สรรพากรเร่งเครื่องดึงพ่อค้าออนไลน์เข้าระบบภาษี หลังปีก่อนกวาดเพิ่ม 56,000 ราย

สรรพากรเร่งเครื่องดึงพ่อค้าออนไลน์เข้าระบบภาษี หลังปีก่อนกวาดเพิ่ม 56,000 ราย

กรมสรรพากรขยายฐานภาษีผู้ค้าออนไลน์

กรมสรรพากรเดินหน้าเพิ่มมาตรการนำผู้ประกอบการค้าออนไลน์เข้าสู่ระบบภาษีอย่างต่อเนื่อง หลังจากประสบความสำเร็จในการดึงผู้ประกอบการมากกว่า 56,000 รายเข้าสู่ระบบเมื่อปีที่แล้ว โดยนายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่าในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณนี้ (ตุลาคม 2565 ถึงสิงหาคม 2566) กรมสามารถเพิ่มผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีได้แล้ว 137,000 ราย ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 55,000 ราย

ในกลุ่มผู้ประกอบการที่เข้าสู่ระบบดังกล่าว มีจำนวน 65,000 รายที่ไม่มีหน้าร้านหรือทำธุรกิจออนไลน์ ขณะที่ผู้ประกอบการที่มีหน้าร้านกายภาพอีกจำนวนมากก็ได้ขยายกิจการเข้าสู่ช่องทางออนไลน์ด้วย กรมสรรพากรคาดว่าจะจัดเก็บภาษีได้ราว 40,000-50,000 ล้านบาทในปีงบประมาณนี้ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายราวร้อยละ 2 ขณะที่เป้าหมายการจัดเก็บเต็มปีอยู่ที่ 2.44 ล้านล้านบาท

สำหรับปีงบประมาณ 2570 กรมสรรพากรได้รับมอบหมายเป้าหมายการจัดเก็บภาษีที่ 2.50 ล้านล้านบาท โดยนายสมศักดิ์ระบุว่ากรมเชื่อว่าเป้าหมายที่สูงขึ้นนี้เป็นไปได้ เนื่องจากกรมได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลและการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้ ผสานกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของการบริโภคและการลงทุน

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ผู้เสียภาษีได้ยื่นแบบแสดงรายการผ่านระบบยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-filing) คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 96 ของทั้งหมด และในปีนี้กรมยังได้เปิดให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านระบบ e-filing เป็นครั้งแรกอีกด้วย

ภาษีการเดินทางขาเข้ายังรอนโยบายรัฐบาล

ประเด็นภาษีการเดินทางขาเข้าที่เคยเสนอไว้ก่อนหน้านี้ นายสมศักดิ์กล่าวว่าการตัดสินใจใด ๆ จะขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล โดยไทยได้ผ่านพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2482 ซึ่งกำหนดให้เก็บภาษีจากผู้เดินทางเข้าประเทศทางอากาศ แต่กฎหมายดังกล่าวยังไม่เคยถูกนำมาใช้จริง เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนไปนับตั้งแต่มีการออกกฎหมายดังกล่าว การตัดสินใจใด ๆ จึงต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้เสนอมาตรการภาษี 10 ฉบับ คาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มให้รัฐราว 3 แสนล้านบาทต่อปี เพื่อให้มั่นใจว่ารายได้ของรัฐบาลเพียงพอต่อการรองรับการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ตามรายงานความเสี่ยงทางการคลังฉบับล่าสุดของกระทรวงระบุว่า หากไม่ดำเนินการใด ๆ อัตราส่วนรายได้รัฐบาลต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) อาจลดลงต่ำกว่าระดับปัจจุบันที่ร้อยละ 15

ในบรรดามาตรการ 10 ฉบับดังกล่าว การยกเลิกการยกเว้นอากรนำเข้าสินค้ามูลค่าต่ำ (ต่ำกว่า 1,500 บาท) ได้ถูกนำมาใช้แล้ว และคาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่ม 3 พันล้านบาท ขณะที่มาตรการอื่น ๆ ที่กำหนดให้ดำเนินการในปี 2570 ได้แก่ การนำภาษีป็อปท็อปมาใช้ ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ 8.4 หมื่นล้านบาท และการเก็บภาษีการเดินทางขาเข้าในอัตรา 1,000 บาทสำหรับผู้เดินทางทางอากาศ ซึ่งประเมินว่าจะสร้างรายได้ 1.2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ โครงสร้างภาษีสรรพสามิตยานพาหนะยังได้รับการทบทวนให้เก็บตามปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้อีก 3 พันล้านบาท

ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภค

สำหรับผู้อ่านในประเทศไทย การขยายฐานภาษีไปยังผู้ค้าออนไลน์สะท้อนทิศทางที่กรมสรรพากรต้องการลดช่องว่างการจัดเก็บภาษีในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่เติบโตเร็ว ขณะที่มาตรการภาษีชุดใหม่ทั้งภาษีป็อปท็อปและภาษีการเดินทางขาเข้าอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคและการท่องเที่ยวในอนาคต ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคธุรกิจและผู้บริโภคไทยควรจับตาความชัดเจนของนโยบายจากรัฐบาลต่อไป

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap