บีโอไอโรดโชว์เกาหลีใต้ ชวนฮุนได-ทีโรบอติกส์-คอสแม็กซ์ ต่อยอดลงทุนสู่ R&D

บีโอไอโรดโชว์เกาหลีใต้ ชวนฮุนได-ทีโรบอติกส์-คอสแม็กซ์ ต่อยอดลงทุนสู่ R&D

บีโอไอนำคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนไทยเดินทางเยือนกรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 28-29 กันยายน 2569 เพื่อเชิญชวนบริษัทเกาหลีใต้มาลงทุนในไทย โดยเข้าพบหารือกับ Hyundai, T-Robotics และ COSMAX รวมทั้งสภาอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ (The Federation of Korean Industries หรือ FKI) มุ่งนำเสนอศักยภาพของไทยและผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและเทคโนโลยีแห่งอนาคต

บีโอไอนำคณะเยือนเกาหลีใต้

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า คณะเดินทางครั้งนี้ประกอบด้วยผู้แทนกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม ธนาคารแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย รวมถึงหน่วยงานอื่นอีกหลายแห่ง เป้าหมายคือการสร้างเครือข่ายกับภาคธุรกิจเกาหลีใต้ และผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและเทคโนโลยีแห่งอนาคต

เกาหลีใต้จับตา 3 สาขาหลัก

การหารือกับ FKI ซึ่งเป็นองค์กรเศรษฐกิจหลักของเกาหลีใต้ที่มีสมาชิกเป็นบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ปิโตรเคมี พลังงาน อากาศยาน อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และเครื่องจักรอุตสาหกรรม พบว่า FKI ระบุว่าบริษัทเกาหลีกำลังมุ่งขยายการลงทุนใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์ (Physical AI) และ AI Data Center

ขณะที่การลงทุนของเกาหลีใต้ในอาเซียนเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวนับจากปี 2553 เป็นราว 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี FKI มองว่าไทยมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบการเงินดีกว่าค่าเฉลี่ยอาเซียน จึงยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

บีโอไอตอบรับด้วยการยืนยันความพร้อมของไทยในทั้ง 3 สาขา โดยอ้างถึงแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ และบทบาทของไทยในฐานะฐานการผลิตสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน AI พร้อมนำเสนอนโยบายและมาตรการส่งเสริมการลงทุนของไทย แลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องแนวโน้มการลงทุนในต่างประเทศของภาคธุรกิจเกาหลี และหาแนวทางเชื่อมบริษัทสมาชิก FKI กับโอกาสในไทย

ทีโรบอติกส์กับเป้าหมายหุ่นยนต์

ในสามบริษัทที่บีโอไอเข้าพบ T-Robotics คือรายที่ตรงกับ 3 สาขาของ FKI มากที่สุด บริษัทนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์สำหรับอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ และเป็นหนึ่งในพันธมิตรหลักของ Applied Materials ผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก อีกทั้งเป็นบริษัทเพียงแห่งเดียวในเกาหลีใต้ที่เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ลำเลียงในระบบสุญญากาศ (Vacuum Transfer Robot)

เทคโนโลยีหลักของบริษัทมี 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ Vacuum Robot สำหรับกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในห้องคลีนรูม กลุ่มที่สองคือหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR) สำหรับขนส่งวัสดุและสินค้าในโรงงานและระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ และกลุ่มที่สามคือ TR-WORKS หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นใหม่สำหรับภาคอุตสาหกรรม

เลขาธิการบีโอไอและคณะเชิญชวนให้ T-Robotics มาลงทุนขยายธุรกิจในไทย เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และการผลิตอัจฉริยะ พร้อมชี้โอกาสที่ไทยจะเป็นฐานรองรับตลาดอาเซียนในอนาคต ฝั่งบริษัทเสนอแนวทางความร่วมมือด้านหุ่นยนต์ระหว่างไทยและเกาหลีใต้ 3 เรื่อง ได้แก่ การพัฒนาบุคลากรด้านหุ่นยนต์ผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยไทย การสร้างห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนหุ่นยนต์ และการเชื่อมกับกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในไทย

ด้านบุคลากร บีโอไอชวนบริษัทมาร่วมสนับสนุนโครงการพัฒนาบุคลากรทักษะสูง (Skill Bridge) ของไทย ซึ่งบริษัทแสดงความสนใจ

ฮุนไดต่อยอดจาก EV สู่ R&D

Hyundai Motor ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำระดับโลกจากเกาหลีใต้ที่พัฒนาทั้งรถยนต์ไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจน หุ่นยนต์ และเทคโนโลยี AI ได้รับส่งเสริมจากบีโอไอให้ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยโรงงานเริ่มผลิตจริงแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569

