รัฐตั้งศูนย์กลางปราบปลาหมอคางดำ รับปากเห็นผลใน 3 เดือน

รัฐตั้งศูนย์กลางปราบปลาหมอคางดำ รับปากเห็นผลใน 3 เดือน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พร้อมประกาศให้เป็นวาระระดับชาติ และรับปากว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการลงพื้นที่พบปะเกษตรกรที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังเกษตรกรในหลายพื้นที่ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเร่งแก้ปัญหาปลาหมอคางดำที่แพร่ระบาดอย่างหนักในแหล่งน้ำธรรมชาติและนากุ้ง

ตั้งศูนย์ประสานงานระดับชาติ

นายสุริยะ เปิดเผยว่าได้แต่งตั้งให้ วาที พรหมขัติย์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยศูนย์แห่งนี้จะทำหน้าที่ประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐหลายฝ่าย เพื่อให้การตอบสนองต่อสถานการณ์เป็นไปอย่างเป็นระบบมากกว่าการแก้ปัญหาแบบแยกส่วน

เขาระบุว่าการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำถือเป็นภัยคุกคามที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สัตว์น้ำอื่น ๆ รวมถึงวิถีชีวิตและรายได้ของเกษตรกร จึงจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรฯ เอง

แผนปฏิบัติการและงบประมาณ

ตามข้อมูลของนายวาที กรมประมงได้ใช้งบประมาณไปแล้วประมาณ 89 ล้านบาทจากวงเงินที่จัดสรรไว้ราว 450 ล้านบาทสำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมา และคาดว่าจะเหลือวงเงินอีกประมาณ 350 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการดำเนินแผนงานในระยะเริ่มต้น

แนวทางที่ศูนย์จะใช้คือการควบคุมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบก่อน เพื่อสกัดการแพร่ระบาดไปยังพื้นที่ใหม่ ก่อนที่จะระดมทรัพยากรที่มีอยู่ไปกำจัดปลาในแหล่งน้ำและฟื้นฟูสัตว์น้ำพื้นถิ่นในพื้นที่ที่เสียหายหนักที่สุด โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด 12 จังหวัดเป็นลำดับแรก

เกษตรกรรายหนึ่งในจังหวัดยโสธรเปิดเผยว่าใช้ตาข่ายถี่และตาข่ายสีขาวเพื่อกักเก็บปลาในบ่อ และใช้ความพยายามอย่างมากในการทำลายไข่ปลาและสัตว์น้ำอื่น ๆ ที่ปนมากับน้ำ ขณะที่เกษตรกรอีกรายในจังหวัดกาฬสินธุ์วางแผนปล่อยกุ้งก้ามกรามลงในบ่อเพื่อจำหน่ายในตลาดปีใหม่ 2561 หลังพบว่าการแพร่ระบาดในพื้นที่ยังไม่คลี่คลาย

ความกังวลของเกษตรกร

เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ แสดงความกังวลว่าปลาหมอคางดำอาจหลุดเข้าไปในพื้นที่ทำการเกษตรโดยผ่านระบบชลประทาน ซึ่งจะทำให้ไข่และตัวอ่อนแพร่กระจายเป็นวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว

พวกเขาระบุว่ายังไม่เห็นมาตรการป้องกันที่ชัดเจนในพื้นที่ และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามออกไปมากกว่านี้

การตั้งศูนย์กลางครั้งนี้ถือเป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลในการรับมือกับปัญหาปลาหมอคางดำ ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนในภาคเกษตรกรรมและสิ่งแวดล้อมของไทยมาอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มการดำเนินงาน

ในระยะต่อไป คาดว่าศูนย์ประสานงานจะต้องจัดลำดับความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างเข้มงวด ทั้งการควบคุมการแพร่ระบาด การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของแผนงานจะขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องของงบประมาณและความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าคำมั่นเรื่องผลลัพธ์ภายใน 3 เดือนจะเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใด

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap