4 ผู้นำการเงินโลกบนเวที IMF-World Bank 2026 ที่กรุงเทพฯ เส้นทางชีวิตน่าสนใจ

4 ผู้นำการเงินโลกบนเวที IMF-World Bank 2026 ที่กรุงเทพฯ เส้นทางชีวิตน่าสนใจ

การประชุมใหญ่ประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลกที่ศูนย์สิริกิติ์ในสัปดาห์นี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 35 ปีที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพ โดยมีผู้นำการเงินจาก 191 ประเทศเข้าร่วม และมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานเกือบ 17,000 คน ท่ามกลางบุคคลสำคัญระดับโลกที่เดินทางมาร่วมงาน มี 4 คนที่มีเส้นทางชีวิตน่าสนใจไม่แพ้ตำแหน่งที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน

จากตลาดสดสู่เก้าอี้ IMF

Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการ IMF สมัยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดขององค์กรคนปัจจุบัน เกิดในประเทศบัลแกเรียยุคคอมมิวนิสต์ งานแรกในชีวิตตอนอายุ 15 ของเธอคือการรับจ้างล้างและจัดเรียงกะหล่ำปลีในตลาดสด แต่เธอตั้งใจเรียนจนจบปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ และเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยในบ้านเกิดนานถึง 16 ปี ก่อนจะเข้าทำงานที่ธนาคารโลกและไต่เต้าจนเป็นผู้บริหารระดับสูง เคยดูแลงานใหญ่ให้สหภาพยุโรปทั้งเรื่องเงินมหาศาลและพนักงานกว่า 3 หมื่นคน ก่อนกลับมานั่งตำแหน่งซีอีโอของธนาคารโลก

ในปี 2562 เธอได้รับเลือกเป็นผู้นำ IMF ถือเป็นประวัติศาสตร์เพราะเป็นคนแรกที่มาจากประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนา โดย IMF ถึงขั้นแก้กฎที่ห้ามคนอายุเกิน 65 ปีเป็นผู้นำ เพื่อให้เธอรับตำแหน่งนี้ได้ เมื่อรับตำแหน่งได้ไม่นาน โลกก็เผชิญทั้งโควิด สงคราม และปัญหาสินค้าราคาแพง แต่เธอนำทีม IMF อัดฉีดเงินก้อนใหญ่ช่วยพยุงเศรษฐกิจให้เกือบ 100 ประเทศรอดพ้นวิกฤต ผลงานนี้ทำให้คณะกรรมการโหวตให้เธอเป็นผู้นำต่อในสมัยที่ 2 เมื่อเดือนตุลาคม 2567

ก่อนเดินทางมากรุงเทพฯ เธอไปบรรยายที่สิงคโปร์และฝากคำเตือนถึงอนาคตเศรษฐกิจโลกว่า แม้เทคโนโลยี AI จะเป็นตัวช่วยให้เศรษฐกิจเติบโต แต่ก็อาจทำให้ช่องว่างความรวยความจนระหว่างประเทศทิ้งห่างกันมากขึ้น นอกจากนี้ราคาพลังงานน่าจะยังแพงต่อเนื่องถึงปี 2570 และหนี้ของรัฐบาลในหลายประเทศก็พุ่งสูงจนเป็นสถิติใหม่แล้วเช่นกัน

นายแบงก์อินเดียผู้นำธนาคารโลก

Ajay Banga ประธานกลุ่มธนาคารโลกคนที่ 14 เกิดที่เมืองปูเน่ ประเทศอินเดีย โดยมีคุณพ่อเป็นถึงพลโทในกองทัพ ทำให้วัยเด็กต้องย้ายบ้านตามคุณพ่อไปหลายเมืองทั่วประเทศ เขาเรียนจบด้านเศรษฐศาสตร์และต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจที่สถาบันชั้นนำในอินเดีย แต่งานแรก ๆ ของเขาเป็นสายขายสินค้าทั่วไป โดยเคยทำงานที่ Nestl ในอินเดียนานถึง 13 ปี และ PepsiCo อีก 2 ปี ซึ่งมีส่วนช่วยเปิดเครือร้านอาหารของบริษัทในอินเดียด้วย

หลังจากนั้นเขาเปลี่ยนมาลุยสายการเงินกับ Citigroup ไต่เต้าจนได้ดูแลภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ก่อนย้ายไปสหรัฐอเมริกาและได้สัญชาติอเมริกันในปี 2550 จุดเปลี่ยนสำคัญคือปี 2553 เมื่อได้ขึ้นเป็นประธานและซีอีโอของ Mastercard นานกว่า 10 ปี ดูแลพนักงานเกือบ 24,000 คน โดยตั้งเป้าดึงคนธรรมดาที่แม้แต่บัญชีธนาคารก็ยังไม่มีให้เข้าถึงบริการทางการเงินง่ายขึ้น ถึงขั้นตั้งศูนย์ช่วยเหลือเรื่องนี้โดยเฉพาะ

