
- เทคโนโลยี
- กองบรรณาธิการ
เวทีประชุมประจำปีของกลุ่มธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ครั้งที่ 81 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ กลับมาใช้สถานที่เดิมอีกครั้งในรอบ 35 ปี หลังเคยเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 46 เมื่อปี 1991 โดยการหารือครั้งนี้ชูประเด็น 'Small AI, More and Better Jobs' หรือการใช้ปัญญาประดิษฐ์ขนาดเล็กเพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แทนที่จะมุ่งแต่จัดการความเสี่ยงจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
ผู้ร่วมเวทีประกอบด้วย Ajay Banga ประธานกลุ่มธนาคารโลก, Tharman Shanmugaratnam ประธานาธิบดีสิงคโปร์ และ Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการ IMF โดยผู้ดำเนินรายการได้ตั้งคำถามว่าโลกจะใช้ AI สร้างงานและการเติบโตได้อย่างไร พร้อมเน้นการใช้งานจริงที่คนทั่วไปเข้าถึงได้
คนรุ่นใหม่ 1.2 พันล้านคนกับโจทย์ใหญ่
Ajay Banga ระบุว่าในช่วง 15 ปีข้างหน้า คนรุ่นใหม่ราว 1.2 พันล้านคนจะอายุครบ 18 ปี หากพวกเขาเติบโตมาพร้อมอากาศสะอาด น้ำสะอาด สุขภาพ การศึกษา และทักษะที่ดี นี่อาจเป็น 'โอกาสทางประชากร' (demographic dividend) ครั้งใหญ่ แต่เมื่อเติบโตแล้ว พวกเขาจำเป็นต้องมีงานทำ
งานในความหมายของประธานธนาคารโลกคือการได้สร้างผลผลิตให้สังคม ไม่ว่าจะทำงานให้บริษัทใหญ่ บริษัทเล็ก หรือเป็นผู้ประกอบการเอง และได้รู้สึกถึงความหวังกับศักดิ์ศรีที่มาจากการหารายได้ด้วยตัวเอง
เขามองว่าโลกกำลังพูดถึง AI ในสองมุมที่แตกต่างกัน ฝั่งหนึ่งคือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าจะเข้ามาแย่งงานมนุษย์ และเขายอมรับว่ามีความเป็นไปได้ แม้ยังไม่มีข้อพิสูจน์ชัดเจน ส่วนอีกฝั่งคือการนำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานจริงในประเทศตลาดเกิดใหม่ ตั้งแต่โรงเรียน ครู บุคลากรสาธารณสุข ไปจนถึงเกษตรกรรายย่อย
Small AI กับมือถือ 3G
แนวคิด Small AI เกิดขึ้นระหว่างการประชุม Jobs Council ของธนาคารโลก ซึ่งมี Tharman Shanmugaratnam เป็นประธานร่วม Ajay Banga มองว่าแม้ LLM อาจส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานในประเทศพัฒนาแล้ว แต่สำหรับประเทศรายได้ปานกลางและรายได้ปานกลางค่อนไปทางต่ำ Small AI ยังมีโอกาสมหาศาลในการเพิ่มผลิตภาพและสร้างงานใหม่
หัวใจของ Small AI คือการพัฒนาเครื่องมือ AI ที่เรียบง่าย เหมาะกับความต้องการของคนในท้องถิ่น และเข้าถึงได้แม้ผ่านมือถือที่ใช้เครือข่าย 3G โดยประธานธนาคารโลกยกตัวอย่าง AI ที่ประมวลผลใกล้กับจุดใช้งาน (Edge AI) ซึ่งช่วยให้เทคโนโลยีตอบโจทย์พื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน
ตัวอย่างแรกคือคลินิกในอินโดนีเซีย เขาเล่าสถานการณ์สมมติที่ผู้ป่วยเดินเข้ามาพบพยาบาลด้วยอาการผื่นบนผิวหนัง แต่พยาบาลไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากอะไร จึงถ่ายภาพส่งให้แพทย์ที่ดูแลคลินิกอีก 20 แห่งร่วมกัน แพทย์อาจตรวจสอบภาพด้วยตนเองหรือใช้ AI ที่พัฒนาในท้องถิ่นและทำงานผ่านมือถือ 3G ช่วยประเมิน หากพบว่าเป็นผื่นผิวหนังอักเสบ (Eczema) ก็อาจสั่งจ่ายยาทาให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ทันที แต่หากต้องตรวจเพิ่มเติมก็ส่งต่อไปพบแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลระดับภูมิภาคพร้อมนัดหมายล่วงหน้าได้
Ajay Banga ชี้ว่าแม้แต่ในประเทศพัฒนาแล้ว การนัดพบแพทย์เฉพาะทางผ่านระบบดิจิทัลยังไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ Small AI อาจช่วยลดขั้นตอนที่ซับซ้อนเหล่านี้ ขณะเดียวกันยังช่วยให้ศูนย์สาธารณสุขปฐมภูมิที่มีพยาบาล ผดุงครรภ์ และเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ เชื่อมต่อกับแพทย์ที่อยู่ห่างไกลได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญประจำทุกแห่ง
เกษตรกรอินเดียกับใบไม้หนึ่งใบ
