กกต. เดือด! สมาชิกไม่พอใจคำวินิจฉัยคดีเลือก สว. 77 คน

กกต. เดือด! สมาชิกไม่พอใจคำวินิจฉัยคดีเลือก สว. 77 คน

ความไม่พอใจต่อคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีส่งผู้สมัคร 77 คนให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบข้อกล่าวหาสมยอมในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สาธารณชน แต่ลุกลามถึงภายในองค์กรเอง โดย commissioner บางรายออกมาแสดงท่าทีคัดค้านอย่างชัดเจน นำไปสู่ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569

กรรมการคนเดียวค้าน

นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ หนึ่งในกรรมการ กกต. เปิดเผยว่าเขาไม่พอใจการตัดสินใจของคณะกรรมการฯ และต้องการให้สาธารณชนเข้าใจว่า บางส่วนของคำวินิจฉัยไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเป็นเอกฉันท์ เขาระบุว่าได้แสดงความไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรก และได้โทรศัพท์แจ้งเพื่อนร่วมงานในคืนก่อนการแถลงข่าวเพื่อขอให้ทบทวน เนื่องจากมีข้อมูลสำคัญที่ยังไม่ได้นำมาพิจารณา

“ผมไม่พอใจ” นายสิทธิโชติกล่าว “ผมต้องการให้ประชาชนเข้าใจว่าการตัดสินใจของ กกต. ยังไม่เป็นที่ยุติ” เขายังกล่าวอีกว่า แม้จะมีการประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นการใช้ตัวเลขผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละข้อกล่าวหา ซึ่งขัดกับแนวปฏิบัติของศาลรัฐธรรมนูญ

ข้อกล่าวหาไม่เท่ากัน

นายสิทธิโชติเปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ ได้ข้อสรุปว่าจะใช้จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละ allegation ตามหลักของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในทางปฏิบัติกลับมีความไม่สอดคล้อง ตัวอย่างเช่น บางข้อกล่าวหาถูกตัดออกไปทั้งสิ้น 6-1 ข้อ ขณะที่บางข้อที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองกลับถูกละเลยโดยไม่มีการเชื่อมโยงกับผู้บริหารพรรคหรือ สส. เลย

เขายังชี้ว่า การคำนวณคะแนนเสียงในบางกรณีไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการใช้ระบบเลือกตั้งทางอ้อม (indirect voting system) ซึ่งผู้สมัครจาก 20 กลุ่มอาชีพเลือกกันเอง ตัวเลขที่ใช้ไม่สอดคล้องกับเอกสารที่พบ

“มันไม่ใช่ 5-2 สำหรับทั้ง 77 คน” นายสิทธิโชติกล่าว “ผมพบว่ามีความไม่เป็นธรรมในหลายจุด” เขายังตั้งคำถามถึงที่มาของเอกสารที่ใช้ในการพิจารณา โดยเฉพาะบัญชีรายชื่อที่ถูกกล่าวหาว่าเตรียมการล่วงหน้าในโรงแรมที่จังหวัดนครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา ลำปาง ภูเก็ต และสมุทรปราการ

หลักฐานชี้ขบวนการ

นายสิทธิโชติระบุว่า หลักฐานที่รวบรวมได้ชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมที่ถูกกล่าวหาว่าสมยอมนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจุด แต่แพร่กระจายไปทั่วประเทศ โดยมีผู้เกี่ยวข้องทั้งสมาชิกพรรคการเมืองและผู้ที่มีสายสัมพันธ์ทางการเงิน เชื่อมโยงกับพรรคการเมืองหนึ่งโดยตรง

เขายังกล่าวถึงคำให้การของพยานสองปากที่ถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานสำคัญ โดยพยานปากหนึ่งเป็นอดีต สส. และเคยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี ก่อนจะมาเป็นผู้สมัคร สว. พยานอีกปากหนึ่งให้การว่าเคยเห็นนักการเมืองระดับสูงในห้องอื่นระหว่างการประชุม และมีการเก็บโทรศัพท์มือถือของผู้เข้าร่วม

“คำให้การของพยานเหล่านี้มีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเชื่อถือได้หรือไม่” นายสิทธิโชติกล่าว “แต่สิ่งที่ผมพยายามชี้ให้เห็นคือ หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินและบันทึกการติดต่อ ยังไม่ถูกนำมาพิจารณาอย่างครบถ้วน”

กกต. ถูกวิจารณ์หนัก

ความขัดแย้งภายใน กกต. ครั้งนี้สะท้อนปัญหาความโปร่งใสของกระบวนการตรวจสอบการเลือก สว. ที่ผ่านมา แม้ กกต. จะพยายามชี้แจงว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนและส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว แต่การออกมาเปิดโปงของกรรมการคนหนึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนที่มีต่อองค์กร

ด้านพรรคการเมืองที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการสมยอม ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีนี้ ขณะที่ภาคประชาชนบางส่วนเรียกร้องให้มีการตรวจสอบกระบวนการภายในของ กกต. เอง ว่ามีการกลั่นกรองหลักฐานอย่างรอบคอบหรือไม่

สำหรับประเทศไทย กรณีนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของระบบตรวจสอบถ่วงดุล เนื่องจาก กกต. เป็นองค์กรอิสระที่มีอำนาจชี้ขาดความชอบธรรมของการเลือกตั้ง หากความขัดแย้งภายในยังคงอยู่ อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและภาพลักษณ์ประชาธิปไตยของประเทศในเวทีระหว่างประเทศ

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap