
- เทคโนโลยี
- กองบรรณาธิการ
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ประเทศไทยเปิดตัวมาตรการวีซ่าผู้พำนักระยะยาว (Long-Term Resident Visa หรือ LTR Visa) เมื่อเดือนกันยายน 2565 โดยมีบีโอไอเป็นผู้รับผิดชอบ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมามีผู้ได้รับอนุมัติวีซ่า LTR รวมทั้งสิ้น 12,010 คน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจประมาณ 43,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยกว่า 3.6 ล้านบาทต่อคน
กลุ่มผู้ถือวีซ่ามีใครบ้าง
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า กลุ่มชาวต่างชาติคุณภาพสูงที่มาตรการวีซ่า LTR ดึงเข้ามาได้สำเร็จ ครอบคลุมทั้งกลุ่มบุคลากรทักษะสูงที่ตลาดแรงงานทั่วโลกแข่งขันกันดึงตัว กลุ่มนักลงทุน และกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยผู้ได้รับอนุมัติวีซ่า 12,010 คน แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ จำนวน 1,779 คน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานจากประเทศไทยให้กับนายจ้างในต่างประเทศ จำนวน 1,043 คน กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง จำนวน 737 คน กลุ่มผู้เกษียณอายุที่มีฐานะดี จำนวน 4,561 คน และกลุ่มครอบครัวของ 4 กลุ่มแรก จำนวน 3,891 คน
ผู้สมัครแต่ละกลุ่มต้องผ่านการพิจารณาคุณสมบัติเฉพาะตามหลักเกณฑ์ ทั้งมูลค่าทรัพย์สิน รายได้ หลักฐานการลงทุน ประสบการณ์ทำงาน และประกันสุขภาพ รวมทั้งการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการดึงดูดชาวต่างชาติศักยภาพสูงที่สร้างประโยชน์ให้ประเทศไทย
สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น-อังกฤษ อันดับต้น
ผู้ได้รับอนุมัติวีซ่า LTR ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลก โดยอันดับหนึ่งคือสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีชั้นนำของโลก มีจำนวนสูงสุดกว่า 2,400 คน รองลงมาคือญี่ปุ่นกว่า 1,300 คน และสหราชอาณาจักรกว่า 1,000 คน โดยชาวญี่ปุ่นมีสัดส่วนสูงในกลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ สะท้อนว่าในภาวะที่การแข่งขันดึงดูดบุคลากรศักยภาพสูงทั่วโลกทวีความเข้มข้นขึ้นทุกปี ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนนานาชาติอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันวีซ่า LTR ยังช่วยนำกำลังซื้อจากต่างประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้เกษียณอายุที่มีฐานะดีและกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง รวมทั้งผู้ติดตามของผู้ถือวีซ่า การเข้ามาพำนักระยะยาวก่อให้เกิดการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องในประเทศ ทั้งด้านที่อยู่อาศัย การท่องเที่ยว การดูแลสุขภาพ อาหาร การเดินทาง และบริการต่าง ๆ ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและกระจายประโยชน์ไปสู่ภาคส่วนต่าง ๆ ของเศรษฐกิจไทย
นายนฤตม์ กล่าวว่า "บีโอไอจะร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรเดินหน้ายกระดับการให้บริการ ทั้งระบบออนไลน์และศูนย์บริการวันสต็อป Thailand Investment and Expat Services Center (TIESC) ที่ชั้น 6-7 โซนพาเหรด อาคารวัน แบงค็อก เพื่อเสริมความสามารถของไทยในการแข่งขันเพื่อดึงดูดบุคลากรศักยภาพสูงจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง"
ระบบออนไลน์ใหม่เชื่อม 4 หน่วยงาน
เมื่อเดือนกันยายน 2569 บีโอไอได้เปิดใช้งานระบบสมัครวีซ่า LTR ออนไลน์รูปแบบใหม่ เพื่อรองรับจำนวนผู้สมัครที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการพิจารณาคำขอ โดยระบบได้รับการพัฒนาเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและกระบวนการดำเนินงานทางออนไลน์แบบครบวงจรกับ 4 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการกงสุล สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน และกรมสรรพากร เพื่อพัฒนาระบบงานให้ราบรื่นและไร้รอยต่อมากที่สุด และเป็นการยกระดับมาตรฐานการทำงานข้ามหน่วยงานในอนาคต
ในกลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานจากประเทศไทยให้กับนายจ้างในต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรระดับสูง โดยร้อยละ 54 ดำรงตำแหน่งระดับผู้บริหาร และร้อยละ 36 เป็นผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพต่าง ๆ ที่เหลือเป็นระดับช่างเทคนิค สะท้อนว่าวีซ่า LTR สามารถดึงดูดบุคลากรที่มีบทบาทสำคัญต่อภาคธุรกิจ ทั้งผู้บริหารที่มีส่วนในการวางแผนและตัดสินใจทางธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญที่มีองค์ความรู้และประสบการณ์เฉพาะด้าน
หนุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ท่ามกลางการแข่งขันระดับโลกในการดึงดูดบุคลากรทักษะสูง วีซ่า LTR จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยดึงดูด Global Talent เข้าสู่ประเทศไทย ผ่านการอำนวยความสะดวกและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเข้ามาพำนักและทำงาน โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังรองรับการลงทุนระลอกใหม่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ดิจิทัลและ AI หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ อากาศยาน และเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งล้วนต้องการบุคลากรทักษะสูงจำนวนมาก
นอกจากวีซ่า LTR แล้ว บีโอไอยังให้บริการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงานสำหรับผู้บริหารและบุคลากรที่เข้ามาทำงานภายใต้กิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI Visa และวีซ่าสำหรับกลุ่มสตาร์ทอัปหรือ Smart Visa อีกทั้งยังสนับสนุนการพัฒนาทักษะของบุคลากรไทยผ่านมาตรการ Skill Bridge และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านมาตรการ Business Transformation ซึ่งมาตรการทั้งหมดจะทำงานเกื้อหนุนกันทั้งด้านการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ การพัฒนาบุคลากรไทย และการยกระดับภาคธุรกิจไทย เพื่อเสริมความพร้อมของประเทศในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
— National ITMX ประกาศความสำเร็จ NITMX Fintech Bootcamp 2026 โปรแกรมบ่มเพาะฟินเทคเชิงลึกครั้งแรกใน SEA มีผู้สมัคร 1,291 คน จาก 306 ทีม ทั่วประเทศ ก่อนคัดเหลือ 15
— กรุงศรีจัดงาน Krungsri Tech Day 2026 วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ณ Samyan Mitrtown Hall เปิดให้ฟรี ภายใต้แนวคิด Simplifying Life, Shifting Business with AI
— ผู้บริหารในสิงคโปร์ถูกวิดีโอ Deepfake ปลอมเป็นนายกรัฐมนตรีหลอกโอนเงินเกือบ 5 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ขณะที่ผลสำรวจในอาเซียนชี้คน 72% จับสัญญาณมิจฉาชีพได้ แต่พร้อมรั