ตัวอย่างที่สองคือเกษตรกรในอินเดีย Ajay Banga ระบุว่าธนาคารโลกกำลังทำงานร่วมกับ Google เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มที่ช่วยให้เกษตรกรและสหกรณ์เข้าถึงปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ประกันภัยพืชผล สินเชื่อ และราคาขายผลผลิตที่ดีขึ้น
เขายกสถานการณ์สมมติของเกษตรกรหญิงที่อ่านหนังสือไม่ออก แต่สามารถใช้มือถือ 3G ถ่ายภาพด้านหลังใบไม้ เพื่อให้ AI ช่วยระบุโรคพืชและแนะนำสารกำจัดแมลงที่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อโรคด้วยตัวเอง จากนั้นเกษตรกรสามารถกดสั่งซื้อผ่านมือถือในราคา 25 รูปี และไปรับสินค้าที่สหกรณ์ได้ โดยอาศัยระบบบัญชีธนาคารที่ประชาชนในอินเดียเข้าถึงได้อย่างแพร่หลาย
ทั้งสองตัวอย่างสะท้อนแนวคิดเดียวกันว่า Small AI ไม่ได้มีเป้าหมายเข้ามาแทนที่คนทำงาน แต่ช่วยให้คนทำงานเข้าถึงความรู้ เครื่องมือ และบริการที่เดิมอาจอยู่ไกลเกินเอื้อม ไม่ว่าจะเป็นพยาบาลในคลินิกชนบทหรือเกษตรกรรายย่อยที่อาจไม่สามารถอ่านหนังสือได้
5 ภาคส่วนสร้างงานไม่ต้องรอต่างประเทศ
Ajay Banga อธิบายว่าธนาคารโลกกำลังให้ความสำคัญกับการสร้างงานมากขึ้น โดยไม่ได้หมายความว่าจะหยุดลงทุนสร้างโรงเรียน ถนน ศูนย์ฝึกทักษะ หรือคลินิก แต่ทุกโครงการต้องคำนึงด้วยว่าจะช่วยสร้างงานและโอกาสทางเศรษฐกิจให้ผู้คนได้อย่างไร
การสร้างงานต้องเริ่มจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านกายภาพและการพัฒนาคน ควบคู่กับนโยบายและธรรมาภิบาลที่เหมาะสม รวมถึงการลดความเสี่ยงเพื่อดึงดูดให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนในวงกว้าง เพราะภาคเอกชนเป็นผู้สร้างงานถึง 75-85% ในแต่ละประเทศ ขณะที่รัฐบาลมีหน้าที่สร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดการลงทุน
Jobs Council ของธนาคารโลก ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากแวดวงวิชาการ องค์กรภาครัฐและเอกชน รวมถึงภาคประชาสังคม ได้ระบุ 5 ภาคส่วนที่มีศักยภาพสร้างงานในประเทศกำลังพัฒนา โดยเน้นงานที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจท้องถิ่น แทนการพึ่งพารูปแบบเดิมที่ประเทศพัฒนาแล้วส่งงานมาจ้างต่อ ซึ่งดำเนินมานานกว่า 30-40 ปี
5 ภาคส่วนดังกล่าว ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่การก่อสร้างสะพาน ถนน สนามบิน ระบบดิจิทัล ไฟฟ้า และน้ำประปา ไปจนถึงการพัฒนาทักษะและการศึกษา เกษตรกรรมรายย่อย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญของหลายประเทศ แต่เกษตรกรรายย่อยมักเผชิญข้อจำกัดในการแข่งขัน การเข้าถึงสหกรณ์และเทคโนโลยีจึงช่วยเพิ่มศักยภาพ สาธารณสุขปฐมภูมิที่การขยายศูนย์บริการสุขภาพในชุมชนช่วยสร้างงานให้พยาบาล ผดุงครรภ์ และเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ การท่องเที่ยว ซึ่งสร้างงานต่อเนื่องในหลายธุรกิจ โดย Ajay Banga ยกประเทศไทยเป็นตัวอย่างสำคัญของประเทศที่ใช้การท่องเที่ยวขับเคลื่อนการจ้างงาน และยังมีความตั้งใจพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ให้เติบโตไปได้ไกลกว่าเดิม
สำหรับผู้อ่านในไทย แนวคิด Small AI สอดคล้องกับบริบทที่แรงงานจำนวนมากอยู่ในภาคเกษตร การท่องเที่ยว และบริการชุมชน ซึ่งการนำ AI ขนาดเล็กที่ทำงานบนมือถือมาใช้ อาจช่วยยกระดับผลิตภาพของเอสเอ็มอีและเกษตรกรรายย่อยได้โดยไม่ต้องรอการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ท่ามกลางการแข่งขันด้านแรงงานและเทคโนโลยีที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาค
— National ITMX ประกาศความสำเร็จ NITMX Fintech Bootcamp 2026 โปรแกรมบ่มเพาะฟินเทคเชิงลึกครั้งแรกใน SEA มีผู้สมัคร 1,291 คน จาก 306 ทีม ทั่วประเทศ ก่อนคัดเหลือ 15
— กรุงศรีจัดงาน Krungsri Tech Day 2026 วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ณ Samyan Mitrtown Hall เปิดให้ฟรี ภายใต้แนวคิด Simplifying Life, Shifting Business with AI
— ผู้บริหารในสิงคโปร์ถูกวิดีโอ Deepfake ปลอมเป็นนายกรัฐมนตรีหลอกโอนเงินเกือบ 5 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ขณะที่ผลสำรวจในอาเซียนชี้คน 72% จับสัญญาณมิจฉาชีพได้ แต่พร้อมรั