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2566 เขาสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำธนาคารโลกคนแรกที่เกิดในอินเดีย และปรับเป้าหมายองค์กรใหม่เป็น "โลกที่ไร้ความยากจนและมีสภาพแวดล้อมที่ยังน่าอยู่" ปัจจุบันเขาผลักดันเรื่อง "การสร้างงาน" อย่างเต็มที่ เพราะมองว่าเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการยกระดับคุณภาพชีวิตคน พร้อมตั้งเป้าหมายระดับโลก เช่น ภายในปี 2573 นำไฟฟ้าไปให้คนแอฟริกา 300 ล้านคน และช่วยให้คน 1,500 ล้านคนเข้าถึงบริการสุขภาพ ซึ่งตรงกับหัวข้อหลักที่ประเทศไทยเตรียมหยิบยกขึ้นหารือในฐานะเจ้าภาพการประชุมปีนี้

นักเศรษฐศาสตร์อาร์เจนตินาผู้นำทีมวิจัย

Silvana Tenreyro หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ IMF คนใหม่ เกิดที่เมืองทางตอนเหนือของอาร์เจนตินา เรียนจบเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรัฐในบ้านเกิด ก่อนคว้าปริญญาโทและเอกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เหตุผลที่เลือกสายนี้เพราะเห็นปัญหาความยากจน คนตกงาน และข้าวของราคาแพง ซึ่งคนอาร์เจนตินาต้องเจอทุกวัน ขณะที่ครอบครัวก็คลุกคลีกับเรื่องเศรษฐกิจมาตลอด คุณปู่ของเธอเคยดูแลการเงินของจังหวัดและเธอมองว่าท่านเป็นนักเศรษฐศาสตร์คนหนึ่ง แต่คุณปู่หายตัวไปในช่วงที่ประเทศตกอยู่ภายใต้การปกครองของเผด็จการทหาร

หลังเรียนจบเธอเข้าทำงานที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาบอสตัน ก่อนย้ายเป็นอาจารย์ที่ London School of Economics (LSE) จนได้ตำแหน่งศาสตราจารย์ ด้วยฝีมือที่ไม่ธรรมดา เธอได้รับเลือกเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษนานถึง 6 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ทำงานยากที่สุดยุคหนึ่ง เพราะต้องรับมือทั้งวิกฤตโควิดและปัญหาเงินเฟ้อจากผลกระทบของสงครามในยูเครน ปัจจุบันเธอถือ 3 สัญชาติ คืออาร์เจนตินา อังกฤษ และอิตาลี

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 Kristalina Georgieva แต่งตั้งให้เธอรับไม้ต่อเป็นหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์คนใหม่ของ IMF โดยเพิ่งเริ่มงานเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม และในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ เธอเตรียมเปิดตัวรายงานประเมินทิศทางเศรษฐกิจโลกฉบับแรกภายใต้การคุมทีมของเธอที่กรุงเทพฯ ซึ่งตัวเลขคาดการณ์ในรายงานเล่มนี้คือสิ่งที่นักลงทุนและสื่อทั่วโลกจับตาดู

ประธานาธิบดีสิงคโปร์ผู้รอบรู้ IMF

Tharman Shanmugaratnam ประธานาธิบดีสิงคโปร์คนที่ 9 เป็นบุคคลที่คุ้นเคยกับเวทีระดับโลกของ IMF อย่างลึกซึ้ง เขาจบเศรษฐศาสตร์จาก London School of Economics และ Cambridge ก่อนคว้าปริญญาโทที่ฮาร์วาร์ด พร้อมรางวัลการันตีความเป็นผู้นำและผลการเรียน ชีวิตการทำงานขลุกอยู่กับการวางนโยบายเศรษฐกิจมาตลอด โดยเริ่มต้นที่ธนาคารกลางของสิงคโปร์

เส้นทางของเขาเคยสะดุดเมื่อข้อมูลเศรษฐกิจหลุดไปถึงสื่อ เพราะมีคนมาเห็นเอกสารบนโต๊ะทำงาน โชคดีที่ศาลตัดสินว่าเขาไม่ได้จงใจปล่อยข้อมูลลับ จึงรอดข้อหาหนักมาได้ แต่ถูกปรับเงินฐานหละหลวมในการเก็บเอกสาร

การประชุมครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เวทีหารือเศรษฐกิจโลก แต่ยังเป็นการรวมตัวของผู้นำที่มีเรื่องราวชีวิตแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่คนล้างผักในตลาดสดคอมมิวนิสต์ ลูกนายทหารอินเดีย นักเศรษฐศาสตร์จากต่างจังหวัดอาร์เจนตินา ไปจนถึงประธานาธิบดีที่เกือบได้นั่งเก้าอี้ IMF สำหรับผู้อ่านชาวไทย การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ติดตามว่ารายงานประเมินเศรษฐกิจโลกฉบับใหม่ที่จะเปิดตัวที่กรุงเทพฯ จะสะท้อนมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยและภูมิภาคอาเซียนอย่างไร

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap