดียว ไม่ได้นำปัจจัยเศรษฐกิจภาพใหญ่มาคิดด้วย และเรื่องที่วัดยากอย่างความคิดของผู้บริหารก็ยังเป็นสิ่งที่โมเดลวิเคราะห์แทนคนได้ยาก ขณะที่ตลาดยังมีเหตุการณ์คาดไม่ถึง ทำให้รูปแบบที่ AI เรียนรู้จากข้อมูลเก่าอาจใช้ไม่ได้อีกเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน

วทันยา มองต่างออกไปเล็กน้อยว่า AI ทำงานบางอย่างได้เต็มที่อยู่แล้ว เช่น จับรูปแบบ สร้างสัญญาณซื้อขาย หรือคัดกรองหุ้น รวมถึงดูแลเงินบางส่วนของพอร์ตได้ แต่สิ่งที่ต้องเป็นหน้าที่ของคนเสมอคือการวางกรอบว่าลงทุนไปเพื่ออะไร รับความเสี่ยงได้แค่ไหน และควรสั่งหยุด AI เมื่อไหร่ ส่วนเมธพนธ์ สรุปสั้น ๆ ว่า AI ควรอยู่ในบทบาทผู้ช่วยที่เก่งมาก ๆ แต่ไม่ควรถูกยกให้เป็นคนคิดแทนทั้งหมด

ด้านทิศทางอนาคต วทันยา เปิดเผยว่า Liberator มุ่งยกระดับ AI ให้ก้าวข้ามการเป็นเพียงเครื่องมือค้นหาข้อมูล โดยให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูล การวางระบบฐานข้อมูล และขั้นตอนการวิเคราะห์ที่ชัดเจน เพื่อให้ AI สนับสนุนการตัดสินใจลงทุนได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ปัจจุบันบริษัทยังอยู่ระหว่างเตรียมเปิดตัวบริการ AI รูปแบบใหม่ที่จะช่วยนักลงทุนจัดการข้อมูล วิเคราะห์ ติดตาม และบริหารพอร์ตอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบความเสี่ยงที่เจ้าของเงินรับได้

จุดประสงค์หลักของโมเดลนี้ไม่ใช่การนำเทคโนโลยีมาแทนที่มนุษย์ แต่เป็นการลดความซับซ้อนของการลงทุนและเปิดกว้างให้ทุกคนเข้าถึงเครื่องมือคุณภาพสูงได้ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดพอร์ตเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นสิ่งที่ได้จากการพูดคุยครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่คำตอบว่า AI จะลงทุนแทนเรา 100% ได้หรือไม่ แต่เป็นการทำความเข้าใจว่าเราควรใช้ AI เป็นผู้ช่วยในขั้นตอนไหน งานไหนที่ต้องอาศัยระบบที่ตรวจสอบได้ และเรื่องไหนที่เจ้าของเงินยังต้องเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายด้วยตัวเอง

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap