
- เทคโนโลยี
- กองบรรณาธิการ
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยผลการจัดอันดับดัชนีนวัตกรรมโลก ปี 2026 (Global Innovation Index 2026) ภายใต้แนวคิด "Powering Entrepreneurs at the Frontier of Science" หรือการขับเคลื่อนผู้ประกอบการสู่พรมแดนวิทยาศาสตร์ขั้นแนวหน้า โดยประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 44 จาก 139 ประเทศเศรษฐกิจทั่วโลก ขยับขึ้น 1 อันดับจากปีที่แล้ว
สวิตเซอร์แลนด์ยังครองแชมป์
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า การจัดอันดับ GII 2026 ดำเนินการโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือ WIPO ซึ่งชี้ให้เห็นว่า นวัตกรรมไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการคิดค้นสิ่งใหม่ แต่คือความสามารถในการเปลี่ยนความรู้ให้เป็นมูลค่า ในโลกที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ นวัตกรรมจึงเป็นหนึ่งในกลไกที่กำหนดความสามารถของประเทศในการสร้างผลิตภาพ โอกาสทางเศรษฐกิจ และการเติบโตในระยะยาว
สำหรับผลการจัดอันดับปีนี้ สวิตเซอร์แลนด์ยังคงครองอันดับ 1 ของโลกต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 16 ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 44 จาก 139 ประเทศเศรษฐกิจทั่วโลก ขยับขึ้นหนึ่งอันดับจากปีที่แล้ว และเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง (ทั้งหมด 35 ประเทศ) อันดับ 10 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออก และโอเชียเนียเช่นเดิม (ทั้งหมด 17 ประเทศ) และอันดับ 4 เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศอาเซียน
ในกลุ่มอาเซียน สิงคโปร์อยู่อันดับ 5 มาเลเซียอันดับ 34 เวียดนามอันดับ 43 ไทยอันดับ 44 ฟิลิปปินส์อันดับ 52 และอินโดนีเซียอันดับ 55
ผลผลิตนวัตกรรมขยับขึ้น
การจัดอันดับในปีนี้ใช้ตัวชี้วัดทั้งสิ้น 79 ตัวชี้วัด แบ่งเป็นดัชนีย่อย 2 ด้าน ได้แก่ ดัชนีย่อยปัจจัยนำเข้าทางนวัตกรรม (Innovation Input Sub-Index) 5 ปัจจัย ประกอบด้วย ด้านสถาบัน ด้านทุนมนุษย์และการวิจัย ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านระบบตลาด และด้านระบบธุรกิจ และดัชนีย่อยผลผลิตทางนวัตกรรม (Innovation Output Sub-Index) 2 ปัจจัย ได้แก่ ผลผลิตจากองค์ความรู้และเทคโนโลยี และผลผลิตจากความคิดสร้างสรรค์ โดยคำนวณจากค่าเฉลี่ยของดัชนีย่อยทั้งสองด้าน
ดร.กริชผกา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สำหรับประเทศไทย ปัจจัยนำเข้าทางนวัตกรรมอยู่ในอันดับ 46 คงเดิมเช่นเดียวกับปีก่อนหน้า ส่วนปัจจัยย่อยผลผลิตทางนวัตกรรมขยับเพิ่มขึ้น 2 อันดับ เป็นอันดับ 41 สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยสามารถเปลี่ยนแปลงทรัพยากร ปัจจัยนำเข้าทางนวัตกรรม และการลงทุนด้านนวัตกรรมให้เกิดผลผลิตได้ในระดับหนึ่ง และยังคงมีศักยภาพในการสร้างผลลัพธ์จากฐานการลงทุนที่มีอยู่
จากภาพรวมรายงานผลการจัดอันดับ GII 2026 ของประเทศไทย พบว่าปัจจัยด้านระบบตลาดคงที่อันดับ 27 และปัจจัยด้านระบบธุรกิจขยับจากอันดับ 42 เป็นอันดับ 41 ยังคงเป็นจุดแข็งของประเทศไทย โดยมีผลผลิตด้านความรู้และเทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของปีนี้ ขึ้นจากอันดับ 44 เป็นอันดับ 38 โดยเกือบทุกปัจจัยย่อยมีการขยับสูงขึ้น อาทิ กลุ่ม Knowledge Creation ขยับจากอันดับ 48 เป็นอันดับ 35 กลุ่ม Knowledge Impact ดีขึ้นจากอันดับ 56 เป็นอันดับ 47
อย่างไรก็ตาม Creative Outputs มีอันดับปรับลดลงจากอันดับ 39 เป็นอันดับ 44 โดยมี Institutions ลดลงจากอันดับ 76 เป็นอันดับ 80 เป็นปัจจัยที่ยังมีคะแนนอยู่ในระดับที่ไม่สูง
เดินหน้าสู่พรมแดนวิทยาศาสตร์
ดร.กริชผกา กล่าวว่า นวัตกรรมกำลังทวีความสำคัญในโลกที่เทคโนโลยีขั้นแนวหน้า ทั้งปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีชีวภาพ เซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์ เทคโนโลยีอวกาศ วัสดุขั้นสูง และพลังงานสะอาด กำลังขับเคลื่อนเปิดโอกาสให้เกิดอุตสาหกรรมและรูปแบบธุรกิจใหม่
ทั้งนี้ NIA ยังคงมุ่งมั่นเร่งขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของประเทศในระยะต่อไป ด้วยการยกระดับผู้ประกอบการไทยให้เป็นผู้สร้างนวัตกรรมที่แข่งขันได้ในระดับสากล ผ่านกลไก 5 ด้านที่เชื่อมต่อกัน ได้แก่ การมุ่งเป้าสาขาเทคโนโลยีศักยภาพสูงที่มีความต้องการในตลาดโลก การเชื่อมโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงพื้นที่ทดสอบ เครื่องมือ และการทดลองใช้งานจริง การเชื่อมต่อแหล่งทุนทั้ง VC, CVC และนักลงทุนระดับโลก ความร่วมมือข้ามพรมแดนเพื่อขยายพันธมิตรและตลาดต่างประเทศ และการรับรองโดยภาคธุรกิจที่ให้ผู้ประกอบการทำงานร่วมกับบริษัทขนาดใหญ่เพื่อขยายผลโซลูชัน
นอกจากนี้ ยังมีกลไกการสนับสนุนภายใต้บทบาทใหม่ NIA Venture ที่ปรับเพิ่มจาก "ผู้ให้ทุน" สู่ "ผู้ร่วมลงทุน" เพื่อแก้ปัญหาช่องว่างด้านเงินทุนโดยตรงใน 3 รูปแบบ ได้แก่ Corporate Co-funding ร่วมสนับสนุนสตาร์ตอัปและเอสเอ็มอีระยะ Seed ถึง Series A หรือมีรายได้ 0.5-20 ล้านบาท ร่วมกับนักลงทุนที่ผ่านการรับรองจาก NIA, PE Trust ร่วมลงทุนผ่านกองทุนทรัสต์ในระยะ Series A ถึง Pre-IPO หรือมีรายได้ 20-100 ล้านบาท เพื่อเชื่อมสู่ตลาดทุน และ Holding Company ร่วมลงทุนเชิงกลยุทธ์ผ่านบริษัทโฮลดิ้งของสถาบันการศึกษาหรือภาคเอกชน หรือผ่านกองทุนของกองทุน (Fund of Funds) ครอบคลุมธุรกิจเป้าหมาย 5 สาขา ได้แก่ เกษตรและอาหาร สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี เศรษฐกิจหมุนเวียน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ทั้งนี้ ยังมีบัญชีนวัตกรรมไทยซึ่งจะเป็นกลไกการตลาดที่สำคัญในการสร้างอุปสงค์ โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐจัดซื้อผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมที่ผ่านการรับรองได้ ภาครัฐจึงทำหน้าที่เป็นลูกค้ารายแรกที่ช่วยให้ผู้ประกอบการมีรายได้ มีการใช้งานจริง และมีหลักฐานความน่าเชื่อถือสำหรับการขยายตลาดต่อไป
— National ITMX ประกาศความสำเร็จ NITMX Fintech Bootcamp 2026 โปรแกรมบ่มเพาะฟินเทคเชิงลึกครั้งแรกใน SEA มีผู้สมัคร 1,291 คน จาก 306 ทีม ทั่วประเทศ ก่อนคัดเหลือ 15
— กรุงศรีจัดงาน Krungsri Tech Day 2026 วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ณ Samyan Mitrtown Hall เปิดให้ฟรี ภายใต้แนวคิด Simplifying Life, Shifting Business with AI
— ผู้บริหารในสิงคโปร์ถูกวิดีโอ Deepfake ปลอมเป็นนายกรัฐมนตรีหลอกโอนเงินเกือบ 5 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ขณะที่ผลสำรวจในอาเซียนชี้คน 72% จับสัญญาณมิจฉาชีพได้ แต่พร้อมรั