การหารือรอบนี้เป็นเรื่องของก้าวถัดไป บีโอไอเสนอให้ Hyundai ยกระดับการลงทุนในไทยจากฐานผลิตรถ EV และแบตเตอรี่ ไปสู่กิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ทั้งการวิจัยและพัฒนา การผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) และการพัฒนาซัพพลายเออร์ไทย พร้อมเชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของ Hyundai Motor และสนับสนุนให้บริษัทขยายโรงงานในไทย รวมถึงมีแบรนด์ไทยเป็นลูกค้า

คอสแม็กซ์ ประตูเชื่อม K-Beauty สู่ T-Beauty

COSMAX เป็นผู้นำระดับโลกด้านการวิจัย พัฒนา และผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพให้แบรนด์ชั้นนำทั่วโลก ตามข้อมูลของบีโอไอ บริษัทมีโรงงานผลิต 27 แห่ง ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม 9 แห่ง และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 8,000 รายการต่อปี

บริษัทเข้ามาลงทุนในไทยตั้งแต่ปี 2561 ได้รับส่งเสริมจากบีโอไอในกิจการวิจัยและพัฒนา และศูนย์ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งมีโรงงานผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่สมุทรปราการ ปัจจุบันอยู่ระหว่างลงทุนเพิ่มกว่า 1,800 ล้านบาทเพื่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ พร้อมนำระบบการผลิตอัจฉริยะมาใช้และปรับการทดสอบผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยจ้างงานคนไทยกว่า 500 คน และเตรียมเพิ่มเป็นกว่า 700 คนในปีหน้า

บริษัทวางบทบาทเป็นประตูเชื่อมนำเทคโนโลยีวิจัยและการผลิตของเกาหลีใต้ (K-Beauty) สู่ผู้ประกอบการไทย และผลักดันอุตสาหกรรมความงามไทย (T-Beauty) สู่ตลาดโลก ที่ผ่านมา COSMAX ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับแบรนด์ไทยหลายราย โดยบีโอไอยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของศรีจันทร์ ซึ่งเป็นลูกค้าไทยรายแรกของบริษัทและมียอดขายเติบโตต่อเนื่อง

ด้านการวิจัย COSMAX ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ พัฒนาส่วนผสมและสารสกัดจากวัตถุดิบไทย เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ ในการหารือ บีโอไอกระตุ้นให้บริษัทพิจารณาลงทุนเพิ่มในห้องปฏิบัติการวิจัยและการฝึกอบรม เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลาง R&D และนวัตกรรมด้านสุขภาพและความงามของอาเซียน รวมถึงเพิ่มการใช้วัตถุดิบในประเทศและเชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัท

เกาหลีใต้ลงทุนไทยกว่า 6.5 หมื่นล้าน

ในช่วงกว่า 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2564 ถึงครึ่งแรกของปี 2569) นักลงทุนเกาหลีใต้ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนกับบีโอไอ 167 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 65,900 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ ผลิตภัณฑ์โลหะและวัสดุ และเคมีภัณฑ์

นักลงทุนรายสำคัญที่ขยายการลงทุนต่อเนื่องมี Samsung Electronics และ LG Electronics (อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า) Hyundai Motor (รถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่) Posco (เหล็ก) Hanwha (เคมีภัณฑ์) และ Doosan (Prepreg และ Copper Clad Laminate สำหรับแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์)

นายนฤตม์ กล่าวว่า "เกาหลีใต้มีจุดแข็งทั้งด้าน High Tech และ High Touch ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ยานยนต์สมัยใหม่ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัลและ AI ไปจนถึงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สุขภาพและความงาม ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพและต้องการดึงการลงทุนเพิ่มเติม การโรดโชว์ครั้งนี้จึงมุ่งทั้งดึงการลงทุนใหม่ และต่อยอดการลงทุนของบริษัทเกาหลีที่มีฐานในไทยไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เช่น การวิจัยและพัฒนา การผลิตอัจฉริยะ และการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง"

สำหรับผู้อ่านไทย การเดินทางครั้งนี้สะท้อนทิศทางที่บีโอไอต้องการยกระดับบทบาทของไทยจากฐานการผลิตไปสู่การวิจัยพัฒนาและการผลิตอัจฉริยะ ซึ่งอาจหมายถึงโอกาสการจ้างงานทักษะสูงและการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัทเกาหลีใต้ โดยเฉพาะในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมความงามที่ไทยมีฐานวัตถุดิบและบุคลากรอยู่แล้ว

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap